ข่าวอินโฟเควสท์
15:55 ญี่ปุ่นเผยยอดนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้เดือนก.ค ร่วง 7.6% ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ   กระทรวงการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เปิดเผยว่า จำนวนน…
15:42 SCC จับมือ KTC เปิดตัวบัตรเครดิต "KTC-SCG VISA Purchasing" เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนของกลุ่มช่าง-ผู้รับเหมารายย่อย   นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กร…
15:42 ทอท.เปิดตัว AOT DIGITAL AIRPORTS ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่โลกเสมือนจริง เชื่อมท่าอากาศยานทั่วโลก   นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บม…
15:36 ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดบวก 38.50 จุด จับตารายงานประชุมเฟด   ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาคณะ…
15:35 (เพิ่มเติม) AOT คาดกำไรสุทธิงวดปี 62 (สิ้นสุดก.ย.) ใกล้เคียงปีก่อนที่ 2.5 หมื่นลบ.หลังรายได้โตลดลง   นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการ…

ผู้ประกอบการวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยนักศึกษารองรับธุรกิจดิจิทัล แนะ ICT SILPAKORN พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดระดับโลก

ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 14:23:16 น.
กรุงเทพฯ--18 ก.ค.--คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร

ในโอกาสครบรอบ 15 ปี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร (ICT SILPAKORN) ได้เชิญผู้ประกอบการในธุรกิจดิจิทัล เกม และการสื่อสาร ที่รับนักศึกษาเข้าไปทำงาน ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงคุณภาพและปัญหาการทำงานของนักศึกษา เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ให้สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจและสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายศรุต ทับลอย ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ Yggdrazil Group ผู้ดำเนินธุรกิจด้าน VFX, Animation และ Game and Innovation กล่าวว่า หลักสูตรของ ICT SILPAKORN สามารถผลิตบุคคลากรได้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการดิจิทัลมีเดียในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านหลักสูตรการพัฒนาโปรแกรมและดีไซน์ที่ครบวงจร สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับภาพยนตร์ งานโฆษณา งานเบื้องหลังต่างๆ ซึ่งยังต้องการบุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงและตลาดยังเติบโตอีกมาก ทั้งนี้ จากการรับนักศึกษาจากหลักสูตรนี้มาทำงาน ถือว่ามีทักษะการทำงานดี โดยเฉพาะงานทางด้านศิลปะ รวมทั้งมีความโดดเด่นในเรื่องของแนวคิดและทัศนคติที่ดี ทำให้การทำงานระหว่างบุคคลไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ศักยภาพของเด็กไทยในปัจจุบันยังถือว่ามีความโดดเด่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในแถบอาเซียน แม้ว่าจะมีประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามที่มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก ดังนั้น นักศึกษาจบใหม่ควรจะเรียนรู้และพัฒนาฝีมือ โดยใช้คุณภาพของงานเป็นตัวแข่งขันมากกว่าการใช้กลยุทธ์ราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า เชื่อว่าการผลิตนักศึกษาจบใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญของประเทศไทยให้มีศักยภาพในการผลิตคอนเทนต์เพื่อส่งออกไปแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแน่นอน

สำหรับตลาดดิจิทัลมีเดียในปัจจุบันนี้ถือว่ามีการแข่งขันสูงมาก ในขณะเดียวกันนานาชาติมองว่าตลาดไทยมีศักยภาพในด้านทักษะการผลิต เนื่องจากสามารถรับแรงกดดันและมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้การร่วมงานไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟแวร์และการแข่งขันทางด้านราคา ซึ่งมีผลทำให้คุณภาพของงานออกมาไม่ค่อยมีคุณภาพ ส่งผลให้ธุรกิจเสียหายในระยะยาว ทั้งในแง่ความน่าเชื่อถือ รวมถึงขาดโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพของงานในระดับสูง ดังนั้น สถาบันต่างๆ ควรเร่งการปลูกฝังแนวคิดที่ดีให้กับเด็ก เพราะการผลิตบุคลากรที่ดีต้องมาจากจิตใจที่ดี ต้องมีความรับผิดชอบ สามารถทำงานเป็นทีมได้ ที่สำคัญต้องเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว และมีความเป็นมืออาชีพในสายงานที่ทำ รวมถึงการมองโลกในแง่บวก เพื่อให้รับแรงกดดันในด้านนายศรัณย์พัจน์ เสรีวิวัฒนา ผู้ก่อตั้ง บริษัท คลาวด์คัลเลอร์เกมส์ จำกัด ผู้ผลิตและที่ปรึกษาด้านผลิตเกม เปิดเผยว่า ในฐานะอาจารย์ผู้สอนคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร (ICT SILPAKORN) มั่นใจว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความพร้อมและมีศักยภาพสูงในการผลิตนักศึกษาเพื่อรองรับตลาดด้านดิจิทัลมีเดีย โดยเฉพาะความรู้ความสามารถพื้นฐาน แต่สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขคือการทำงานเป็นทีม เนื่องจากนักศึกษาจะเริ่มทำงานในช่วงของปีการศึกษาที่ 3 ซึ่งควรเริ่มทำตั้งแต่ปีการศึกษาที่ 1 เพื่อให้เด็กมีการปรับตัวและสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและรองรับการทำงานจริงในอนาคต เนื่องจากต้องยอมรับว่าในอุตสาหกรรมดิจิทัลมีเดีย การทำงานต้องอาศัยทีมเวิร์คเพื่อให้งานเดินหน้าต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่านักศึกษาไทยจะมีความโดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แต่ยังเสียเปรียบสิงคโปร์ ดังนั้น จึงต้องเร่งพัฒนาทักษะเรื่องภาษาเพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะโลกยังต้องการบุคลากรจำนวนมาก

ดังนั้นในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการด้านการผลิตและที่ปรึกษาด้านเกมต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ มีความเห็นว่า ICT SILPAKORN เป็นสถาบันที่สร้างบุคลากรรองรับความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด สามารถสร้างพันธมิตรทางธุรกิจได้ดี และนักศึกษาที่จบที่นี่มีศักยภาพสูง โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทรับนักศึกษาทางด้านผลิตเกมเข้าไปทำงาน ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ประกอบการต้องการเห็นสถาบันและเด็กไทยก้าวต่อไปในอนาคต เนื่องจากหลักการทำงานคือหัวใจของโลกยุคดิจิทัล สิ่งที่คนคิดและทำไว้จะหายไปจากโลกนี้ เพราะสามารถใช้ซอฟแวร์ทำแทนได้หมด ดังนั้น ต่อไปจึงเป็นยุคแห่งการเรียนรู้และการคิดต่อยอดว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะนำวิธีคิดที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ มาประยุกต์หรือสังเคราะห์ใหม่และนำมาผสมผสานกับแนวคิดใหม่เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ต่อไป

ขณะที่นายธัชพล เลิศวิโรจนกุล บริษัท ฉายา พิกเจอร์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Animation และ Visual Effect กล่าวว่า หลักสูตร ICT SILPAKORN ถือเป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของตลาด เนื่องจากมีครบทุกด้านทั้งการเขียนโปรแกรมและดีไซน์ ในฐานะผู้ประกอบการที่รับนักศึกษาจากที่นี่เข้าไปทำงาน ยอมรับว่าทุกคนทำงานได้ดี เพราะมีความโดดเด่นหลายด้าน เช่น เอกลักษณ์ทางด้านศิลปะและมีความกระตือรือร้นสูง อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมนั้นยังคิดว่าเด็กไทยยังด้อยในเรื่องวุฒิภาวะ เมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการคิดงานเอง ความรับผิดชอบ แม้อายุจะมาก แต่ยังแฝงความเป็นเด็กสูง ยังต้องการการป้อนงานหรือรอรับมากกว่าการแสวงหา

ในฐานะผู้ประกอบการจึงต้องการฝากถึงสถาบันการศึกษาและนักศึกษา จะต้องตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเอง ซึ่งบางคนเมื่อไปสมัครงานมักคิดว่าค่อยไปเรียนรู้งานเอาข้างหน้า ขณะที่ผู้ประกอบการเองต้องการเด็กที่พร้อมทำงาน มีความเป็นมืออาชีพ หรือทำงานได้จริง ดังนั้น นักศึกษาต้องเตรียมความพร้อมที่จะทำงานได้จริง ซึ่งสถาบันการศึกษาควรมุ่งเน้นทั้งภาคปฏิบัติควบคู่ไปกับงานวิชาการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

นายเมธิน ปิงสุทธิวงศ์ ผู้จัดการ บริษัท Nabla Digital จำกัด ผู้ผลิตสื่ออินเตอร์แอคทีฟ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่น กล่าวว่า ICT SILPAKORN ถือเป็นสถาบันที่มีความพร้อมในการผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพสูง และสามารถรองรับการเติบโตของตลาดดิจิทัลมีเดียในอนาคต เพราะมีการเรียนการสอนที่ครบองค์ประกอบทั้งด้านการดีไซน์ควบคู่ไปกับการเขียนโปรแกรม ทำให้นักศึกษา สามารถทำได้ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ปต์ ออกแบบ ตลอดจนถึงการสร้างสรรค์ผลงานได้เลย ซึ่งแตกต่างจากหลักสูตรอื่นที่จะโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น ทำให้นักศึกษาที่เรียนที่นี่สามารถนำความรู้ความสามารถไปทำงานหรือต่อยอดในสิ่งที่ตัวเองถนัดได้อย่างแท้จริง หากประเมินคุณภาพการทำงานของนักศึกษาพบว่าเมื่อรับเข้ามาทำงานแล้วพร้อมทำงานได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานและมีความรู้รอบด้าน สามารนำความรู้ที่เรียนไปประยุกต์ใช้ในงานได้หลากหลาย เพราะที่มหาวิทยาลัยศิลปากรจะมุ่งเน้นในเรื่องภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ควบคู่ไปกับหลักวิชาการ ทำให้นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากที่นี่ สามารถแข่งขันได้กับเวทีต่างประเทศได้ สิ่งสำคัญ มหาวิทยาลัยศิลปากรมุ่งเน้นในการปลูกฝังให้นักศึกษามีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อพัฒนาคนดีให้เป็นคนเก่งในสังคม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเด็กไทยจะมีความสามารถทางด้านทักษะด้านต่างๆที่สูง แต่หากเทียบกับต่างประเทศแล้ว ยังมีจุดด้อยในเรื่องของการทำงานเป็นทีมเวิร์คและภาษาที่ใช้สื่อสาร ซึ่งทางเด็กจำเป็นต้องพัฒนาด้านนี้ให้มากขึ้น เพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเอง เพราะการทำงานอาจต้องร่วมงานกับบริษัทข้ามชาติ หรือเดินทางไปทำงานต่างประเทศ

ข้อมูลจำเพาะสถาบัน

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร (ICT SILPAKORN) เปิดสอนทั้งหมด 3 สาขา ดังนี้ 1.สาขาวิชานิเทศศาสตร์ เปิดสอนในหลักสูตรเอกการสื่อสารเชิงธุรกิจ, เอกการสื่อสารมวลชน และเอกภาพยนตร์ 2. สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการออกแบบ เอกแอนิเมชั่น, เกม และ เว็บและสื่อโต้ตอบ 3. สาขาวิชาธุรกิจดิจิทัล ผู้ที่สนใจสอบถามเพิ่มเติม รวมถึงติดตามอัพเดตข่าวสารกิจกรรมได้ที่ www.ict.su.ac.th และเฟสบุ๊ค ictsilpakorn

ข่าวที่เกี่ยวข้อง