“PRIME” ผู้นำโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนโชว์กำไรโต 28% มั่นใจผถห.ไฟเขียวโซลาร์กัมพูชา ดันพอร์ตไฟฟ้าโต 287 เมกะวัตต์

ข่าวเศรษฐกิจ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 10:51 น. —ThaiPR.net

“PRIME” ผู้นำโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนโชว์กำไรโต 28% มั่นใจผถห.ไฟเขียวโซลาร์กัมพูชา ดันพอร์ตไฟฟ้าโต 287 เมกะวัตต์

"PRIME" โชว์ผลประการโดดเด่น กำไรสุทธิเติบโต 28% ล่าสุดชนะประมูลโรงไฟฟ้าโซลาร์ 78 MW ที่กัมพูชา ดันพอร์ตโรงไฟฟ้าสูงกว่า 287 MW เตรียมลงทุนทั่วเอเชีย

นาย สมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการบริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 'PRIME' ผู้ผลิตพลังงานทดแทนระดับภูมิภาค กล่าวว่า " PRIME คือ หนึ่งในผู้นำในการบุกเบิก พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Farmในประเทศไทย และ ได้ขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยในปัจจุบัน บริษัทฯ มีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดรวม 287 เมกะวัตต์ โดยจำหน่ายจ่ายไฟฟ้าแล้ว 179 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้าง 108 เมกะวัตต์ โดยเป็นโรงไฟฟ้าในประเทศไทยจำนวน 132.3 เมกะวัตต์ ในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 68.2 เมกะวัตต์ ในประเทศไต้หวันจำนวน 8.5 เมกะวัตต์ และ ประเทศกัมพูชาจำนวน 78 เมกะวัตต์

บริษัทฯได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทางอ้อมด้วยการเข้าซื้อกิจการของ บริษัท ฟู๊ด แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และ ได้เปลี่ยนกิจการเป็นธุรกิจลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และได้จำหน่ายธุรกิจอาหารออกไป สำหรับผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ มีอัตราการเติบโตที่ดี เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้ามากขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย PRIME มีรายได้รวม 488.2 ล้านบาท และมีกำไรเบ็ดเสร็จ 206 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิสูง 42.2% โดยบริษัทฯมีกำไร เบ็ดเสร็จเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับผลขาดทุนเบ็ดเสร็จ 377.2 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกปี 2561 ของ บริษัท ฟู๊ด แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)" (หากเปรียบเที่ยบผลประกอบการเฉพาะในธุรกิจไฟฟ้า ของบริษัทฯ รายได้รวมงวดนี้เพิ่มขึ้น 29.32 % จากรายได้รวมในธุรกิจไฟฟ้า 377.5 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2561 ขณะที่กำไรเบ็ดเสร็จเพิ่มขึ้น 28% จากกำไรเบ็ดเสร็จ 161 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงบการเงิน ในธุรกิจไฟฟ้าในช่วง 9 เดือนแรกปี 2561)

นายสมประสงค์กล่าว " โอกาสทางธุรกิจของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนยังค่อนข้างสดใส ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทฯจึงวางแผนที่จะขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับในประเทศ บริษัทฯกำลังศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนของรัฐบาล และโครงการโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งทั้ง 2

โครงการมีศักยภาพและมูลค่าโครงการสูง ส่วนโครงการในต่างประเทศ บริษัทฯกำลังขออนุมัติ ผู้ถือหุ้นเพื่อลงทุนในกัมพูชา ซึ่งบริษัทฯ ได้ชนะการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนดิน เป็นหนึ่งในโครงการใหญ่ของประเทศกัมพูชาขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 78 เมกะวัตต์ (สัญญาจำหน่ายไฟฟ้า 60 เมกะวัตต์) ซึ่งจะก่อสร้างที่จังหวัดกัมปงชนัง โดยประเทศกัมพูชา เป็น 1 ในประเทศกำลัง พัฒนาที่กำลัง ขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมและมีความต้องการ พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในปริมาณมาก ซึ่งบริษัทฯคาดว่าจะมีโอกาสที่จะขยายการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศกัมพูชาอีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทฯ กำลังศึกษาการลงทุนในประเทศ ไต้หวัน เวียดนาม ลาว ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และความต้องการพลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่ง PRIME มั่นใจว่าด้วยจุดแข็งของบริษัท คือ มีความเชี่ยวชาญ ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ความได้เปรียบด้านต้นทุน มีพันธมิตรธุรกิจระดับโลก และการได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงจากสถาบันการเงินระดับนานาชาติ อีกทั้งผู้บริหารของบริษัทฯ มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนในไทยกว่า 10 ปี จะทำให้มีโอกาสที่จะขยายการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง" ปัจจุบัน บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ 'PRIME' มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 17,017,941,757 บาท (ราคาพาร์ 1 บาทต่อหุ้น) และมีสถานะการเงินที่ดี ข้อมูลทางการเงิน 9 เดือนแรกปี 2562 ของธุรกิจโรงไฟฟ้า มีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 1.33 เท่า โดยมีสินทรัพย์จำนวน 5,319 ล้านบาท และหนี้สินรวม 3,034 ล้านบาท และมีส่วนของ ผู้ถือหุ้นรวม 2,285 ล้านบาท มีอัตราผลตอบแทน ต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) 12% บริษัทฯ ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทางอ้อม ด้วยการเข้าซื้อกิจการของ บริษัท ฟู๊ด แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และ ได้เปลี่ยนกิจการเป็นธุรกิจ ลงทุนใน โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และได้จำหน่ายธุรกิจอาหารออกไป โดยบริษัทฯ มีแผน จะขยายกิจการ ด้านพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศ อาทิ โครงการโซลาร์บนหลังคา (solar rooftop) โครงการ โรงไฟฟ้าชุมชนของรัฐบาลและในต่างประเทศทั้งในภูมิภาคอาเซียน และ เอเชียแปซิฟิค


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ