สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย โชว์ศักยภาพการจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำระดับโลก ในรายการ “เรือยาวมังกรชิงแชมป์โลกครั้งที่ 14”

ข่าวกีฬา 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 17:09 น. —ThaiPR.net

สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย โชว์ศักยภาพการจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำระดับโลก ในรายการ "เรือยาวมังกรชิงแชมป์โลกครั้งที่ 14" (14th IDBF World Dragon Boat Racing Championships) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจจากสมาพันธ์เรือยาวมังกรโลก (IDBF : International Dragon Boat Federation) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน "เรือยาวมังกรชิงแชมป์โลกครั้งที่ 14" (14th IDBF World Dragon Boat Racing Championships) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-25 สิงหาคม 2562 ณ อ่างเก็บน้ำมาบประชัน อำเภอ บางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่จะมีมวลทีมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ มากกว่า 4,000 คน จาก 30 ประเทศทั่วโลก

สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย โชว์ศักยภาพการจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำระดับโลก ในรายการ “เรือยาวมังกรชิงแชมป์โลกครั้งที่ 14”

พลเรือเอกชัยณรงค์ เจริญรักษ์ นายกสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดการแข่งขัน"เรือยาวมังกรชิงแชมป์โลกครั้งที่ 14" (14th IDBF World Dragon Boat Racing Championships) ครั้งนี้ จะเป็นการโชว์ศักยภาพความพร้อมในการจัดแข่งขันกีฬาทางน้ำของสมาคมกีฬาเรือพายฯ ทั้งด้านบุคลากรในการจัดการแข่งขัน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพในการบริหารจัดการสมาคมฯ รองรับการเป็น World Rower Sports Hup ศูนย์กลางกีฬาเรือพายในภูมิภาคเอเซียในอนาคตอันใกล้ อันจะส่งผลดีต่อการเสริมสร้างอุตสาหกรรมการกีฬาของประเทศไทยในภาพรวม ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการฝึกซ้อม การอบรม และการแข่งขันเรือพายของโลก สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้จะมีการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศมากกว่า 200 ล้านบาท จากการใช้จ่ายของทีมนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ต่างชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน และเดินทางมาชมการแข่งขันกว่า 4,000 คน ตลอดระยะเวลา 10 วัน

สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย โชว์ศักยภาพการจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำระดับโลก ในรายการ “เรือยาวมังกรชิงแชมป์โลกครั้งที่ 14”

นอกจากนี้การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการสร้างความนิยมให้ประชาชนคนไทยได้รู้จักกีฬาเรือพายประเภทเรือยาวสากลมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้กีฬาเรือพายให้เป็นกีฬาสำหรับคนไทยในการออกกำลังกาย สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และเสริมสร้างความสมานฉันท์ ความปรองดองของคนในสังคม (Sport for All) อีกทั้งยังเป็นการพัฒนานักกีฬาเรือยาวสากลทีมชาติไทยสู่ความเป็นเลิศในระดับโลก โดยใช้การแข่งขันเป็นศูนย์กลางในการเพิ่มทักษะนักกีฬาเรือยาวสากลทีมชาติไทยในทุกรุ่น (อาวุโส, ทั่วไป, เยาวชนอายุ 23, 18 และ 16 ปี) ผ่านการคัดเลือกและเก็บตัวฝึกซ้อม พร้อมใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาสู่การพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ

สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย โชว์ศักยภาพการจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำระดับโลก ในรายการ “เรือยาวมังกรชิงแชมป์โลกครั้งที่ 14”

พลเรือเอกชัยณรงค์ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า "การได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเรือยาวมังกรชิงแชมป์โลกในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งนี่ถือเป็นโอกาสอันดีของนักกีฬาเรือพายไทยในการเพิ่มพูนประสบการณ์เพื่อก้าวขึ้นไปเป็นนักกีฬาชั้นนำ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยทุกคน ได้สัมผัสกับการแข่งขันกีฬาระดับโลก สัมผัสกับระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐานสากล และได้รับการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้มีการเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง"

การแข่งขัน "เรือยาวมังกรชิงแชมป์โลกครั้งที่ 14" นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพการกีฬาไทย ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 ที่มุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรกีฬาเรือพายทุกประเภท ให้มีปริมาณและคุณภาพที่เพียงพอ และมีขีดสมรรถนะที่เป็นมาตรฐานสากล เพื่อส่งเสริมให้นักกีฬาได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่ความสำเร็จในการแข่งขันระดับเอเชียและระดับโลก ทั้งในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์และมหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทย รวมทั้งนักกีฬาคนพิการ สามารถสร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศชาติเพื่อรองรับการเติบโตอุตสาหกรรมกีฬาอย่างมั่นคง นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมความนิยมในกีฬาเรือพายให้สูงขึ้น เพื่อที่จะได้มีการจัดการแข่งขันในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทุกปี ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เสริมสร้างอุตสาหกรรมการกีฬาของประเทศไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

"กีฬาเรือยาวมังกรเป็นกีฬาที่ช่วยพัฒนาขีดสมรรถนะของคนที่เกี่ยวข้องในด้านทัศนคติ ได้แก่ การทำงานเป็นทีม, การสร้างความสนุกสนาน ความสามัคคีระหว่างหมู่คณะ ทั้งยังยังช่วยให้นักกีฬาได้รู้ถึงการรับผิดชอบต่อผลสำเร็จร่วมกัน รวมถึงการรู้จักแพ้ชนะอีกด้วย อีกทั้งการแข่งขันในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาวะของผู้คนอย่างครบวงจร ทั้งช่วยพัฒนาจิตใจ และหล่อหลอมสู่ความเป็นพลเมืองดีของชาติ ซึ่งทัศนคติดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรทุกสังคมมีความต้องการเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น กีฬาชนิดนี้ จึงควรค่าแก่การเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ประโยชน์แก่เยาวชน องค์กร และสังคม ให้มีความพร้อมที่ขับเคลื่อนประเทศชาติในอนาคตต่อไป" พลเรือเอกชัยณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ