TPS มั่นใจเทรดวันแรก ประทับใจ เน้นหุ้นดีอนาคตไกล อัพไซด์เพียบ โบรกให้เป้าสูงสุด 4.30 บาท

ข่าวเศรษฐกิจ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 14:01 น. —ThaiPR.net

TPS มั่นใจเทรดวันแรก ประทับใจ เน้นหุ้นดีอนาคตไกล อัพไซด์เพียบ โบรกให้เป้าสูงสุด 4.30 บาท

TPS หุ้นเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร มั่นใจเข้าเทรดในตลาด mai วันแรก 15 พ.ย.นี้ ราคาทะยานเหนือจอง กระแสตอบรับจากนักลงทุนคึกคัก เหตุตั้งราคาไอพีโอโดนใจระดับ 2.50 บาท/หุ้น มีค่า P/E Ratio เพียง 11.57 เท่า เทียบกับ P/E กลุ่มเทคโนโลยีเทรดอยู่ที่ 20.68 เท่า ที่สำคัญคือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่-ผู้บริหาร Lock up หุ้น 100% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นโยบายประเทศไทย 4.0 และแผนพัฒนาดิจิทัล ขณะที่ "บุญสม กิจเกษตรสถาพร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุหลังระดมทุนเพิ่มศักยภาพรับงานขนาดใหญ่ พร้อมลุยประมูลงานใหม่ต่อเนื่องภาครัฐ – เอกชน หนุนผลงานเติบโตก้าวกระโดด

นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการ การจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชน (IPO) ของ บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น (TPS) เปิดเผยว่า TPS หุ้นน้องใหม่ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน นอกจากจะเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งแล้ว การดำเนินธุรกิจในอนาคตมีโอกาสเติบโตสูงตามภาวะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมที่มีเม็ดเงินลงทุนกว่า 5 แสนล้านบาท

รวมทั้งการกำหนดราคาไอพีโอในระดับที่เหมาะสม โดยราคาไอพีโอที่ 2.50 บาท/หุ้น มีค่า P/E ที่ระดับ 11.57 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่า P/E เฉลี่ยของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีการประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกัน โดย P/Eเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 15.6 เท่า และเมื่อเปรียบเทียบกับ P/E ของกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเทรดอยู่ที่ 20.68 เท่า

นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารของ TPS ให้ความมั่นใจ Lock up หุ้นของตนเองทั้ง 100% เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและสร้างผลตอบแทนมั่นคงอย่างต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย

"หากเปรียบเทียบกับบทวิเคราะห์ที่มีการประเมินราคาที่เหมาะสมกับพื้นฐานหุ้นTPS ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 4.30 บาทต่อหุ้น โดยมีเป้าหมายเฉลี่ย อยู่ที่ 3.87 บาทต่อหุ้น จะเห็นว่าราคาไอพีโอ TPS ยังมี upside อีกมาก อีกทั้งในการจัดสรรหุ้นที่ผ่านมา พบว่ามีนักลงทุนแสดงความสนใจเข้าลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยเป็นหุ้นที่มีศักยภาพการเติบโตได้อย่างโดดเด่นในอนาคต"

สำหรับ TPS เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นสัดส่วน 28.57 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่จดทะเบียนแล้วทั้งหมด และหลังจากการเสนอขายหุ้น กลุ่มตระกูลกิจเกษตรสถาพร มีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จะถือหุ้นในสัดส่วน 51.26% โดยบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนหลังไอพีโออยู่ที่ 140 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นทั้งหมด 280 ล้านหุ้น

นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น กล่าวว่า บริษัทฯเชื่อมั่นว่าหุ้น TPS ที่มีกำหนดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 นี้ จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ถือหุ้น และนักลงทุนได้ เนื่องจากบริษัทฯ มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ประกอบกับอยู่ในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่มีการขยายตัวที่โดดเด่น จากการที่ภาครัฐให้การสนับสนุน และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ซึ่งมีโอกาสเติบโตตามไปด้วย

นอกจากนี้ TPS มีโครงการในมือรอรับรู้รายได้ประมาณ 378.42 ล้านบาท และยังไม่นับรวมโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจา ภาครัฐและเอกชนที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นด้วย

"ความน่าสนใจของ TPS คือ เราเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ได้รับความเชื่อถือจากองค์กร และบริษัทชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีมานานกว่า 15 ปี มีทีมบริหาร ที่มีประสบการณ์กับธุรกิจให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำระดับประเทศ รวมทั้งได้รับความไว้วางใจกับพันธมิตรทางธุรกิจ Gold Certified Partner กับ Cisco ซึ่งเป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์เครือข่ายฯ ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก จึงมีประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้มีความรู้ความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี"

เขากล่าวอีกว่า TPS มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง โดยรายได้จากการขายและบริการในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2561 เติบโตกว่า 28.76% ในขณะที่กำไรสุทธิเติบโตกว่า 100.11 % เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นประมาณ 33.65 % ทั้งนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการในปี 2559 – 2561 และงวด 9 เดือนแรกปี 2562 เท่ากับ 595.97 ล้านบาท 847.54 ล้านบาท 536.58 ล้านบาท และ 461.76 ล้านบาท โดยในช่วง 9 เดือนมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นเป็น 32.51 % โดยมีอัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 8.13%


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ