ทรีนีตี้ คาด SET Index ต.ค. 62 เคลื่อนไหวในกรอบ 1,540-1,700 จุด ขณะที่หวังหุ้น AWC เข้าเทรดช่วยจุดพลุความคึกคักให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย “ณัฐชาต เมฆมาสิน” แนะหาจังหวะซื้อหุ้นเมื่อดัชนีฯ อ่อนตัว ชู 2 ธีมการลงทุนเด่น

ข่าวหุ้น-การเงิน 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562 14:31 น. —ThaiPR.net

ทรีนีตี้ คาด SET Index ต.ค. 62 เคลื่อนไหวในกรอบ 1,540-1,700 จุด ขณะที่หวังหุ้น AWC เข้าเทรดช่วยจุดพลุความคึกคักให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย “ณัฐชาต เมฆมาสิน” แนะหาจังหวะซื้อหุ้นเมื่อดัชนีฯ อ่อนตัว ชู 2 ธีมการลงทุนเด่น

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่าแนวโน้ม SET Index ตุลาคม 2562 และในช่วงที่เหลือของปีนี้จะแกว่งอยู่ในกรอบ 1,540-1,700 จุด โดยระดับแนวรับที่ 1,540 จุดนั้นเทียบเท่า Forward PE 14 เท่า ส่วนแนวต้านยังคงถูกจำกัดด้วยมิติของ Valuation เป็นสำคัญ โดยในกรณีฐานประเมินที่ 1,650 จุด (Forward PE 15 เท่า) แต่สามารถถูกยกขึ้นเป็น 1,700 จุดได้ หากกนง.ปรับลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง (Forward PE 15.4 เท่า) ในช่วงปลายปีนี้

ขณะเดียวกันคาดว่าภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลังของเดือนตุลาคมจะดีกว่าครึ่งเดือนแรก จากสภาพคล่องที่น่าจะเริ่มกลับมาภายหลังจากหุ้น AWC เข้าตลาดเรียบร้อยแล้ว และ Positive surprise ที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยสงครามการค้าและ Brexit

นายณัฐชาต กล่าวต่อไปว่าหาก SET Index ยังไม่ลงมาถึงแนวรับแรกที่ 1,600 จุด แนะนำเพียงถือหุ้นในส่วนเดิม แต่หาก SET Index หลุดระดับ 1,600 จุดลงมา แนะนำเป็นจังหวะในการทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นได้ (คาดการณ์เม็ดเงิน LTF ที่รออยู่อีกราว 4-5 หมื่นล้านจะเป็นตัวช่วยพยุงตลาดตั้งแต่จุดนี้) และหากเห็นระดับ 1,540 จุด มองเป็นบริเวณที่สามารถเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นได้ถึง 100% ทั้งนี้ ยังคงแนะนำ Selective ไปยังธีมการลงทุนหลัก 2 ธีมได้แก่

1. ธีม 'Low bond yield' หรือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Bond yield ต่ำ เนื่องจากประเมินว่า Bond yield ทั่วโลกจะยังอยู่ในระดับต่ำต่อไป ถึงแม้อาจจะมีการปรับขึ้นเล็กน้อยระหว่างทาง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว ประกอบกับแนวนโยบายของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกที่กลับมาผ่อนคลายมากขึ้นอีกครั้ง ล่าสุดถ้อยคำที่ออกมาจาก Statement การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ที่ผ่านมาอยู่ในโทน Dovish พอสมควร ซึ่งอาจเป็นการปูทางไปยังการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ มองกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจบนธีม Low bond yield นี้ได้แก่ กลุ่มไฟแนนซ์ อาทิ S11, THANI, CHAYO, JMT กลุ่มสาธารณูปโภค อาทิ RATCH, TPCH, EASTW และกลุ่มสื่อสาร อาทิ ADVANC, INTUCH

2. ธีมหุ้นในดัชนี SET50 ที่ปรับลงมาแรง โดยแนะนำให้หาจังหวะ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ไปยังหุ้นในกลุ่ม เช่น IVL, IRPC, BH, CPF, LH เนื่องจากคาดว่าหุ้นเหล่านี้มีโอกาสปรับตัวรีบาวด์ดีกว่าตลาด ภายหลังหุ้น AWC เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกของดัชนี SET50 ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ทั้งนี้ หากอ้างอิงผลการศึกษาของทรีนีตี้ในอดีตจะพบว่า หุ้นที่ถูกปรับลดน้ำหนักหรือหุ้นที่ถูกถอดออกจากดัชนี SET50 นั้น มักปรับย่อตัวลงในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนหน้าวันบังคับใช้จริงไปจนถึงวันบังคับใช้จริง แต่จะสามารถกลับมาปรับตัว Outperform ตลาดได้หลังจากนั้น สำหรับรอบนี้วันบังคับใช้จริงของหุ้น AWC น่าจะตรงกับวันที่ 16 ตุลาคม

ทั้งนี้ มอง Positive surprise ที่อาจเกิดขึ้นได้ในเดือนนี้ได้แก่ 1.ข้อตกลงการค้าชั่วคราว (Interim deal) ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯและจีน ประเมินรูปแบบที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายและเร็ว ได้แก่ การเลื่อนการเพิ่มอัตราภาษีเป็น 30% บนสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2.5 แสนล้านเหรียญฯออกไปอีกจากวันที่15 ตุลาคมนี้ 2.การเลื่อนเส้นตาย Brexit ออกไปจากวันที่ 31 ตุลาคมปีนี้ ไปเป็นวันที่ 31 มกราคมปี 2020 (ประเมินมีโอกาสเกินกว่า 90%) และ 3.โอกาส 50:50 ที่ Moody's จะประกาศเพิ่มอันดับเครดิตของไทยจากระดับปัจจุบันที่ Baa1 ซึ่งอาจประกาศออกมาในช่วงใดช่วงหนึ่งในไตรมาส 4 นี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ