เปิดศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนไทยยูเนี่ยนแห่งที่ 4 อย่างเป็นทางการ สำหรับเด็กข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาคร

ข่าวทั่วไป 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 15:56 น. —ThaiPR.net

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนแห่งที่ 4 ที่โรงเรียนหลวงแพทย์โกศลอุปถัมป์ จังหวัดสมุทรสาคร ภายใต้ความร่วมมือในโครงการเตรียมความพร้อมแก่เด็กข้ามชาติเพื่อเข้าระบบการศึกษาไทย ที่ทางไทยยูเนี่ยนได้ดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน และโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร มาตั้งแต่ปี 2556 และตั้งเป้าหมายเปิดศูนย์เตรียมความพร้อมฯ ไทยยูเนี่ยน 5 แห่ง ภายใต้งบประมาณ 10 ล้านบาท ภายในปี 2563 เพื่อมอบพื้นฐานทางการศึกษาให้กับเด็กข้ามชาติ และเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กกลุ่มนี้ซึ่งมักติดตามพ่อแม่ไปทำงาน เกี่ยวกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

เปิดศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนไทยยูเนี่ยนแห่งที่ 4 อย่างเป็นทางการ สำหรับเด็กข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาคร
  • เตรียมความพร้อมให้กับเด็กในครอบครัวแรงงานข้ามชาติก่อนเข้าสู่ระบบการศึกษาไทย
  • ไทยยูเนี่ยนยังคงเดินหน้าความร่วมมือกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตและแรงงานมุ่งเปิดศูนย์เตรียมความพร้อมฯ 5 แห่งภายในปี 2563

นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็งและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

"ที่ไทยยูเนี่ยน เรามีกลยุทธ์ความยั่งยืนหรือ SeaChange(R) ที่มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้ดีขึ้น และมีหัวใจสำคัญในการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ เริ่มตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบด้วยความรับผิดชอบ และยังครอบคลุมการดูแลแรงงานให้มีความปลอดภัยในการทำงานและเป็นไปอย่างถูกกฎหมาย ตลอดจนการส่งเสริมและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในภูมิภาคต่างๆ ที่ซึ่งบริษัทของเรามีการดำเนินธุรกิจอยู่

เปิดศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนไทยยูเนี่ยนแห่งที่ 4 อย่างเป็นทางการ สำหรับเด็กข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาคร

โครงการเตรียมความพร้อมแก่เด็กข้ามชาติเพื่อเข้าระบบการศึกษาไทยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ที่มีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงไทยยูเนี่ยนและโรงเรียน รวมถึงการประชาสัมพันธ์โครงการไปยังแรงงานข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร การร่วมมือจากทุกฝ่ายในการนำเด็กกลุ่มนี้เข้าอยู่ในระบบการศึกษานั้น จะช่วยลดปัญหาเรื่องแรงงานเด็ก และแรงงานผิดกฎหมาย อีกทั้งยังช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีโอกาสของอนาคตที่ดีขึ้น"

การเรียนการสอนภายในศูนย์ที่ตั้งขึ้นจะมีดำเนินโดยบุคลากรที่สามารถพูดได้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างชาติ เช่นภาษาพม่า ตามเชื้อชาติของเด็กที่เรียนในศูนย์ เพื่อให้การเรียนการสอนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เปิดศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนไทยยูเนี่ยนแห่งที่ 4 อย่างเป็นทางการ สำหรับเด็กข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาคร

นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน กล่าวถึงความร่วมมือการจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมฯ ว่า

"มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ขอชื่นชมความมุ่งมั่นของไทยยูเนี่ยนที่จะร่วมกันผลักดันให้เด็กข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาของไทย ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานของเด็กทุกคน ศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนจึงเกิดขึ้นมา โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชน สถานศึกษา และภาคประชาสังคมที่พยายามผลักดันให้เด็กกลุ่มนี้เข้าถึงสิทธิทางการศึกษา และมีโอกาสได้เรียนหนังสือ เพราะการศึกษาคือพิ้นฐานของการมีชีวิตที่ดีขึ้น"
เปิดศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนไทยยูเนี่ยนแห่งที่ 4 อย่างเป็นทางการ สำหรับเด็กข้ามชาติในจังหวัดสมุทรสาคร
การเปิดศูนย์ครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายทวี ทะนอก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และนายประสิทธิ์ สุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนหลวงแพทย์โกศลอุปถัมภ์ ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจกับนายฤทธิรงค์และนายสมพงษ์ ในการจัดตั้งศูนย์ครั้งนี้

ศูนย์เตรียมความพร้อมเด็กก่อนวัยเรียนแห่งนี้ เป็นแห่งที่ 4 โดยแห่งแรกอยู่ที่โรงเรียนวัดศรีสุทธาราม แห่งที่สองอยู่ที่ โรงเรียนวัดศิริมงคล และแห่งที่สามตั้งอยู่ที่ โรงเรียนวัดใหญ่จอมปราสาท เด็กที่เข้ามาเรียนในศูนย์ฯ จะได้เรียนรู้ภาษาไทย พื้นฐานทักษะการสื่อสาร และระเบียบวินัยทางสังคมต่างๆ ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบการศึกษาของไทยต่อไป โดยมีเด็กเข้าไปเรียนแล้วจำนวนกว่า 330 คน สำหรับศูนย์ฯ แห่งที่ 4 นี้ จะสามารถรองรับเด็กได้จำนวน 50 คน

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเลของโลก ซึ่ง ส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรม รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และมีคุณภาพสูงให้กับผู้บริโภคทั่วโลกมาเป็นเวลากว่า 40 ปี

วันนี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุภาชนะชนิดต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดขายต่อปีมากกว่า 133.3 แสนล้านบาท (4.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และมีพนักงานทั่วโลกรวมกันมากกว่า 47,000 คน ซึ่งล้วนทุ่มเทเพื่อผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่มีนวัตกรรมและมีความยั่งยืน

ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของแบรนด์ทั่วโลก ประกอบด้วย แบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาดโลกอย่าง Chicken of the Sea, John West, Petit Navire, Parmentier, Mareblu, King Oscar และ Ruegen Fisch รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทย ได้แก่ ซีเล็ค ฟิชโช คิวเฟรช โมโนริ เบลลอตต้า และมาร์โว่

จากพันธกิจในการเป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมและดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบทั่วโลก ไทยยูเนี่ยนภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในภาคีข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลสากล (International Seafood Sustainability Foundation: ISSF) ในปี 2558 ไทยยูเนี่ยนเปิดตัวกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange(R) และดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาโดยตลอด จนส่งผลให้ไทยยูเนียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) สำหรับตลาดเกิดใหม่มาตั้งแต่ปี 2557 และในปี 2561 ไทยยูเนี่ยนได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ DJSI เป็นปีที่ห้าติดต่อกัน โดยได้รับเลือกเป็นบริษัทอันดับ 1 ของกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร นอกจากนี้ไทยยูเนี่ยนยังได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับดัชนี FTSE4Good Emerging Index และได้รับอีกหลากหลายรางวัลสำหรับการเป็นผู้นำในการทำงานด้านความยั่งยืน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ