นิสสันนำเสนอรถยนต์ 14 รุ่น ณ โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2019 นำโดยรถยนต์ต้นแบบ IMk ที่ไร้มลพิษ เปิดมุมมองสู่อนาคตของ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility)

ข่าวยานยนต์ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562 11:48 น. —ThaiPR.net

นิสสันเตรียมจัดแสดงรถยนต์เด่น 14 รุ่นในงานโตเกียว มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 46 รวมถึง ไอเอ็มเค (IMk) รถยนต์ต้นแบบที่ไร้มลพิษรุ่นใหม่ล่าสุด ตัวแทนในอนาคตของการเคลื่อนที่อัจฉริยะของนิสสัน หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) อันเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในรูปแบบของการขับขี่ การใช้พลังงานในการขับเคลื่อน และการบูรณาการ รถยนต์ให้อยู่ร่วมกับสังคม รถยนต์รุ่นเด่น อาทิ ลีฟ อีพลัส (LEAF e+), เซเรนา อี-พาวเวอร์ (Serena e-POWER), จีที-อาร์ (GT-R) และ สกายไลน์ (Skyline) รุ่นใหม่ที่ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ โปรไพลอต เวอร์ชัน 2.0 (ProPILOT 2.0) จะจัดแสดงในงานซึ่งจัดขึ้นที่ Tokyo Big Sight ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมถึง 4 พฤศจิกายน IMk : รถยนต์สำหรับการใช้งานในเมืองที่ไร้มลพิษ เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เกี่ยวกับ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด

นิสสันนำเสนอรถยนต์ 14 รุ่น ณ โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2019 นำโดยรถยนต์ต้นแบบ IMk ที่ไร้มลพิษ เปิดมุมมองสู่อนาคตของ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility)

นิสสัน ไอเอ็มเค (IMk) นับเป็นที่สุดของรถยนต์สำหรับการใช้งานในเมือง ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและอัตราเร่งแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง ในรูปทรงขนาดกะทัดรัด ที่ถ่ายทอดการออกแบบในอนาคตของนิสสัน และมากกว่ารถยนต์สำหรับการใช้งานในเมืองที่มีฟังก์ชันหลากหลาย มันยังเป็นรถที่ออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะตัวเพื่อลดความเครียดของผู้ขับขี่ พร้อมกับให้ความตื่นเต้นและความมั่นใจภายใต้แพลตฟอร์มของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อีกด้วย

ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัยรุ่นล่าสุดของโปรไพลอต (ProPILOT) รวมถึงคุณสมบัติการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ ไอเอ็มเค นำเสนอภาพรวมว่ารถยนต์สำหรับการใช้งานในเมืองจะมีรูปลักษณ์อย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนั้น ไอเอ็มเคยังได้สะท้อนให้เห็นถึงสุนทรียะอันเรียบง่ายจากปรัชญาการออกแบบใหม่ของนิสสันที่เรียกว่า Timeless Japanese Futurism ร่วมกับลักษณะเฉพาะหรือ "ดีเอ็นเอแบบญี่ปุ่น" ในรายละเอียดทั้งภายนอกและภายใน รถยนต์ต้นแบบนี้ได้เผยถึงทิศทางใหม่ของภาษาการออกแบบของนิสสันหรือ Nissan's design language รวมถึงวิธีที่จะช่วยให้ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

นิสสันนำเสนอรถยนต์ 14 รุ่น ณ โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2019 นำโดยรถยนต์ต้นแบบ IMk ที่ไร้มลพิษ เปิดมุมมองสู่อนาคตของ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility)

Serena e-POWER: รถมินิแวนอเนกประสงค์ยอดนิยม พร้อมเทคโนโลยีที่ได้รับรางวัลมากมายอย่าง e-POWER

รถมินิแวนอเนกประสงค์รุ่น เซเรนา (Serena) เป็นที่รู้จักกันอย่างดีว่า ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย อาทิ เทคโนโลยีช่วยเขับขี่ โปรไพลอต (ProPILOT) และ เทคโนโลยี e-POWER ซึ่งเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2561 โดยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าภายใต้ เทคโนโลยี e-POWER ของเซเรนา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเทคโนโลยีแห่งปี 2562 โดยนักวิจัยด้านยานยนต์และการประชุมสื่อมวลชนของประเทศญี่ปุ่น หรือ Automotive Researchers' and Journalists' Conference of Japan (RJC) และด้วยการปรับปรุงในเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่าน ขณะนี้เซเรนา ได้ถูกเพิ่มการปกป้องด้านความปลอดภัยแบบ 360 องศาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น กระจังหน้าที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อให้รูปลักษณ์ดูพรีเมียมและมีความสปอร์ต

นิสสันนำเสนอรถยนต์ 14 รุ่น ณ โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2019 นำโดยรถยนต์ต้นแบบ IMk ที่ไร้มลพิษ เปิดมุมมองสู่อนาคตของ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility)

Skyline ใหม่: ซีดานสปอร์ตระดับพรีเมี่ยมพร้อม ProPILOT 2.0

สกายไลน์ (Skyline) นับเป็นชื่อที่สื่อถึงเทคโนโลยีและความตื่นเต้นเร้าใจของนิสสันตั้งแต่สกายไลน์รุ่นแรกเปิดตัวในปี พ.ศ. 2500 สำหรับสกายไลน์รุ่นล่าสุดมาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยขับขี่ Pro-PILOT 2.0 ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่แบบแรกของโลกที่มีการรวมระบบนำทางและการควบคุมพวงมาลัยที่ไม่ต้องใช้มือบังคับ

เทคโนโลยีช่วยขับขี่ Pro-PILOT 2.0 ถูกออกแบบสำหรับการขับขี่ในทางหลวง โดยทำงานร่วมกับระบบนำทางของรถ เพื่อช่วยในการควบคุมรถให้วิ่งตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ระบบนี้ยังช่วยให้การขับขี่แบบที่ไม่ต้องสัมผัสกับพวงมาลัย (hands-off) ขณะที่ขับขี่ในช่องจราจรเดียว นานเท่าที่ความใส่ใจของผู้ขับขี่อยู่บนท้องถนนเบื้องหน้าและผู้ขับขี่มีความพร้อมที่จะเข้ามาควบคุมรถเมื่อเกิดเหตุจำเป็น

นิสสันนำเสนอรถยนต์ 14 รุ่น ณ โตเกียว มอเตอร์โชว์ 2019 นำโดยรถยนต์ต้นแบบ IMk ที่ไร้มลพิษ เปิดมุมมองสู่อนาคตของ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility)

LEAF e+: ระยะทางในการขับขี่และสมรรถนะที่เพิ่มมากขึ้น

นิสสันมียอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ มากกว่า 430,000 คันทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2553 และหลังจากได้เปิดตัว ลีฟ อี-พลัส (LEAF e+) เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยการเพิ่มสมรรถนะและระยะทางในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้น จากระบบขับเคลื่อนใหม่ ด้วยแบตเตอรี่ความจุ และความหนาแน่นสูง ทำให้เพิ่มระยะทางในการขับขี่มากขึ้นถึงกว่า 40% (โดยสูงสุดวิ่งได้ระยะทางถึง 458 กิโลเมตรภายใต้มาตรฐานการทดสอบ WLTC ของประเทศญี่ปุ่น) ทั้งนี้การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมมาพร้อมแรงบิดมหาศาลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมากยิ่งขึ้น

GT-R: สุดยอดสุนทรีย์แห่งการขับขี่กว่าเวลา 50 ปี

จีที-อาร์ รุ่นปี 2020 นี้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและประสบการณ์จากการแข่งของนิสสันอย่างเต็มที่ ทั้งการทำความเร็วและประสิทธิภาพการควบคุมที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยสำหรับงาน Tokyo Motor Show ในปีนี้ นิสสันจะจัดแสดง จีที-อาร์รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี (GT-R 50th Anniversary special edition) และ จีที-อาร์ นิสโม (GT-R NISMO) รุ่นปี 2020

จีที-อาร์รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี : รุ่นพิเศษเพื่อการเฉลิมฉลองความเป็น จีที-อาร์ ที่มีความหรูหรา แต่มีความสปอร์ต รวมถึง เรื่องราวและความสามารถที่โดดเด่น โดยนำเสนอการตกแต่งภายในและภายนอก รวมถึงการใช้สีแบบทูโทน (two-tone color) อันที่เป็นเอกสิทธิ์ตามแบบฉบับของนิสสัน
  • จีที-อาร์ นิสโม รุ่นปี 2020: การปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับรุ่นปี 2020 นี้เพื่อการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ ได้แก่ เทอร์โบชาร์จเจอร์รุ่นใหม่เป็นรุ่นเดียวกับที่ใช้กับรถแข่งแบบ GT3 ในปี 2018 เบรกแบบคาร์บอนเซรามิกที่พัฒนาขึ้นใหม่ที่มีประสิทธิภาพการเบรกที่เหนือชั้น วัสดุภายนอกแบบคาร์บอนไฟเบอร์ คอมโพสิตใหม่ บริเวณหลังคา กระโปรงหน้า และ กันชนหน้า – มาพร้อมกับเบาะนั่งคู่หน้าของ Recaro แบบใหม่ ทำให้น้ำหนักลดลงกว่า 30 กิโลกรัม นอกจากนี้ช่วงล่างและระบบส่งกำลังได้รับการปรับจูนใหม่ ทำให้ จีที-อาร์ เป็นรถที่มีสมรรถนะและความตื่นเต้นเร้าใจมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

นิสสัน ก่อตั้งในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ 2476 โดยมีนโยบายหลักที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้กับลูกค้า (Innovation that Excites) ทำให้ลูกค้าได้รับความสุขกับรถของนิสสัน ขณะเดียวกันนิสสันยังต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยนิสสันได้ประกาศเป้าหมายในการมีส่วนร่วมลดค่ามลพิษให้เป็นศูนย์ และลดการสูญเสียบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ นิสสันจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่อัจฉริยะ โดยมีแผนที่จะแนะนำระบบขับขี่อัตโนมัติ ในรถยนต์รุ่นหลักในภูมิภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนไปพร้อมๆ กับการสร้างความสุขให้กับผู้ขับขี่ สำหรับประเทศไทยนิสสันเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 5 แห่ง และฐานการผลิตรถยนต์รวม 2 แห่ง มีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมากกว่า 180 แห่ง โดยมีผลิตภัณฑ์รถยนต์ตอบสนองลูกค้าทุกเซกเมนต์รวม 10 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์อีโค คาร์ รถยนต์อเนกประสงค์ รถยนต์พรีเมี่ยมซีดาน รถกระบะ และรถตู้

นิสสัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกที่จำหน่ายรถยนต์มากกว่า 60 รุ่นภายใต้แบรนด์นิสสัน อินฟินิตี้ และดัทสัน ในปีงบประมาณ 2561 บริษัทฯ มียอดขายรถยนต์มากกว่า 5.52 ล้านคันทั่วโลก สร้างรายได้มูลค่า 11.6 ล้านล้านเยน สำนักงานใหญ่ของนิสสันที่ตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น แบ่งเขตปฏิบัติการออกเป็น 6 พื้นที่ ประกอบไปด้วย เอเชียและโอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลางและอินเดีย จีน ยุโรป ละตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นิสสันเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และ ได้เข้าซื้อหุ้นเป็นจำนวน 34% จากมิตซูบิชิในปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันเรโนลต์ นิสสัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นพันธมิตรธุรกิจยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและมียอดขายรวมกันมากกว่า 10.76 ล้านคันในปี 2561

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การบริการ และความมุ่งมั่นในการนำเสนอยานยนต์เพื่อความยั่งยืน สามารถติดตามได้ที่ nissan-global.com, Facebook, Instagram, Twitter , LinkedIn และรับชมวีดีโอล่าสุดที่ YouTube


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ