เต็ดตรา แพ้ค เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2562  ก้าวเข้าสู่ปีที่ 21 ในการนำเสนอรายงานความยั่งยืนตามพันธกิจหลัก

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 15:50:51 น.
กรุงเทพฯ--19 มิ.ย.--มิดาส คอมมิวนิเคชั่น อินเตอร์เนชั่นเนล

เต็ดตรา แพ้ค บริษัทผู้นำเสนอโซลูชั่นการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2562 ซึ่งนับเป็นปีที่ 21 ของการรายงานความยั่งยืนของเต็ดตรา แพ้ค โดยรายงานนี้ ชี้ให้เห็นถึงการดำเนินงานต่างๆ การลงทุน และความมุ่งมั่นในเส้นทางแห่งความยั่งยืนของบริษัทฯ ตลอดจนเผยให้เห็นถึงความสำเร็จของเต็ดตรา แพ้ค ในการบรรลุถึงเป้าหมายของการทำงานด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุมวงจรการดำเนินธุรกิจทั้งหมด

โดยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เต็ดตรา แพ้ค ได้มีพัฒนาการในการนำเสนอรายงานความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเริ่มจากการมุ่งเน้นความสำคัญของพันธกิจและการดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในรายงานฉบับแรกเมื่อปี 2542 มาจนถึงการประเมินผลทุกภาคส่วนของธุรกิจและผลกระทบในแง่ต่างๆ ตลอดจนการควบคุมดูแลประเด็นทางสังคมและการดำเนินงานของซัพพลายเออร์

รายงานความยั่งยืนของเต็ดตรา แพ้ค ยืนยันให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ เพื่อบรรลุเป้าหมายของเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเด็นของการดูแลสภาพอากาศและการลดการปล่อยคาร์บอนในชั้นบรรยากาศ ซึ่งนับเป็นการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 13 ของสหประชาชาติ อันเป็นความพยายามในการบรรลุเป้าหมายระยะยาวของข้อตกลงปารีสโดยการลงมืออย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่ตามมา อีกทั้งความมุ่งมั่นตั้งใจของเต็ดตรา แพ้ค ยังสอดคล้องกับการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 12 ในประเด็นความรับผิดชอบในการบริโภค เช่น ความยั่งยืนในการลดขยะผ่านมาตรการการป้องกัน การลดการใช้ การนำกลับมารีไซเคิล และการใช้ซ้ำ โดยขณะนี้ เต็ดตรา แพ้ค เดินหน้าแผนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในปี 2563 ไปได้ด้วยดี ด้วยการลดการการสะสมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ทั้งหมดถึง 10 ล้านตัน นับตั้งแต่ปี 2553 ทั่วทั้งวงจรของการดำเนินธุรกิจ

ด้วยการนำทฤษฎีการจัดหาอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน และการรีไซเคิล ไปปฏิบัติใช้นี้ เต็ดตรา แพ้ค ตั้งใจลดขยะ ลดการใช้วัตถุดิบ และฟื้นฟูระบบธรรมชาติ โดยตัวอย่างของการจัดหาอย่างยั่งยืน คือ การใช้ทรัพยากรทดแทนได้ ซึ่งเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่สามารถปลูกหมุนเวียนขึ้นใหม่เช่น ป่าไม้ การใช้วัสดุจากธรรมชาติและมีการจัดการอย่างรับผิดชอบทำให้เต็ดตรา แพ้ค แตกต่างจากบริษัทอื่น ๆ ในตลาด และเป็นการปกป้องโลกอีกด้วย

การจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบเป็นขั้นตอนสำคัญอีกก้าวหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบหมุนเวียน กระดาษที่เต็ดตรา แพ้ค ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เป็นวัสดุที่มาจากป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่ผ่านการรับรองขององค์การจัดการด้านป่าไม้ (FSC) ซึ่งรับประกันว่าเป็นป่าที่มีการดูแลจัดการอย่างรับผิดชอบ

ส่วนองค์ประกอบที่ 3 คือการรีไซเคิล ซึ่งช่วยรักษาวัสดุที่ยังมีคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจ เนื่องจากวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้นั้น กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มมากขึ้นในการนำไปใช้งานอย่างหลากหลายในปี 2561 เต็ดตรา แพ้ค ได้ลงนามเข้าร่วมโครงการ New Plastics Economy Global Commitment ของมูลนิธิ Ellen MacArthur และได้จับมือกับบริษัทหลายแห่ง เช่น บริษัท Veolia เพื่อขยายความร่วมมือและผลักดันการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มทั่วโลก โดยความร่วมมือครั้งนี้ จะทำให้ชิ้นส่วนทุกส่วนของกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วที่รวบรวมมาจากทั่วสหภาพยุโรป นำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ภายในปี 2568 นอกจากนั้น เต็ดตรา แพ้ค ยังได้เพิ่มงานใหม่ขึ้นมา 45 ตำแหน่งในบริษัท เพื่อสนับสนุนการเก็บรวบรวมและการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มทั่วโลก ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือนี้ไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ได้ดำเนินรอยตามแบบแผนที่วางไว้ของบริษัทโดยขับเคลื่อนความคิดริเริ่มเพื่อความยั่งยืน ด้วยการใช้ทรัพยากรและแนวทางของเศรษฐกิจหมุนเวียนมาลงมือปฏิบัติอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยกระดาษบรรจุภัณฑ์ของกล่องเครื่องดื่มในประเทศไทยนั้น เป็นวัสดุที่ได้มาจากป่าไม้ที่ผ่านการรับรองของ FSC และแหล่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างถูกต้อง ในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมกับ WWF ประเทศไทย และ FSC ดำเนินโครงการรณรงค์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับฉลาก FSC และประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเชิญชวนให้ผู้บริโภคเลือกซื้อเครื่องดื่มที่มีฉลาก FSC ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ เพื่อเป็นการเลือกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายๆ

ที่สำคัญ เต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าโครงการหลังคาเขียวอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นโครงการที่ขอรับกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วกลับไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเป็นแผ่นหลังคา เพื่อนำไปใช้สร้างบ้านและที่พักพิงให้ผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติธรรมชาติอื่น ๆ ผ่านทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งเต็ดตรา แพ้ค ได้ดำเนินโครงการนี้มานานมากกว่า 8 ปี และส่งมอบแผ่นหลังคาที่ได้จากการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม กว่า 60,000 แผ่น ไปช่วยเหลือผู้คนหลายพันคน

มร. เบิร์ท ยาน โพสท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า "ทุกๆ วัน เราทำงานเพื่อสร้างให้เกิดความยั่งยืนมากขี้น สำหรับเราแล้ว คำว่าความยั่งยืนนี้ไม่ใช่แค่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่รวมไปถึงสังคม และเศรษฐกิจโดยรวม เต็ดตรา แพ้ค ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคมในประเทศมาร่วม 20 ปีแล้ว เราตระหนักถึงความท้าทายอันหลากหลายทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และเราได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมความยั่งยืนและความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรต่างๆ มากมายทั้งกับลูกค้าของเรา ผู้ค้าปลีก หน่วยงานรัฐ เอ็นจีโอ สถาบันอุตสาหกรรม ตลอดจนสาธารณชน เต็ดตรา แพ้ค รู้ดีว่า การเดินทางที่ยาวนานในการพัฒนาอย่างยั่งยืนรอเราอยู่ข้างหน้า แต่เรายังยืนยันถึงความมุ่งมั่นในทุกขั้นตอนของการทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกองค์กร ผมเชื่อว่าเราจะทำได้ดีในการเดินหน้าสู่เส้นทางของความยั่งยืนอย่างแน่นอน"

อ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี 2562 ของเต็ดตรา แพ้ค ได้ที่นี่

https://assets.tetrapak.com/static/documents/sustainability/sustainability-report2019.pdf

ทำความรู้จักกับโครงการริเริ่มในประเทศไทยได้ที่นี่
https://www.tetrapak.com/th/about/cases-articles/thailand-sustainability
เกี่ยวกับ เต็ดตรา แพ้ค

เต็ดตรา แพ้ค เป็นบริษัทผู้นำของโลกในด้านกระบวนการผลิตและบรรจุอาหาร เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ขายสินค้าและลูกค้าของเรา ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เป็นนวัตกรรมที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบสนองความต้องการของผู้คนนับล้านในกว่า 160 ประเทศ ด้วยพนักงานมากกว่า 25,000 คน ทั่วโลก เต็ดตรา แพ้ค เชื่อมั่นในความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบและแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน คำขวัญของเต็ดตรา แพ้คที่ว่า "ปกป้อง ทุกคุณค่า" (PROTECTS WHAT'S GOOD) นั้น สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของเราที่จะทำให้อาหารปลอดภัยและมีอยู่พร้อมสำหรับการบริโภคในทุกๆ ที่ทั่วโลก

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเต็ดตรา แพ้ค ได้ที่ www.tetrapak.com/th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง