เคล็ดไม่ลับ 3 ขั้นตอน รับมือความเครียดจากไลฟ์สไตล์ของคนทำงานยุคใหม่

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 13:37:25 น.
กรุงเทพฯ--19 มิ.ย.--มิดัส คอมมิวนิเคชั่น อินเตอร์เนชั่นเนล

ไลฟ์สไตล์การทำงานของชาวออฟฟิศยุคใหม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนด้วยอิทธิพลของอินเตอร์เน็ต สังคมดิจิทัล และสื่อโซเชียลมีเดียที่แทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยในแต่ละวันนอกจากจะต้องใช้เวลานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานต่างๆแล้ว ในช่วงเวลาพักผ่อนส่วนตัว คนกลุ่มนี้ยังคงคว้าโทรศัพท์มือถือเพื่อเช็คข่าวสารและอีเมล์จากที่ทำงานต่อเนื่องเป็นระยะๆอีกด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้กลุ่มคนทำงานยุคใหม่นั้นมีเวลาพักผ่อนและดูแลตัวเองน้อยลง สะสมเป็นความเครียดในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัวจนอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ ซึ่งหากปล่อยปละละเลยหรือไม่ได้รับการป้องกันที่ทันท่วงที ความเครียดสะสมจากไลฟ์สไตล์เหล่านี้อาจนำไปสู่โรคต่างๆที่สามารถสร้างความเสียหายต่อร่างกายอย่างถาวรได้

ด้วยสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆส่งผลให้ผู้คนทั่วไปเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ทันโลกทันเหตุการณ์ แต่การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วทันใจเพียงแค่ปลายนิ้วคลิกกลับเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับความกดดันทางสังคมหรือที่เราเคยได้ยินกันว่า FOMO หรือ Fear of Missing Out เพราะทุกคนต่างก็ต้องการอยู่ในเทรนด์ เลยต้องอัพเดทข้อมูลข่าวสารตลอดเวลาเพื่อให้ก้าวทันโลก เพราะหากหยุดอยู่กับที่ก็อาจทำให้เราล้าหลังคนอื่นได้

จากอินไซต์นี้เองที่ทำให้คนรุ่นใหม่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องอยู่กับหน้าจอต่างๆ เช่น ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือก้มหน้าเล่นก้มตาเล่นโซเชียลมีเดียบนมือถือเพื่ออัพเดทข่าวสารต่างๆเกือบจะตลอดเวลา จนทำให้ไม่มีเวลาให้กับแง่มุมอื่นๆของชีวิต เช่น การให้เวลากับครอบครัว การออกกำลังกาย การดูแลตัวเอง หรือการออกไปพูดคุยสังสรรค์กับเพื่อนๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากเป็นบ่อเกิดแห่งความเครียดสะสมแล้วยังอาจนำไปสู่การเป็นโรคยอดฮิตของชาวออฟฟิศที่เรียกว่าโรคออฟฟิศซินโดรมได้ เช่น โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคนิ้วล็อค เวียนศีรษะบ้านหมุน โรคกระเพาะอาหารและโรคกรดไหลย้อน เป็นต้น

โดยความเครียดที่เกิดจากการทำงานนั้นเป็นปัญหาที่คนทำงานยุคใหม่แทบทุกคนมีโอกาสพบเจอ ซึ่งเมื่อเกิดความเครียดขึ้นมาปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดของแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกันออกไป บางคนอาจมีอาการเวียนศรีษะคลื่นไส้อาเจียน บางคนอาจเผลอนั่งเขย่าขาหรือกัดเล็บตัวเองโดยไม่รู้ตัว บางคนอาจมีอาหารโมโหหงุดหงิดง่าย เป็นต้น ซึ่งอาการดังกล่าวเปรียบเสมือนสัญญาณที่ร่างกายเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องจัดการกับความเครียดได้แล้ว โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็ได้แนะนำเคล็ดไม่ลับในการรับมือกับความเครียดแบบง่ายๆดังต่อไปนี้

- ขั้นแรก คือการฝึกหายใจให้เป็นจังหวะ ในภาวะที่เรามีความเครียด ความดันในร่างกายจะพุ่งสูงขึ้นและระบบการหายใจจะมีจังหวะเร็ว ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถหายใจนำออกซิเจนไปล่อเลี้ยงระบบต่างๆในร่างกายในปริมาณที่เหมาะสมได้ โดยทุกคนสามารถทำการผ่อนคลายร่างกายด้วยการหยุดพักอยู่กับที่ และหายใจสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้า-ออก ช้า ๆ อย่างเป็นจังหวะ พร้อมนับ 1 ถึง 4 ต่อการหายใจเข้าและหายใจออกหนึ่งครั้ง โดยทำติดต่อกันประมาณ 4-5 ครั้ง และทำซ้ำเมื่ออยู่ในภาวะที่รู้สึกเครียดหรือได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ

- ขั้นที่สอง คือการหันเหความสนใจให้ตนเอง ด้วยการหาเพลงที่ชอบฟัง รายการตลก หรือ ซีรีย์ต่างๆที่เราชอบดูมาแทรกตารางกิจกรรมระหว่างวันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อให้สมองได้มีโอกาสผ่อนคลายจากอาการกดดันและ ความเครียดระหว่างวันได้

- ขั้นที่สาม คือการลุกขึ้นยืน ขยับร่างกาย หรือปรับเปลี่ยนท่าทีการนั่งเป็นระยะ ๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ เนื่องจากในเวลาที่เกิดความเครียด จะส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอหรือหลังไหล่หดเกร็งโดยไม่รู้ตัว โดยหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังได้ ซึ่งสามารถทำการผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ด้วยการ กำมือทั้งสองข้างเบา ๆ สลับไปมา หลับตาแน่น ๆ ครั้งถึงสองครังเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ หรือก้มหน้าให้คางจดคอแล้วคลาย หลังจากนั้นเงยหน้าจนสุดแล้วคลาย เป็นต้น

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและเตรียมรับมือปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันเกิดจากไลฟ์สไตล์ในการทำงานที่หนักหน่วงและเร่งรีบ กลุ่มคนวัยทำงานยุคใหม่ควรมีการวางแผนและดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในการทำงานของตน โดยการมองหาหลักประกันด้านสุขภาพที่เจาะจงและครอบคลุมกลุ่มโรคร้ายจากไลฟ์สไตล์การทำงานในยุคใหม่อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณาอย่างแผนประกันสุขภาพมิติใหม่ซูเปอร์แพลน"ออฟฟิศซินโดรม" จากซิกน่า ประกันภัย ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมกลุ่มโรคยอดฮิตของคนทำงานซึ่งเกิดจากทั้งความเครียดและการทำงานหนักเป็นระยะเวลานาน พร้อมทั้งอิสระในการเลือกซื้อแผนประกันสุขภาพเพิ่มเติมเพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุมและตรงต่อไลฟ์สไตล์การทำงานมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง