ถอดรหัสความสำเร็จของทีมฟุตบอลเยาวชน “บลูอาร์มี่”  หลังคว้ารองแชมป์ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ “Gatorade 5v5 Global Finals”

ข่าวกีฬา ThaiPR.net -- อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562 09:46:14 น.
กรุงเทพฯ--18 มิ.ย.--เวิรฟ พับบลิค รีเลชั่นส์ คอนซัลแตนท์ซี

หลังจบการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนทัวร์นาเมนต์ระดับโลก "Gatorade 5v5 Global Finals" ที่รวบรวมสุดยอดทีมฟุตบอลเยาวชนจากทั้ง22 ประเทศทั่วโลกมาร่วมแข่งขันดวลฝีเท้ากัน สำหรับประเทศไทยเป็นที่น่าภาคภูมิใจเมื่อทีมฟุตบอลเยาวชน "บลูอาร์มี่" ตัวแทนเยาวชนไทยได้โชว์ลวดลายลีลาฝีเท้าและสร้างผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยม สามารถคว้ารองแชมป์มาครอบครองได้อย่างเหนือความคาดหมาย เป็นที่ชื่นชมของทั้งชาวไทยและผู้คนทั่วโลก

เกเตอเรดจึงได้ช่วยถอดรหัสความสำเร็จของ "บลูอาร์มี่" ผ่านบทสัมภาษณ์นี้ เพื่อให้ทุกคนได้ทราบถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นของน้องๆ ผ่านการสัมภาษณ์ทีม "บลูอาร์มี่" และ "โค้ชอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ" ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้

"บลูอาร์มี่" ในมุมมองของโค้ช ?

โค้ชอาจารย์สกล: ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่า โค้ชไม่ใช่คนเลี้ยงเด็ก แต่โค้ชเป็นผู้นำแสงสว่างที่จะบอกได้แค่ว่าอะไรดีหรือไม่ดี อะไรควรหรือไม่ควร แต่ในส่วนที่เหลือต้องขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเอง เด็กในทีมที่โค้ชดูแล ไม่ใช่เด็กที่มาจากทีมชาติ แต่เป็นเด็กที่ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลและฝึกฝนจนมีความสามารถในการเล่นฟุตบอลได้ในระดับหนึ่ง บลูอาร์มี่ทำให้โค้ชได้เห็นถึงความพยายามของเด็กแต่ละคน เด็กๆ เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เคยท้อ มีมารยาทในการฝึกและแข่งขัน โดยหลังจบการแข่งขัน Gatorade 5v5กัปตันทีมของเรา "ตะวัน จันทะเสน" ก็คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของทัวร์นาเมนต์ (MVP – Most Valuable Player) มาได้ถึงแม้ว่าทีมเราจะไม่ได้แชมป์ก็ตาม เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้โค้ชภูมิใจที่ได้เห็นเด็กๆ มาได้ไกลถึงขนาดนี้

เตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันอย่างไรบ้าง ?

โค้ชอาจารย์สกล: เราให้เด็กๆ มาซ้อมกันตั้งแต่ช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็เรียน หลังเรียนก็มาซ้อมต่อ รวมๆ วันหนึ่งต้องซ้อมประมาณ 6ชั่วโมง ด้วยรูปร่างและความเป็นมืออาชีพของเด็กของเราที่อาจจะสู้กับเด็กต่างชาติไม่ได้ เราก็ต้องพยายามซ้อมให้มากกว่าเขา เขาซ้อมหนึ่ง เราต้องซ้อมสอง ให้ตัวเรานั้นพัฒนาไวขึ้นและสู้กับคู่แข่งต่างชาติได้ และเมื่อไปถึงที่มาดริด ด้วยเวลาของประเทศที่แตกต่างกัน เราจะต้องให้เด็กได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอด้วย

ทีมบลูอาร์มี่: ก่อนเดินทางไปแข่งขันต้องซ้อมหนักกว่าเดิม เช่น วิ่ง ทั้งตอนเช้าและเย็น ส่วนตอนที่พวกผมเดินทางไปถึงมาดริด ทางเกเตอเรดมีจัดกิจกรรมให้พวกเราได้วอร์มอัพกัน เป็นการฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันโดยโค้ชชื่อดัง ทำให้พวกเรามีความพร้อมในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น

ความรู้สึกตอนลงแข่งในสนาม เป็นอย่างไรบ้าง ?

ทีมบลูอาร์มี่: รู้สึกกลัวนิดหน่อยครับ ด้วยรูปร่าง หน้าตา ภาษา กติกา รวมไปถึงสภาพอากาศ พวกผมไม่ค่อยชินกับสิ่งเหล่านี้ แต่ถ้าด้านการแข่งขันจริงๆ ไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้น เพราะเคยอุ่นเครื่องกันมาบ้างแล้ว

เป้าหมายในการแข่งขันครั้งนี้ ?

โค้ชอาจารย์สกล: โค้ชแค่อยากให้เด็กๆ ได้ลงสนามบ่อยๆ ได้แข่งบ่อยๆ เพื่อจะได้คุ้นเคยกับการแข่งขัน อีกทั้งยังช่วยเสริมให้มีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย แต่ผลที่ได้กลับมาจากการแข่งขันครั้งนี้นั้นเกินความคาดฝันไปมาก

ทีมบลูอาร์มี่: ในตอนแรกพวกผมก็ตั้งเป้าหมายคล้ายๆ กับโค้ช ที่อยากจะไปเพียงเพื่อสะสมประสบการณ์ในการร่วมลงแข่งขันกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศฝั่งยุโรป และแค่อยากเข้ารอบแรกเท่านั้น แต่พอเริ่มชนะในรอบแรกก็ทำให้รู้สึกมีพลัง มีกำลังใจ ทำให้ความกลัวในใจลดลง ตั้งใจเล่นมากยิ่งขึ้น และไม่อยากแพ้ในการแข่งขันนี้

เมื่อจบการแข่งขันผลออกมาก็เป็นที่น่าพึงพอใจมากถึงแม้จะไม่ได้คว้าแชมป์ก็ตาม… ในใจลึกๆ แอบเสียดายแต่พวกผมก็ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิต

นอกจากนี้ "เหนือกว่าชัยชนะ คือเราได้ชนะใจตัวเอง" ไปแล้วเพราะเราสามารถก้าวข้ามผ่านความกลัวของตนเอง และบรรลุเป้าหมายที่เราวางไว้ไปได้เยอะมาก
ความประทับใจในการแข่งขันครั้งนี้ ?

โค้ชอาจารย์สกล: คงเป็นตอนที่เราแข่งแมตช์สุดท้ายเสร็จแล้วขึ้นรถบัสมา ทีมจากประเทศต่างๆ ที่อยู่บนรถต่างปรบมือและให้กำลังใจทีมเราขณะกำลังเดินขึ้นรถ แม้ว่าเราจะได้ที่ 2 ก็ตาม ทำให้เรารู้สึกว่าทีมจากชาติอื่นๆ ให้ความสนใจกับทีมเราเป็นอย่างมาก และเขามองเห็นถึงความพยายามของเราที่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว โค้ชมองว่า ผลการแข่งขันออกมาจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญเท่าความรู้สึกและมิตรภาพจากทีมจากชาติอื่นๆ ที่มีให้กับทีมของเรา ถึงแม้ว่าจะแข่งขันในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันก็ตาม

ทีมบลูอาร์มี่: ดีใจที่หลายๆ ทีมจากชาติต่างๆ ให้ความสนใจกับทีมประเทศไทย จากตอนแรกที่เราไปเหมือนเป็นแค่ทีมที่ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไร ผู้คนต่างไม่ได้มาให้ความสนใจกับทีมเรามาก แต่เมื่อพวกเราได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ และสามารถเอาชนะหลายๆ ทีมมาได้ ใครๆ ต่างมองว่าเราเป็นม้ามืด ทำให้ผู้คนหันมาสนใจและให้กำลังใจทีมเรากันเป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ทำให้ประเทศอื่นๆ เห็นว่าเยาวชนไทยตัวเล็กๆ อย่างเราก็สามารถทำผลงานได้ดีไม่แพ้ทีมจากนานาชาติ

หากได้ไปแข่งขันอีกในปีหน้า จะมีการเตรียมความพร้อมอย่างไร ?

โค้ชอาจารย์สกล: ในการแข่งขันครั้งนี้โค้ชมองว่า เด็กๆ ยังมีความกลัว ด้วยความสามารถทางด้านภาษา และสรีระร่างกายที่สู้ทีมต่างประเทศไม่ได้ เพราะในการแข่งขัน Gatorade 5v5 ครั้งนี้นั้นเราต้องเจอทีมจากต่างประเทศที่อัดแน่นด้วยเทคนิคและมีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม แต่ในตอนนี้เราได้ชนะการแข่งขันจนสามารถครองตำแหน่งรองแชมป์ได้แล้ว ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยกับกฎกติกาต่างๆ ได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ ของทีมจากประเทศอื่นๆ แล้ว ทำให้เราสามารถนำมาพัฒนา ต่อยอด และฝึกฝนต่อไปได้ เชื่อว่าถ้าเราได้มีโอกาสไปแข่งในครั้งหน้า เราจะทำได้เต็มที่กว่านี้อย่างแน่นอน

ร่วมฉลองความสำเร็จ และแสดงความยินดีกับทีมฟุตบอลเยาวชนไทย "บลูอาร์มี่" พร้อมติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "Gatorade5v5" ได้ทาง www.facebook.com/GatoradeThailand

ข่าวที่เกี่ยวข้อง