“มหัศจรรย์ธรรม” ในมุมมอง”พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ”

ข่าวทั่วไป 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 10:37 น. —ThaiPR.net

พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ ใช่จะเป็นพระสายปฏิบัติที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องเทศน์อย่างเดียว แต่เจ้าอาวาสวัดป่าปาลธรรม จ.กาฬสินธุ์ รูปนี้ยังเป็นพระนักคิด นักเขียน นามปากกา "ชุติปัญโญ" ซึ่งมีผลงานเขียนหลายเล่ม โดยเฉพาะด้านศาสนา โครงการ "เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ" จัดโดย บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย ได้นิมนต์มาบรรยายธรรมเรื่อง"มหัศจรรย์ธรรม" ก่อนอื่นท่านเกริ่นว่า บางคนอาจมีความรู้สึกว่าธรรมะเป็นเรื่องยาก แต่จริงๆ ธรรมะคือวิถีชีวิต คนที่มีธรรมเป็นวิถีชีวิตคนๆ นั้นจะมีความสุข แต่ถ้าคนใดไม่สร้างธรรมให้เป็นวิถีชีวิต ความทุกข์จะเข้าแทรกช่องว่างที่ขาดธรรมอีกทั้งธรรมะจะไม่มีการประยุกต์ แต่ธรรมะสามารถใช้การใช้งานได้โดยธรรมชาติ

“มหัศจรรย์ธรรม” ในมุมมอง”พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ”

"ความมหัศจรรย์แห่งธรรม ถ้าเราเรียนรู้และเข้าถึงธรรม ธรรมจะปกป้องเราตลอดกาล อันนี้คือความงามแห่งธรรม หากศึกษาธรรมะจะปลอดภัยจากความทุกข์ และจะพบกับความสุขที่มั่นคง และยั่งยืน"

พระมหาวีระพันธ์แจกแจงถึงความหัศจรรย์แห่งธรรม 3 อย่างว่า ในชีวิตประจำวันถ้ามี 3 สิ่งนี้ในจิตใจ จะทำให้เกิดความสุข ความมหัศจรรย์อย่างที่ 1 คือ จงปลูกความเมตตาให้เกิดในจิตให้มากๆ ความเมตตาคือความปรารถนาดี ความห่วงใยที่มีธรรมคอยคุ้มครอง ขณะที่พระพุทธเจ้าท่านปลูกความเมตตาที่มีสติ มีปัญญา

เมื่อใดก็ตาม ที่เราปลูกความเมตตาลงในจิต จะรู้สึกกับทุกๆ คนเป็นเพื่อนร่วมโลก เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีผู้ชาย ไม่มีผู้หญิง มีแต่เพื่อนร่วมโลก เกิด แก่ เจ็บ ตาย จะวางการถือสาหาความ คนที่เกี่ยวข้องได้เร็วขึ้น แล้วจะมีความสุขยิ่งกว่า

“มหัศจรรย์ธรรม” ในมุมมอง”พระมหาวีระพันธ์ ชุติปัญโญ”
มีพระไปถามพระพุทธเจ้าว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระเทวฑัตซึ่งเป็นบุคคลผู้คอยกลั่นแกล้งพระองค์ตลอด พระองค์รู้สึกกับพระเทวฑัตอย่างไร" พระพุทธเจ้าตรัสว่า "เรารักพระราหุลผู้เป็นลูกเมื่อครั้งเราเป็นเจ้าชาย ผู้เป็นสาวกเมื่อครั้งบวชฉันใด เรารักพระเทวฑัตฉันนั้น" หมายความว่าจิตที่มีเมตตาจะมีความบริสุทธิ์จะมีสติกำกับควบคุมเราพอที่จะทำให้เราไม่เรียกร้องอะไร

มหัศจรรย์อย่างที่ 2 จงรู้จักปลูกการให้อภัย คือ การปล่อยบางสิ่งบางอย่าง ให้มันผ่านไปโดยที่เราไม่เก็บมารู้สึกเจ็บปวดหรือมีปัญหา เป็นการปล่อยผ่านอย่างรู้เท่าทันแล้ววางจิตวางใจต่อเหตุการณ์นั้นๆได้อย่างมีสติพร้อมเรียนรู้ที่จะสร้างปัญญาต่อกันในการทำสิ่งนั้นๆให้ดีขึ้น

แต่การให้อภัยที่ยากที่สุด คือ ให้อภัยตัวเอง ในการที่จะเริ่มต้นแก้ไขบางสิ่งบางอย่างที่มันฝังอยู่ในจิตของเรา ถ้าอยากมีความสุข ต้องปลูกความเมตตาให้เกิดขึ้นเยอะๆ แล้วขยับความเมตตานั้นให้ปลดล็อคใจตัวเองจากความรู้สึกบางสิ่งบางอย่าง ที่มันบกพร่อง ซึ่งเป็นอดีตไปแล้ว หมั่นปฏิบัติตนในการให้อภัยจนเป็นธรรมชาติของจิตวิญญาณจะทำให้มีความสุขและจะมองโลกในมุมใหม่

ถามว่าพระองคุลีมาลฆ่าคนมาเยอะ แต่ทำไมถึงบรรลุธรรมได้ เพราะวางอดีต แล้วกำหนดรู้สติ และ เห็นคุณเห็นโทษ เห็นประโยชน์ แล้วดับความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นที่สร้างปัญหาในปัจจุบัน พระองคุลีมาลจึงเป็นพระอรหันต์ได้

มหัศจรรย์อย่างที่ 3 จงวางใจให้เป็น คนเราทุกข์เพราะใจวางไม่ถูกที่ ทุกข์เพราะความคิดของตัวเอง เราวางใจต่อการมีชีวิตอยู่ของเราไม่เป็น การวางใจมีส่วนประกอบอยู่ 2 ส่วน 1.กาย 2.ใจ พระพุทธเจ้าบอกว่า 3.สิ่งที่เราไม่ควรเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวข้องด้วยความระมัดระวัง คือ 1.ความปรารถนาของตัวเราเอง เรียกว่า "ตัณหา" 2.ความคิดเห็นของตัวเรา "ทิฎฐิ" และ 3.ความสำคัญในตัวเอง "มานะ"

"วิธีในการวางใจ ต้องมีธรรมหล่อเลี้ยง สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลงชีวิต และในการสร้างชีวิตให้มีความสุขคือ ต้องสร้างใจให้ดี ทำดีให้ใจ ทำใจให้ดี เมื่อทำดีให้ใจ ทำใจให้ดีแล้ว ทุกๆ เรื่องจะไม่มีอะไรร้าย ไม่มีอะไรร้ายในวันที่ใจเราดีและไม่มีอะไรดีในวันที่ใจเราร้าย"

พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า ชีวิตคนเราเกิดมา ควรทำให้ได้ 3 อย่าง คือ 1.จงมีชีวิตอยู่ให้มีประโยชน์ต่อคนหมู่มาก 2.จงมีชีวิตอยู่แล้วสร้างสุขแก่คนหมู่มาก 3.จงมีชีวิตอยู่ แล้วอนุเคราะห์ สงเคราะห์โลก

อย่างไรก็ตามทั้ง 3 ประการนี้ ควรเกิดขึ้นบนฐานของการมีธรรมนำทาง ขณะเดียวกันธรรมของพระพุทธเจ้าที่สรุปมาทั้งหมด ในวันที่พระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ท่านตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รวมถึงตัวเราด้วย ชีวิตเป็นของไม่แน่นอน ชีวิตเป็นของบอบบาง พวกเธอทั้งหลาย จงใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาทเถิด"

สนใจร่วมฟังธรรมะบรรยายในโครงการ"เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ" ได้ที่ ชั้น 11 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถนนสีลม ทุกวันศุกร์ เวลา 12:00 -13:30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ