สสปน. จับมือ Platform E-Commerce จีน สร้างระเบียงเศรษฐกิจ 4.0 เชื่อมโยงธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ

ข่าวหุ้น-การเงิน 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562 09:31 น. —ThaiPR.net

สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ศูนย์ยุทธศาสตร์ไทย-จีน สมาคมมิตรภาพไทย-เซินเจิ้น และผู้ประกอบการ MOC Biz Club ประเทศไทย โครงการ GTEC คัดสรร ร่วมจัดโครงการ "ประชุมสัมมนานานาชาติเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (GMS - THAILAND E-COMMERCE ECONOMIC CORRIDOR : GTEC 2019)" ขึ้นเพื่อสร้างเวทีเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ ระหว่าง Platform E-Commerce รายใหญ่ของจีน นำโดย Hangzhou Beijia E-Commerce Co.,Ltd. ที่นำร้านค้าจีนในเครือ beidian88.com (เป้ยเตี้ยน88 ดอทคอม) มากว่า 30 ร้านค้า และห้าง Carrot Mall ซึ่งทำการตลาดทั้งรูปแบบ Offline และ Online ในประเทศจีน มาเจรจาจับคู่ทางการค้าร่วมกับผู้ประกอบการชุมชนกว่า 100 ราย ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมทั้งร่วมทำข้อตกลงความร่วมมือกัน (MOU) ในการที่จะพัฒนาสินค้าไทยเข้าสู่ Platform E-Commerce ของจีน

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการสนับสนุนภายใต้แผนระยะยาวของ TCEB ในการส่งเสริมและผลักดันให้ภาคเอกชนรวมตัวกัน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเชื่อมโยงด้านการค้า การลงทุน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ GMS ซึ่งโครงการดังกล่าว ถือเป็นการยกระดับการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ ที่มีการนำเอาเทคโนโลยี 4.0 เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการเชื่อมโยง โดยการจัดงานดังกล่าว TCEB ได้เข้ามาเป็นเจ้าภาพร่วมกับภาคเอกชน โดยการเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านงบประมาณการจัดงาน รวมถึงสนับสนุนการนำแพลตฟอร์ม MICE เข้ามาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการการจัดงาน เพื่อให้องค์ประกอบของการจัดงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดในประเทศ สสปน. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีหน้า TCEB ยังมีแผนที่จะสนับสนุนให้เกิดการกระจายการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (GTEC) ไปยังทุกภูมิภาคของประเทศ โดยจะดำเนินการสนับสนุนส่งเสริมให้ภาคเอกชนกระจายการเชื่อมโยงไปยังภาคอีสานและภาคใต้ในปีถัดไป ซึ่งเมื่อการเชื่อมโยงดังกล่าว เข้าถึงผู้ประกอบการชุมชนจากทั่วทุกภูมิภาคแล้ว จะช่วยสร้างรายได้และสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนต่าง ๆ จากทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำมาซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ถือเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างแท้จริง

Mrs. Zhang LongZhu CEO Hangzhou Beijia E-Commerce Co.,ltd. ผู้บริหารเว็บไซต์ www.beidian88.com กล่าวว่า ทางบริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการ GTEC เพราะนอกจากจะเป็นครั้งแรกที่ได้มีการทำ MOU ร่วมกับผู้ประกอบการไทยแล้ว ยังได้มีการร่วมวางแผนต่อยอดกับคณะกรรมการ GTEC ในการผลักดันสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการจากชุมชนประเทศไทย ให้เข้าสู่ platform ของ Beidian ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในวันนี้ทาง Beidian ได้มีการเชิญร้านค้าบน Platform มามากกว่า 30 ร้านค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้ดูสินค้าตัวอย่าง พูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้กัน และต้องขอขอบคุณผู้จัดงานโดยเฉพาะคุณประธาน อินทรียงค์ ผู้อำนวยการ GTEC ที่ได้มอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการในเครือจำนวน 5 รายที่มียอดขายสินค้าไทยเป็น Top seller อีกด้วย นี้ถือเป็นสิ่งที่เน้นย้ำในความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง website: Beidian88.com กับสินค้าจากประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ด้าน Mr. Yu Wenhua CEO Guangzhou Carrot Mall Network Technologies Co.,Ltd. ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางบริษัทได้ทำการตลาดสินค้าไทยมามากกว่า 2 ปี โดยมีทั้งช่องทาง online ที่เราได้ร่วมกับ Beidian และช่องทาง offline ที่เราเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า Carrot Mall มากกว่า 17 สาขา ใน 17 เมือง โดยผู้บริโภคชาวจีนนิยมสินค้าไทยเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่น่าเชื่อถือแล้ว สินค้าที่นำเข้าไปยังถูกใจลูกค้าชาวจีนในอีกหลายด้าน ซึ่งส่งผลให้บริษัทมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องจากสินค้าไทยมูลค่าถึง 1,000 ล้านในเวลา 2 ปี โดยก้าวต่อไปทาง Carrot Mall มีเป้าหมายที่จะผลักดันสินค้าไทยให้มากขึ้น โดยเน้นที่สินค้าพื้นบ้านที่เป็นของดีและผลิตจากชุมชนต้นกำเนิด เพราะนอกจากสินค้าจะมีคุณภาพที่ดีตามมาตรฐานแล้ว ยังมีเอกลักษณ์และมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง

นายประธาน อินทรียงค์ ผู้อำนวยการ GTEC กล่าวว่า งานนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก การที่มี MOU เกิดขึ้นนั้น ทำให้เห็นได้ว่าภาคเอกชนของจีนให้ความสำคัญกับสินค้าจากผู้ประกอบการในระดับท้องถิ่นของไทยเป็นอย่างมาก และทำให้อนาคตของสินค้าไทยใน Platform E-commerce จากจีน มีแนวโน้มที่เติบโตมากขึ้นอย่างแน่นอน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะต้องขับเคลื่อนกันต่อไป เพื่อทำให้เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นบนโลก online มาช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดโครงการ GTEC โดยเรามอบหมายให้กลุ่ม Smart Business Network เริ่มต้นทำโครงการ "1 จังหวัด 1 ผลิตภัณฑ์" ( ???? /Yi FU Yi Pin ) ซึ่งจะผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูป อาหารแปรรูปเครื่องสำอาง สมุนไพร ที่จ้างงานคนในพื้นที่และเน้นใช้วัตถุดิบในพื้นที่มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเข้าสู่ตลาดจีน โดยโครงการนี้เตรียมจะนำเสนอเพื่อเข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ