BC โรดโชว์พบนักลงทุนกรุงเทพฯ เตรียมเสนอขายไอพีโอ 167 ล้านหุ้น รุกขยายพอร์ตธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ รูปแบบ BOS เสริมผลงานโตแกร่ง

ข่าวอสังหา 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562 13:46 น. —ThaiPR.net

"บูทิค คอร์ปอเรชั่น" หรือ BC จัดงานโรดโชว์พบนักลงทุน สรุปข้อมูลการเสนอขายหุ้นไอพีโอ 167 ล้านหุ้น โชว์ความแข็งแกร่งในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบสร้าง - ดำเนินงาน - ขาย หรือ BOS Model ซึ่งเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง ปัจจุบัน มีโครงการในมือที่เริ่มดำเนินการแล้วและพร้อมขาย (BOS) 5 โครงการ และโครงการที่มีนโยบายบริหารเอง (Non-BOS) 4 โครงการ พร้อมลุยปั้นโครงการใหม่อีก 8 โครงการ บนทำเลศักยภาพย่านสุขุมวิทและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เสริมการรับรู้รายได้ที่มั่นคง สม่ำเสมอ การันตีด้วยผลงานครึ่งปีแรกท็อปฟอร์ม กำไรสุทธิโตกว่า 122% อยู่ที่ 348.5 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 675.9 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการขายโครงการใหม่ได้ 2 โครงการ หนุนทั้งปี 62 ส่อแววสวยตามเป้า งานนี้ ควงเอเซียพลัส FA มือทอง ร่วมให้ข้อมูลสร้างความเชื่อมั่น ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปลายปีนี้

BC โรดโชว์พบนักลงทุนกรุงเทพฯ เตรียมเสนอขายไอพีโอ 167 ล้านหุ้น รุกขยายพอร์ตธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ รูปแบบ BOS เสริมผลงานโตแกร่ง

นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BC) ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ สร้าง – ดำเนินงาน – ขาย (Build-Operate-Sell : BOS) อสังหาริมทรัพย์ประเภท โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ Commercial Real Estate (ได้แก่ศูนย์การค้า และ อาคารสำนักงานให้เช่า) รวมทั้ง ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดงานสรุปข้อมูลการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่นักลงทุนและประชาชนทั่วไป (โรดโชว์) ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่น ก่อนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (ไอพีโอ) จำนวนไม่เกิน 167 ล้านหุ้น ตามแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปลายปี 2562

BC โรดโชว์พบนักลงทุนกรุงเทพฯ เตรียมเสนอขายไอพีโอ 167 ล้านหุ้น รุกขยายพอร์ตธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ รูปแบบ BOS เสริมผลงานโตแกร่ง

ทั้งนี้ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รูปแบบ BOS Model ขยายการเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยความเชี่ยวชาญของผู้บริหารและทีมงานบริษัทฯ เลือกพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ สอดรับกับแนวโน้มการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยว และมูลค่าของที่ดินและทรัพย์สินที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งเข้ามาร่วมลงทุน ทำให้สามารถพัฒนาโครงการใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จสามารถบริหารจัดการให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ มีอัตราการเข้าพักหรือผู้เช่าอยู่ในระดับสูง เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ทำให้ได้อัตรากำไรจากการขายโครงการอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ BOS Model วางเป้าหมายอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 15%

ความสำเร็จของโครงการที่กลุ่มบริษัทฯ ก่อสร้าง ดำเนินงาน และจำหน่ายออกไปแล้ว (BOS Model) มีจำนวน 6 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 3,525 ล้านบาท และได้กำไรจากการขายโครงการรวมมูลค่าประมาณ 1,626 ล้านบาท พร้อมทั้ง เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ชั้นใน ย่านสุขุมวิทตอนต้น และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการ (Operate) จำนวน 9 โครงการ แบ่งเป็น โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการพร้อมขาย (BOS) 5 โครงการ เพิ่มโอกาสการเติบโตอย่างโดดเด่น

ในอนาคต และโครงการที่บริษัทฯ มีนโยบายเป็นผู้ดำเนินงานและบริหารจัดการเอง (Non-BOS) จำนวน 4 โครงการ ภายใต้แบรนด์ซิทาดีนส์ โรงแรมระดับ 3 ดาว อยู่ใจกลางเมืองสุขุมวิท เพื่อสร้างความมั่นคงของรายได้ อีกทั้ง ยังมุ่งหวังพัฒนาแบรนด์ดังกล่าวให้เข้มแข็ง และมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาก่อสร้าง (Build) จำนวน 8 โครงการ วางแผนจะทยอยแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการภายในไตรมาส 4/2564 โดยมี 1 โครงการที่คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ คือ โครงการวิลล่า 2 เป็นวิลล่า 1 หลัง บริเวณหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 รายได้รวมอยู่ที่ 675.9 ล้านบาท เติบโต 56.7% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 431.3 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากการขายโครงการ Summer Hill และ Summer Hub Office สนับสนุนให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 348.5 ล้านบาท เติบโตขึ้น 122.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 156.7 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ลักษณะการรับรู้รายได้และกำไรของบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้นสูงเมื่อบริษัทฯ มีการจำหน่ายโครงการออกไป ดังนั้น เมื่อจำนวนโครงการที่พร้อมขายในมือมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ดี จะสนับสนุนให้การรับรู้รายได้และกำไรของ BC สม่ำเสมอ จึงตัดสินใจเข้ามาระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

เพื่อรับโอกาสการเติบโตในอนาคต

นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BC) เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ของ BC เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ เดินหน้าจัดงานสรุปข้อมูลการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่นักลงทุนและประชาชนทั่วไป (โรดโชว์) ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำธุรกิจ และศักยภาพในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบสร้าง – ดำเนินงาน – ขาย (Build-Operate-Sell : BOS) ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตสูง ปัจจุบัน ยังไม่พบบริษัทคู่แข่งทางตรงในธุรกิจ BOS ในประเทศไทย และยังไม่มีบริษัทใดที่วางเป้าหมายทางธุรกิจ BOS เหมือน BC โดยก่อนหน้านี้ จัดงานโรดโชว์พบนักลงทุนสถาบัน มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังข้อมูล พร้อมให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม แผนการระดมทุนในครั้งนี้ BC เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 167 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นไม่เกิน 33% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนนำไปใช้ลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพ ส่วนที่เหลือนำไปใช้ชำระคืนหนี้ และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ โดยคาดว่า จะเสนอขายหุ้นไอพีโอและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปลายปีนี้

"หลังจากสำนักงาน ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง BC ในช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา เราเดินหน้าจัดงานโรดโชว์พบนักลงทุนสถาบันและพบนักลงทุนรายย่อยเพื่อแนะนำธุรกิจ เนื่องจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ BOS Model ยังไม่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นคู่แข่งทางตรงในธุรกิจนี้ ด้วยความโดดเด่นและความสามารถในการทำกำไรในระดับที่ดีนั้น ทำให้ BC ได้รับความสนใจและความเชื่อมั่นจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก " นายเล็ก กล่าวทิ้งท้าย

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ