"ทราย เจริญปุระ" เปิดใจครั้งแรกหลังสูญเสียคุณแม่ พร้อมเผยที่มาคำพูด "ไม่คิดว่าจะมีเพื่อน" หลังตัดพ้อในงานศพแม่!!!

ข่าวบันเทิง 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 15:25 น. —ThaiPR.net

เพิ่งสูญเสียคุณแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ สำหรับ ทราย เจริญปุระ ล่าสุด เจ้าตัวได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง ONE31 ที่มีหนิง ปณิตา และบุ๋ม ปนัดดา เป็นพิธีกร พร้อมทั้งเผยเรื่องความรักที่ไม่คิดจะแต่งงานและไม่คิดจะมีลูก ขอแสดงความเสียใจอีกรอบหนึ่ง? ทราย : ขอบคุณมาก ก็อย่างที่ได้เห็นจนถึงตอนนี้ก็ยังงงๆ อยู่นิดหน่อย มันไม่ใช่เรื่องที่ตื่นมาแล้วหายเลย ย้อนกลับไปตอนที่คุณแม่จะเสีย ก่อนหน้านั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น? ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama คลิปสัมภาษณ์ ทราย เจริญปุระ https://youtu.be/CLZtsz4pE9Y

ทราย : จริงๆ เป็นผลต่อเนื่องมาจากอาการป่วยของเขา นั่นก็คือโรคสมองเสื่อม ถือว่าเร็วเกินไปไหมสำหรับวัยประมาณแม่ คนจะคิดว่าอาการนี้จะมาประมาณ 60-70 แหละ แต่แม่ทรายเริ่มเป็นประมาณ 59-60 ปี ดังนั่นก็คือมันค่อนข้างเร็ว แล้วทั้งหมดทั้งมวลมันขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วย ซึ่งแม่ทรายเขาจะมีปัญหาหลักๆ ในเรื่องของสุขภาพก็คือโรคซึมเศร้าซึ่งเป็นมาตั้งแต่สาวแล้ว ดังนั้นกำลังใจที่เขาควรจะมีในการดูแลตัวเองในการป่วยมันก็น้อยลง แล้วมันก็ต้องทำคู่กันไป ซึ่งอันนี้ที่ยาก แล้วก่อนหน้านี้ก็เป็นปัญหามากๆ ในการที่ต้องดูแลกัน

คำว่าโรคสมองเสื่อมไม่ค่อยได้ยิน จริงๆ โรคสมองเสื่อมมันคือโรคอะไร?

ทราย : คือคนจะคุ้นกับอัลไซเมอร์มากกว่า คืออัลไซเมอร์มันก็เป็นอาการสมองเสื่อมอย่างหนึ่ง แต่สมองเสื่อมในที่นี่มันเกิดได้จากหลายสาเหตุ มีก้อนเส้นโลหิตในสมอง เกิดจากการไม่ดูแลตัวเอง หรือว่าใช้อะไรมาเป็นระยะเวลานาน จริงๆ แล้วหนายคนพออายุเยอะขึ้นมีอุปนิสัยอะไรที่แปลกไปก็อาจจะมีปัญหา เกิดจากตรงนี้ด้วย

แต่พอบวกกับอาการที่แม่เป็นโรคซึมเศร้า มันก็เลยกลายเป็นว่าแทนที่จะกู้ร่างกายหรือสภาวะจิตใจให้แข็งแรงมันกลายเป็นว่าแย่ลงไป?

ทราย : มันก็ยิ่งแย่ลงไป เพราะว่าเขามีแนวโน้มอยากฆ่าตัวตายอยู่ตลอด ซึ่งพอถึงจุดหนึ่งเราต้องแอดมิทแม่เข้าศรีธัญญา ซึ่งเป็นเรื่องเป็นราวมากตอนนั้นว่าทำไมอย่างนั้น ทำไมอย่างนี้ แล้วเกี่ยวอะไร เอาแม่ไปทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลบ้า คือการโดนแม่โทร.บอกทุกวันว่าวันนี้เขาจะตายยังไงมันแบบ... ซึ่งในทางปฏิบัติมันก็ไม่ได้ เพราะเราเป็นหัวหน้าครอบครัว เราไม่สามารถไปนั่งอยู่เฉยๆ แล้วมียาหล่นมาจากฟ้าให้เรากินได้ เราก็ต้องออกมาทำมาหากิน แล้วมันก็ไม่ใช่งานที่แปลกอะไร เพราะเราทำงานนี้มาตั้งแต่ 14 ปีแล้ว แม่ก็รู้ แม่เป็นคนดูคิวให้ วันหนึ่งเขามีปัญหาเรื่องความจำเขาดูคิวหรืออะไรให้เราไม่ได้ เขาก็รู้สึกว่าลูกหลุดมือออกไปเรื่อยๆ เหมือนกับเขาไม่มีความสำคัญกับเรามากขึ้น ซึ่งมันไม่จริงเลย มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ว่าเวลามันเปลี่ยนไป เราก็ต้องทำ แต่ด้วยความที่เขาเป็นซึมเศร้าบวกเข้าไปตรงนี้ คือเขาพูดอย่างนี้ทุกวันจนทรายต้องมานั่งเก็บมีด เก็บข้าวของทุกอย่างที่มันอาจจะเป็นอาวุธ ซึ่งมันยากมาก

ทรายอยากจะพูดอะไรกับคนที่เข้าใจทรายคลาดเคลื่อนไหม?

ทราย : คือแรกๆ น้อยใจ ทำไมทุกคนต้องมาจิก เอาอะไรหนักหนา คือชีวิตมันก็ยากมากแล้ว เราก็เหนื่อยมากแล้ว แต่ว่าพอมาถึงจุดหนึ่งก็รู้สึกว่าแค่คนไม่ได้อยู่ในภาวะเดียวกับเรา เขายังไม่ต้องตัดสินใจกับเรื่องแบบนี้ ยังไม่เคยต้องเลือก มันมีทางเหลือน้อยเหลือเกิน มันมี 2 ทางเท่านั้น ไม่ได้อยากจะทำความเข้าใจอะไรมากขึ้นหรอก ทรายว่าหลังๆ ที่มีคนเข้าใจมากขึ้นบ้างก็ถือว่าดีแล้ว ซึ่งจริงๆ ไม่ต้องเข้าใจทรายเลยก็ได้ เพียงแต่ว่าในชีวิตของคนทุกคนพอถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจจริงๆ มันไม่ได้มีเวลาให้เรามาก

ถามถึงเรื่องที่หนิง ปณิตาโพสต์หน่อย ตอนนั้นพูดด้วยอารมณ์ไหน?

ทราย : มันตกใจเหมือนกัน คือถ้าเป็นคนที่โตๆ กว่าเราก็คือเขาเคยทำงานกับแม่แหละ เราจะรู้สึกว่าเขาคิดถึงแม่ แต่พอเป็นเป้ย เป็นหนิง เป็นอั้ม เป็นโอปอล์ เราจะรู้สึกว่า อยู่ ๆ เรามีเพื่อนเป็นดารา ไม่อะ มันคือยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก คือทรายไม่ชอบใครใครต้องมาคอยเป็นห่วงเรา หรือว่าเอาเงื่อนไขของเราแบบวันนี้รีบนะ ทรายจะรีบกลับไปดูแม่ ไม่ดีอะ ทรายว่าไม่ควร

แต่ชีวิตประจำวันทรายไม่เคยทำตัวเป็นดาราเลย?

ทราย : ใช่ๆ มันก็เลยไม่ชินเป็นพวงหรีดจากดารา เขามีอะไรทำตั้งเยอะ อย่างแม่เป้ย เราก็ตามดูไอจี ลูกเขาน่ารัก เราก็ไม่เคยทำงานกับเป้ย เป้ยส่งมาตั้งแต่วันแรกๆ เรารู้สึกแบบว่าโอ้โห... รวมถึงคนที่ไปงานศพหลายๆ คน ไม่คิดว่าเขาจะมา ไม่ใช่คิดว่าเขาไม่มีน้ำใจ แต่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะให้ความสนใจหรือสำคัญขนาดนั้น

แม่ได้สั่งเสียอะไรไว้ไหม?

ทราย : ไม่มีอะไรเลย แต่แกก็เตรียมตัวมาก บ้านทรายพูดถึงเรื่องความตายเป็นปกติ แม่เขาก็เลือกรูป สั่งเสียว่าเอางานแบบนี้ งานไม่ต้องจัดเยอะ อย่าให้คนเห็นฉันเยอะ เพราะฉันไม่สวย สิ่งที่เขาสั่งไว้ เขาสั่งไว้ตอนที่เขายังแข็งแรงนี่แหละไม่ได้มาสั่งตอนป่วย

วินาทีที่รู้ว่าแม่เสีย?

ทราย : วันนั้นจริงๆ ตอนเช้าจะลงไปเพื่อเช็ดตัว แล้วดูว่าพี่ที่เป็นพี่เลี้ยงแม่เขาจัดการนู้น นี่นั่น เสร็จหรือยัง เขาก็ขึ้นมาบอกก่อนว่าแม่เสียแล้ว เราก็แบบเห้ย...จริงหรอ เขาไม่ได้เข้าขั้นตรีฑูตเขาก็นอนเฉยๆ

สรุปคุณหมอวินิจฉัยว่า?

ทราย : ระบบในสมองมันล้มเหลว แล้วทุกอย่างมันก็หยุดทำงานไปเท่านั้นเอง

ตอนรดน้ำศพบอกอะไรกับคุณแม่?

ทราย : คือแม่ก็สั่งไว้เวลารดไม่เอารดแบบที่เขารดกัน เอาเฉพาะให้ลูกๆ แค่นั้นพอ เอาจริงๆ ในหัวมันโล่งมาก เราพยายามนึกว่าแม่สั่งอะไรอีกหรือเปล่า แล้วนึกไม่ออก แต่ก็คิดว่าคงไม่มีแล้วมั้ง คนที่มาทำพิธีก็บอกว่าให้คุยกับคุณแม่นะ บอกให้คุณแม่ให้ไปไหว้พระนะ ในใจเราก็คิดนะว่าแม่ไม่ชอบไปวัด แม่จะยอมไหว้พระหรือเปล่า แต่คราวนี้แม่ต้องไหว้

ถ้าแม่ฟังอยู่อยากบอกอะไรกับแม่?

ทราย : พี่ทรายโอเคเหมือนเดิมแหละ แต่ว่ามันก็แปลกๆ ทรายต้องทำอะไรหลายอย่างมากเลยตอนที่แม่ป่วย เราก็รู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งมันต้องจบด้วยอะไรแบบนี้ ลองทำอะไรหลายอย่าง ไปเที่ยวเอง แต่ว่ามันไม่คุ้น แล้วทรายก็คิดว่ามันต้องใช้เวลาปรับตัว ทรายคิดว่าทำได้แหละ แต่มันต้องใช้เวลา แต่ก็ไม่ได้อยากให้แม่เป็นห่วงอยู่ดี เพราะว่าแม่ไม่ได้เลี้ยงมาให้เขาเป็นห่วง แต่ว่ามันประหลาด หลังจากนี้เวลาไปเที่ยวหรือว่าไปทำอะไรคือทรายก็ไม่ต้องมาเล่าให้แม่ฟังแล้ว

เรื่องหัวใจก็มีคนคุย แต่ทำไมไม่สามารถไปแนะนำกับคุณแม่ได้?

ทราย : เอาตั้งแต่เรื่องเพื่อนก่อน ตั้งแต่เด็กๆ แม่ทรายเขามีนโยบาย ไม่ให้ลูกไปนอนบ้านเพื่อน ไม่ให้เพื่อนมานอนบ้าน ไม่ต้องให้ใครมาส่ง ลูกฉันต้องดูแลตัวเองได้ ทำไมต้องมาส่ง เคยมีคนที่เหมือนจะจีบเรา แล้วมาส่ง แม่ก็เดินไปถามว่าทำไมต้องมาส่งทรายมีปัญหาอะไรหรอ คือแม่ทำวงแตกอยู่ตลอด เราก็ขำนะ คือไม่ได้รู้สึกอะไร เราก็จะบอกทุกคนที่เข้ามาคุยว่าแม่เป็นแบบนี้ทรายไม่สามารถเปลี่ยนเขาได้ เขาก็รู้ว่ามีคนคุย แต่เขาจะทำเป็นไม่รู้ จนกระทั่งวันหนึ่งเขายอม แล้วสุดท้ายพอเลิกรากันไป เขาก็จะบอกว่า เนี่ยเห็นไหม ฉันอุส่าดีกับเขา เขาก็ยังเลิกกับแก เราก็เลยแบบไม่เอาแล้วนะอยู่กับแม่นี่แหละ

เคยน้อยใจไหม แม่จะห้าวไปไหน?

ทราย : ทรายเคยถามเขาแบบแม่ไม่เคยคิดจะตายหรอ วันหนึ่งถ้าแม่ตายแล้วยังไง แม่บอกก็ฉันฝึกมาแล้วทุกอย่างให้แกอยู่คนเดียวได้

แสดงว่าแฟนคนล่าสุดของทรายยังไม่เคยแนะนำให้แม่รู้จัก?

ทราย : ไม่เคยเลย ก็คือด้วยเหตุผลทางอาการของแม่ เพราะว่าทรายไม่อยากให้เขาสับสน มันเป็นข้อมูลใหม่ที่บางทีคนป่วยมันจะกรองไม่ทัน เราพยายามให้ชีวิตเขาเป็นลูทีนไม่ใช่มีอะไรอยู่ๆ ห็โผล่มา ซึ่งทรายก็บอกเขาตรงๆ ว่ามันมีเหตุผลแบบนี้ๆ เขารับได้

เขาเคยมีคุยเรื่องแต่งงานไหม?

ทราย : เคย แล้วทรายบอกว่าคงไม่แต่ง เพราะมันไม่ได้ต่างอะไรกับตอนที่อยู่กันทุกวันนี้ มันก็ดีอยู่แล้ว เพราะทรายไม่ได้คิดว่าจะมีลูก ทรายก็บอกเขาว่าถ้าไม่โอเคก็รีบเลยนะ รีบถอยเลยจะได้ไม่เสียเวลาชีวิตกันทั้งคู่ คือโรคที่ทรายเป็นแม่เป็น มันเป็นกรรมพันธุ์ ทรายไม่อยากให้ลูกมาวัดดวงกับสิ่งที่ทรายเจอมา ทรายว่าทรายไม่ได้เข้มแข็งขนาดแม่ที่จะรับมือกับการเลี้ยงลูกได้ คือตอนนั้นที่แม่เป็นเขาก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะเป็น เขามีลูกออกมา เขาก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกว่าเขามีลูกทั้งๆ ที่เขาป่วย เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะป่วย วันหนึ่งพอแม่ป่วย เราเห็นความเหนื่อย ความต้องฮึบของเขา เขาก็พยายามดีที่สุด เท่าที่เขาทำได้ ทรายรู้ตัวว่าทรายไม่มีความพยายามขนาดนั้นแน่ๆ

เหมือนพ่อแม่แฟนก็อยากให้มี?

ทราย : ก็เป็นธรรมดา แต่ทรายก็ได้ทำลายความฝันของเขาไปด้วยคำพูด คือเหมือนพ่อแม่เขาเปรยๆ ว่าคนข้างบ้านเลี้ยงหลานน่ารักอะไรทำนองนี้ ทรายก็บอกว่าดีค่ะ แม่ก็ช่วยเขาเลี้ยงไปเลย เพราะว่าหนูไม่มี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ