WWF ประเทศไทย ส่งมอบรูปปั้นช้างแอฟริกัน แก่มูลนิธิเพื่อนช้าง สานต่องานอนุรักษ์ช้างไทย-แอฟริกัน มุ่งลดการฆ่าและการล่าเอางา

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562 14:19:10 น.
กรุงเทพฯ--22 ก.ค.--องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย

จากภาพซ้ายไปขวา: คุณเจ สเปนเซอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ WWF ประเทศไทย คุณโซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารมูลนิธิเพื่อนช้าง, ดร.อาโนลด์ สิตอมพุล ผู้อำนวยการส่วนงานอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย และ คุณวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปินศิลปาธร สาขาการออกแบบ

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย (WWF-Thailand) ส่งมอบรูปปั้นช้างจากโครงการ Travel Ivory Free 2018 ที่เคยจัดแสดงอยู่ ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ให้กับมูลนิธิเพื่อนช้าง (Friends of the Asian Elephant) โดยผู้อำนวยการส่วนงานอนุรักษ์ ดร.อาโนลด์ สิตอมพุล และศิลปินผู้ออกแบบคุณวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ เป็นผู้ส่งมอบ และมีคุณโซไรดา ซาลวาลา รวมทั้งผู้บริหารมูลนิธิเพื่อนช้าง ทีมสัตวแพทย์ ให้การต้อนรับ

กิจกรรม Travel Ivory Free 2018 – เที่ยวไทยไร้การซื้อขายงาช้าง จัดขึ้นครั้งแรกระหว่างวันที่ 1-10 ตุลาคม 2561 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5-16 กุมภาพันธ์ 2562 โดย WWF ประเทศไทยร่วมกับองค์กรพันธมิตร ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และ พันธุ์พืช การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สายการบินนกสกู๊ต ร่วมกันจัดกิจกรรม และจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการซื้อขายงาช้าง ซึ่งเป็นเรื่องขัดต่อศีลธรรม และเป็นการกระทำผิดในลักษณะอาชญากรรมข้ามชาติ โดยการนำงาช้างออกนอกประเทศ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ในการแสดงนิทรรศการในเดือนตุลาคม WWF ประเทศไทยโดยได้รับความอนุเคราะห์จากคุณวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ เป็นผู้ออกแบบประติมากรรมช้างป่าแอฟริกันขนาดจริง ที่มีความสุขกว่า 4 เมตร และกว้างกว่า 7 เมตร จัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทหมหานคร

นายอาโนลด์ สิตอมพุล ผู้อำนวยการฝ่ายงานอนุรักษ์ WWF ประเทศไทยกล่าวว่ากิจกรรมเที่ยวไทยไร้การซื้อขายงาช้างที่จัดขึ้น ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ทั้งนี้ ปัญหาการซื้อขายงาช้าง ยังถือเป็นเป้าหมายหลักในการทำงานอนุรักษ์ของ WWF ประเทศไทย ที่ต้องการสร้างการตระหนักรู้ สร้างความเข้าไปเพื่อนำไปสู่การลดความต้องการทั้งการซื้อ และการนำมาขายในประเทศ

"WWF และประเทศไทยได้รับการยอมรับจากองค์กรอนุรักษ์ในเรื่องของการเป็นผู้นำ ที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องของการรณรงค์เพื่อยุติการค้างาช้าง ทั้งนี้ จากการสำรวจโดย Globe Scan พบว่าประเทศไทยยังคงเป็นตลาดค้างาช้างรายใหญ่ลำดับต้นๆ ของโลก โดยมีทั้งงาจากช้างที่เป็นช้างเลี้ยงในประเทศ และงาช้างบางส่วนที่ถูกลักลอบนำเข้ามาขายโดยผ่านการแปรรูป ซึ่งแม้ว่าการสำรวจในปีล่าสุดพบความต้องการจากฝั่งผู้บริโภคน้อยลง แต่ก็ยังถือว่าประเทศไทยเป็นพื้นที่หลักที่มีการขายผลิตภัณฑ์จากงาช้าง WWF ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว และยังทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อยุติปัญหาการค้างาช้าง โดยการรณรงค์ให้ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศเกิดความเข้าใจ และมุ่งหวังให้ความต้องการลดลงจนนำไปสู่กรปิดตลาดงาช้างในที่สุด"

ดร.อาโนลด์ กล่าวเสริมว่า การนำรูปปั้นช้างที่ถูกดัดแปลงจากการจัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร มาติดตั้งเป็นการถาวรในพื้นที่ของมูลนิธิเพื่อนช้าง จังหวัดลำปาง มีความมุ่งหวังให้ผู้ที่มีโอกาสได้มาเยี่ยมชม มีความเข้าใจ และได้มองเห็นความสำคัญของงานอนุรักษ์ช้าง ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่คู่กับวิถีของคนไทยมาเป็นเวลานาน และจะได้เป็นตัวแทนที่แสดงให้เห็นความเจ็บปวดของการถูกทำร้าย การฆ่าช้างเพื่อล่าเอางาอีกด้วย

โครงการสัปดาห์รณรงค์ต่อต้านการซื้องาช้างในประเทศไทย" (Travel Ivory Free)

งานนิทรรศการ " Travel Ivory Free " จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 ตุลาคม 2561 ดำเนินกิจกรรมบนแนวคิด " การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ " หรือ " Be Responsible Tourists " ตามนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและสร้างทัศนคติรวมถึงแนวทางการปฏิบัติในการเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี และมีความรับผิดชอบด้วยการไม่สนับสนุนซื้อสินค้าที่ทำมาจากงาช้าง โดยประเทศไทย ถือเป็นตลาดซื้อขายงาช้างขนาดใหญ่ และเป็นเส้นทางในการลักลอบขนถ่ายงาช้างไปเพื่อนำไปแปรรูป หรือส่งต่อไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในแต่ละปีช้างแอฟริกันกว่า 20,000 ตัวถูกฆ่าเพื่อตัดเอางา และการสังหารช้างแอฟริกันที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานนับทศวรรษ คร่าชีวิตช้างไปแล้วหลายแสนตัว จนกระทั่งปัจจุบันมีการสำรวจพบว่า ประชากรช้างแอฟริกันหลงเหลืออยู่เพียง 415,000 ตัวเท่านั้นในโลก

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF เป็นหนึ่งในองค์กรขนาดใหญ่ที่สุดระดับโลกที่มุ่งมั่นทำงาน และอุทิศเพื่องานด้านการอนุรักษ์ ปัจจุบัน WWF มีผู้สนับสนุนมากกว่า 5 ล้านคนจากทั่วโลกและเครือข่ายขององค์กรทำงานร่วมกันในกว่า 100 ประเทศ พันธกิจของ WWF คือการหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาวะธรรมชาติของโลกในเชิงลบ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของโลกที่มีมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างมีความสมดุลด้วยการอนุรักษ์สภาพชีววิทยาที่หลากหลาย และมุ่งทำงานเพื่อรักษาทรัพยากรด้านพลังงานให้ถูกนำกลับมาใช้งานอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนการทำงานเพื่อหยุดยั้งมลพิษและการบริโภคที่เกินพอดี สามารถศึกษาข้อมูลการทำงานของเราเพิ่มเติมได้ที่ www.panda.org/news

ข่าวที่เกี่ยวข้อง