หอการค้าไทย ห่วงมาตรฐาน SMEs ด้านท่องเที่ยว เร่งให้ความรู้  ผู้ประกอบการด้านโรงแรม ที่พัก ปฏิบัติให้ถูกกฎหมาย

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562 17:32:12 น.
กรุงเทพฯ--19 ส.ค.--หอการค้าไทย

หอการค้าไทย ห่วงมาตรฐานของ SMEs ผู้ให้บริการที่พักแก่นักท่องเที่ยว เร่งให้ความรู้กับผู้ประกอบกิจการได้ปฏิบัติอย่างถูกกฎหมาย เล็งจัดสัมมนา "เปิดโรงแรม ที่พัก และโฮสเทล ให้ถูกกฎหมายตาม ม.44"

นำร่องจังหวัดชลบุรี มุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้ปรับปรุงอาคารตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด พร้อมรับนักท่องเที่ยวในระยะยาว

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันการขยายตัวในภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิด "ธุรกิจโรงแรม" ทั้งโรงแรมที่ถูกกฎหมาย และไม่ถูกกฎหมาย ทั้งนี้ ธุรกิจการท่องเที่ยวทำให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านที่พัก มีการใช้จ่ายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของการใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น หรือประมาณ 25.8% แต่โรงแรมและที่พักจำนวนมากกว่า 20,000 แห่ง ไม่ได้มีการขออนุญาตดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายนั้น จะทำให้ธุรกิจโรงแรมเข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น และสามารถยกระดับมาตรฐานการให้บริการ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นักท่องเที่ยวก็จะได้รับบริการที่มีคุณภาพและเป็นธรรม รวมทั้งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวในประเทศไทย

ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 6/2562 เรื่อง มาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท ช่วยผ่อนปรนให้โรงแรมประเภท 1 ที่ให้บริการเฉพาะห้องพัก  (ไม่เกิน 50 ห้องพัก) และโรงแรมประเภท 2 ที่ให้บริการเฉพาะห้องพัก หรือมีบริการทั้งห้องพักและห้องอาหาร (เกิน 50 ห้องพัก) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ก่อสร้างก่อนปี 2559 ได้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการโรงแรมที่ยังติดปัญหาเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ได้มีโอกาสปรับปรุงหรือพัฒนาโรงแรมและที่พักให้ถูกต้องตามมาตรฐานการให้บริการ สร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ดังนั้น หอการค้าไทย จึงได้ร่วมกับหอการค้าจังหวัดต่าง ๆ จัดสัมมนา "เปิดโรงแรม ที่พัก และ โฮสเทล ให้ถูกกฎหมายตาม ม.44" ขึ้น เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ กรรมการเลขาธิการ หอการค้าไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดสัมมนาดังกล่าว จะจัดขึ้นใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้ารับการสัมมนา มีความเข้าใจข้อมูลของประกาศ คสช.ที่ 6/2562 และรีบดำเนินการให้ถูกต้องทันเวลาพร้อมรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่อไป ซึ่งประกาศฯ ดังกล่าวมีสาระสำคัญดังนี้

1. การเปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการที่นำอาคารเก่ามาดัดแปลงแก้ไขเป็นโรงแรมก่อน ปี 2559 โดยไม่ได้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ได้มีโอกาสปรับปรุงอาคารให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดภายในกำหนด 2 ปี โดยไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย (พักการดำเนินคดีอาญา)

2. การเปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการที่กำลังจะลงทุนเปิดกิจการโรงแรมขนาดเล็กสามารถขอประกอบกิจการได้โดยไม่ติดขัดกับกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร รวมไปถึงคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นห้ามสร้างอาคารตามพระราชบัญญัติผังเมืองและพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

3. เกณฑ์การขออนุญาตปรับปรุงอาคาร เปลี่ยนแปลงอาคาร หรือ เปลี่ยนเจตนาการใช้อาคาร จากอาคาร ที่พักอาศัยธรรมดาเป็นโรงแรมขนาดเล็ก ประเภทที่พักอย่างเดียวหรือที่พักพร้อมการขายอาหาร

4. แนวปฏิบัติของนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติโรงแรมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.6/2562

"นอกจากนี้ ภายในงานสัมมนาฯ จะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการเปลี่ยนอาคารเก่าให้เป็นโรงแรม รายละเอียดการทำสัญญาว่าจ้าง การเปรียบเทียบต้นทุน และการยื่นขอใบอนุญาตโรงแรม รวมทั้ง การบอกเล่าประสบการณ์ การประกอบธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก Hostel หรือ Home Stay อีกด้วย" ดร. กฤษณะ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง