แควนตัสฉลองก้าวสู่ศตวรรษ นำเที่ยวบินวิจัยลอนดอนลงจอดที่ซิดนีย์

ข่าวท่องเที่ยว 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 13:50 น. —ThaiPR.net

แควนตัสฉลองก้าวสู่ศตวรรษ นำเที่ยวบินวิจัยลอนดอนลงจอดที่ซิดนีย์
  • เที่ยวบินวิจัยในโครงการซันไร้ซ์ลอนดอน-ซิดนีย์ใช้เวลาบินทั้งหมด 19 ชั่วโมง 19 นาที
  • เที่ยวบินวิจัยเที่ยวบินที่ 2 จากทั้งหมด 3 เที่ยวบินในโครงการซันไร้ซ์มีเป้าหมายเพื่อลดอาการเจ็ทแลค (jetlag) หรืออาการอ่อนเพลียจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานาน และดีไซน์ให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินมีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอ รวมทั้งปรับรูปแบบการทำงานให้เหมาะสม
  • รูปแบบเที่ยวบินวิจัยลอนดอน-ซิดนีย์นี้ได้รับการดีไซน์และปรับจากเที่ยวบินวิจัยนิวยอร์ก-ซิดนีย์ซึ่งทดสอบไปเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา
แควนตัสฉลองก้าวสู่ศตวรรษ นำเที่ยวบินวิจัยลอนดอนลงจอดที่ซิดนีย์
  • ปรับอาหารว่างในช่วงเวลาอาหารเช้าเพื่อช่วยให้ผู้โดยสารได้ปรับเวลาให้เข้ากับเขตเวลา (timezone) ใหม่
  • เป็นเวลาเกือบ 100 ปี จนถึงปัจจุบันที่เที่ยวบินลอนดอนไปซิดนีย์ให้บริการ
  • แควนตัสประกาศโปรแกรมหนึ่งศตวรรษเพื่อฉลองให้บริการครบ 100 ปีที่ให้บริการเส้นทางแคงการู
  • แควนตัสเตรียมบินเครื่องบินไปเมืองต่างๆ ในประเทศออสเตรเลีย

เที่ยวบินวิจัยสายการบินแควนตัสเที่ยวบินตรงลอนดอน-ซิดนีย์ให้บริการโดยเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ใหม่ออกจากสนามบินฮีทโทรว์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษประสบความสำเร็จ ลงจอดที่สนามบินซิดนีย์ในเวลา 12.28 น. คิดเป็นเวลาบินทั้งหมด 19 ชั่วโมง 19 นาที โดยเที่ยวบินนี้เป็นเที่ยวบินทดสอบต่อเนื่องจากเที่ยวบินนิวยอร์ก-ซิดนีย์ในเดือนที่ผ่านมา และเป็นหนึ่งในเที่ยวบินเพื่องานวิจัยทั้งหมดสามเที่ยวบินที่มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของลูกเรือและผู้โดยสารในเที่ยวบินระยะไกลพิเศษนี้ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

แควนตัสฉลองก้าวสู่ศตวรรษ นำเที่ยวบินวิจัยลอนดอนลงจอดที่ซิดนีย์

มร.อลัน จอยส์ ประธานกรรมการบริหารแควนตัสกรุ๊ป เผยว่า "ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโลกการบินมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดีไซน์เครื่องบินรวมถึงโซนการเคลื่อนไหวและยืดตัว เราทราบดีว่านักเดินทางต้องการพื้นที่สำหรับกิจกรรมเหล่านี้ ดูเหมือนว่าการกระตุ้นให้ออกกำลังกายในเที่ยวบินวิจัยครั้งแรกที่ผ่านมาได้ผลดี ดังนั้นเราจึงมองถึงการจัดโซนยืดเส้นยืดสายออกกำลังกายแบบเบาๆ ในเที่ยวบิน"

ในเที่ยวบินลอนดอนไปซิดนีย์ ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ณ เวลาท้องถิ่นในเวลา 06.00 น. หลังจากเครื่องออกผู้โดยสารได้รับการเสิร์ฟอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล หรือ GIซึ่งเป็นหน่วยวัดผลของคาร์โบไฮเดรตต่อระดับน้ำตาลในเลือด เช่น ซุปไก่ใส่มักกะโรนี (chicken broth with macaroni) หรือแซนวิชสเต๊ก (steak sandwich) ไวน์ 1แก้ว และพานาคอตต้าที่มีส่วนผสมของนม ขณะเดียวกันแสงไฟและอุณหภูมิในห้องโดยสาร การยืดตัวและการทำสมาธิก็มีบทบาทสำคัญเช่นกันในเที่ยวบินวิจัยนี้ นับเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ที่เครื่องบินพาณิชย์บินตรงจากลอนดอนไปซิดนีย์ โดยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2532 หรือ 30 ปีที่ผ่านมา เมื่อเครื่องบินโบอิ้ง 747-400จดทะเบียนชื่อ VH-OJA และให้บริการระหว่างสองเมือง โดยเครื่องบินดังกล่าวปลดระวางไปแล้วและจอดโชว์อยู่ที่พิพิธภัณฑ์อากาศยานทางตอนใต้ของซิดนีย์ สำหรับเที่ยวบินตรงเพื่อการวิจัยครั้งนี้ช่วยย่นระยะเวลาลงราว 3 ชั่วโมงเมื่อเทียบกับเครื่องบินตรงแบบไม่หยุดพักจากชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย รวมทั้งเป็นครั้งที่สองที่สายการบินพาณิชย์ให้บริการแบบไม่หยุดพักหลังจากที่เครื่องบินโบอิ้ง 747-400 สายการบินแควนตัสให้บริการเที่ยวบินเกือบจะว่างเปล่าในปี พ.ศ.2532

แควนตัสฉลองก้าวสู่ศตวรรษ นำเที่ยวบินวิจัยลอนดอนลงจอดที่ซิดนีย์

เมื่อเครื่องบินเดินทางถึงซิดนีย์ มีพนักงานสายการบินแควนตัสกว่า 1,000 คน รอต้อนรับพร้อมโบกธงสัญลักษณ์จิงโจ้ในโอกาสดำเนินงานครบ 99 ปีและก้าวขึ้นสู่ปีที่ 100 ของสายการบินแควนตัส โดยได้มีการเปิดเผยงานทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ การนำเครื่องบินดรีมไลเนอร์ลำใหม่ที่มีโลโก้ซึ่งใช้ตั้งแต่ปี 2463 มาอยู่บนตัวเครื่องบินเผยโฉมไปยังสนามบินต่างๆ ทั่วโลก ผลิตเหรียญมูลค่า 1 ออสเตรเลียดอลลาร์ที่จัดทำพิเศษเพื่อฉลองครบหนึ่งศตวรรษซึ่งจะเผยแพร่ในปีหน้า และจัดนิทรรศการในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศออสเตรเลีย

มร.ริชาร์ด กอยเดอร์ ประธานแควนตัสกรุ๊ป กล่าวว่า "สายการบินแควนตัสถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลียที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เรามีถิ่นกำเนิดที่เอาท์แบ็คในรัฐควีนสแลนด์เริ่มจากให้บริการขนส่งจดหมายและผู้โดยสารเพียงไม่กี่คนในปี พ.ศ.2463 เราเริ่มธุรกิจแบบออสเตรเลีย และมีบทบาทสำคัญสนับสนุนด้านต่างๆ ระหว่างช่วงสงคราม ช่วยเหลือเมื่อประเทศเกิดภัยพิบัติ และการฉลองโอกาสต่างๆ ของประเทศออสเตรเลีย ความเป็นมาของสายการบินแควนตัสมาจากการเอาชนะอุปสรรคเรื่องระยะทางผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายตั้งแต่เครื่องบินแบบสองปีกไปจนถึงเครื่องบินแบบปีกเดียวและเครื่องบินไอพ่นที่ทำให้ทุกอย่างได้ใกล้กันยิ่งขึ้น"

มร.จอยส์ กล่าวเสริมว่า "เกือบหนึ่งศตวรรษหลังจากที่เราให้บริการเที่ยวบินแรก สายการบินแควนตัสและสายการบินเจ๊ทสตาร์บรรทุกผู้โดยสารกว่า 50 ล้านในประเทศออสเตรเลียและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ผมมั่นใจว่าหากผู้ก่อตั้งสายการบินทั้งสามท่านซึ่งในอดีตได้ประชุมบอร์ดที่โต๊ะในร้านตัดเสื้อแห่งหนึ่งเนื่องจากเป็นโต๊ะยาวที่สุดที่หาได้จะปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ยังมีเรื่องเล่าอีกมากมายที่บอกถึงความทันสมัยของออสเตรเลีย และเราปรารถนาให้การดำเนินงานครบหนึ่งศตวรรษหรือ100 ปีในอีก 12 เดือนข้างหน้า เป็นกิจกรรมการฉลองเรื่องราวที่เราได้มีส่วนรังสรรค์จิตวิญญาณความเป็นออสเตรเลียในอนาคตข้างหน้าด้วย"

สำหรับสายการบินแควนตัสดำเนินงานครบรอบ 99 ปี และเริ่มก้าวสู่การดำเนินงานขึ้นปีที่ 100 เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

เกี่ยวกับเครื่องบินหนึ่งศตวรรษ

เครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์หนึ่งศตวรรษรูปโฉมใหม่ที่มีชื่อว่า ลองรีช (Longreach) ที่ตั้งตามชื่อเมืองในรัฐควีนสแลนด์ที่ถือเป็นต้นกำเนิดของสายการบินจะบินเหนือน่านฟ้าเส้นทางบินต่างประเทศเส้นทางบินหลักที่สายการบินแควนตัสให้บริการ รวมถึง ลอสแองเจลิส นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก และลอนดอน ทั้งนี้เครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์แต่ละลำตั้งชื่อตามสัญลักษณ์ของออสเตรเลีย เช่น สกิ้พพี (Skippy) เกรท เซาท์เทิร์นแลนด์ (Great Southern Land) วอลท์ซิง มาทิลดา(Waltzing Matilda) และจิลลารู (Jillaroo)

เกี่ยวกับเที่ยวบินตรงลอนดอน-ซิดนีย์

  • เที่ยวบิน QF7879 เครื่องบินจากลอนดอนไปซิดนีย์ใช้เวลาบิน 19 ชั่วโมง 19 นาที และลงแตะสนามบินซิดนีย์ในเวลา 12.28 น. (15 พศฤจิกายน2562)
  • เที่ยวบินให้บริการโดยเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ลำใหม่ จดทะเบียนว่า VH ZNJ และชื่อ ลองรีช (Longreach)
  • เครื่องบินที่ให้บริการเป็นรูปแบบการส่งมอบเครื่องบินมากกว่าการบินในลักษณะเครื่องเปล่าจากโรงงานโบอิ้งในซีแอทเทิลไปซิดนีย์ ทั้งนี้เครื่องบินบินจากลอนดอนเพื่อเป็นหนึ่งในเที่ยวบินทดสอบในโครงการซันไร้ซ์ที่สายการบินแควนตัสกำลังพิจารณาอยู่ โดยเที่ยวบินนี้มีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ เที่ยวบินออกจากสนามบินฮีทโทรว์ และบินผ่านน่านฟ้าประเทศต่างๆ ทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี โปแลนด์ เบรารุส คาซักสถาน จีน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ก่อนที่จะบินเข้าทางชายฝั่งของออสเตรเลียใกล้กับดาร์วิน และบินไปทางตะวันออกเฉียงใต้มุ่งหน้าสู่ซิดนีย์ ขณะที่เครื่องบินลงจอดยังมีน้ำมันเหลืออยู่ 6,300 กิโลกรัม ซึ่งสามารถบินได้อีก 1.45 ชั่วโมง

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ