'อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ หนุนมาตรการ 'ชิมช้อปใช้’ ปลุกกำลังซื้อตลาดเฟอร์ฯ ปลายปีคึกคัก หวังดันยอดขาย Q4

ข่าวหุ้น-การเงิน 30 กันยายน พ.ศ. 2562 11:44 น. —ThaiPR.net

'บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์' หรือ ILM รับมาตรการ 'ชิมช้อปใช้' กระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีคึกคัก เดินหน้าส่ง 5 สาขาในกรุงเทพฯ ได้แก่ พระราม 2, เกษตร-นวมินทร์, บางนา, เอกมัย และแจ้งวัฒนะ เข้าร่วมมาตรการฯ เตรียมแอพพลิเคชั่นไว้รับชำระค่าสินค้าและบริการ คาดช่วยดันยอดขายไตรมาสสุดท้ายพุ่ง ทั้งนี้ หลังจากเปิดเว็บไซต์ 'ช้อปชิมใช้' ปรากฏว่ามีประชาชนเข้าร่วมลงทะเบียนจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลกำหนดเป้าหมายการลงทะเบียนไว้ที่ 10 ล้านคน ซึ่งประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้เป็นที่เรียบร้อย สามารถนำวงเงินที่ได้รับในแอพพลิเคชั่น 'เป๋าตัง' มาชำระค่าสินค้าและบริการที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ทั้ง 5 สาขา ได้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2562 (วงเงินที่ผู้ลงทะเบียนได้รับมีอายุการใช้จ่าย 14 วัน หลังได้รับ SMS ยืนยันแจ้งสิทธิ์ลงทะเบียน)

'อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ หนุนมาตรการ 'ชิมช้อปใช้’ ปลุกกำลังซื้อตลาดเฟอร์ฯ ปลายปีคึกคัก หวังดันยอดขาย Q4

นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกของตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการ 'ชิมช้อปใช้' โดยให้วงเงินผ่านทางแอพพลิเคชั่น 'เป๋าตัง' (G-Wallet) รายละ 1,000 บาท แก่ประชาชนที่มาลงทะเบียนรับสิทธิ์ในโครงการดังกล่าว นำไปใช้เลือกซื้อสินค้าและบริการภายในร้านค้าที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่ได้ลงทะเบียนไว้ (ต้องไม่ใช่จังหวัดที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีนี้กลับมาคึกคักยิ่งขึ้น บริษัทฯ มองว่ามาตรการดังกล่าวน่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และการกระตุ้นให้ประชาชนกล้าที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น เมื่อเทียบกับบรรยากาศในช่วงที่ผ่านมาที่มีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่มั่นใจในสภาวะเศรษฐกิจและรายได้ในอนาคต

ล่าสุดบริษัทฯ ได้ขานรับมาตรการดังกล่าว โดยนำ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เป็นตัวแทนเข้าร่วม ลงทะเบียนร้านค้า จำนวน 5 สาขา ในจังหวัดกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่ 4 มุมเมือง เข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้ ได้แก่ สาขาพระราม 2 เกษตร-นวมินทร์ บางนา เอกมัย และแจ้งวัฒนะ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมแอพพลิเคชั่น 'ถุงเงิน' ไว้รับชำระค่าสินค้าและบริการแก่ลูกค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการฯ และได้รับวงเงินใช้จ่ายทางแอพพลิเคชั่น 'เป๋าตัง' (G–Wallet)

"คาดว่าการเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นภาพรวมยอดขายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่กำลังวางแผนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านในช่วงปลายปี เพื่อเตรียมปรับปรุงซ่อมแซมหรือตกแต่งที่อยู่อาศัยหลังใหม่ จะใช้โอกาสนี้ในการรีบตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น" นางสาวกฤษชนก กล่าว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ