กองทุน JASIF คาดนำหน่วยลงทุนใหม่เข้าเทรด 22 พ.ย.นี้ ปลื้มผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมจองซื้อครบตามจำนวนเงินเพิ่มทุน ชูพอร์ตทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมประมาณการจ่ายเงินปันผลเพิ่ม

ข่าวหุ้น-การเงิน 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 10:24 น. —ThaiPR.net

กองทุน JASIF คาดนำหน่วยลงทุนใหม่เข้าเทรด 22 พ.ย.นี้ ปลื้มผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมจองซื้อครบตามจำนวนเงินเพิ่มทุน ชูพอร์ตทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมประมาณการจ่ายเงินปันผลเพิ่ม

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน ('กองทุนฯ' หรือ 'JASIF') คาดนำหน่วยลงทุนใหม่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ หลังผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่ได้รับสิทธิ จองซื้อหน่วยลงทุนใหม่อย่างคึกคัก ทำให้สามารถปิดการเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ทั้งสิ้น 2,500 ล้านหน่วยได้ตามเป้าหมาย ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพกองทุนฯ หลังเข้าซื้อกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จำนวน 700,000 คอร์กิโลเมตร ช่วยเพิ่มพอร์ตทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเป็น 1,680,500 คอร์กิโลเมตร ครอบคลุม 925 อำเภอ ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง ในฐานะบริษัทจัดการกองทุน JASIF เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ของกองทุน JASIF ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่ได้รับสิทธิจองซื้อ เมื่อวันที่ 7 – 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้ถือหน่วยแสดงความต้องการซื้อหน่วยลงทุนใหม่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้สามารถปิดการเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ จำนวน 2,500 ล้านหน่วย ที่ราคาหน่วยละ 9 บาท ได้ตามเป้าหมาย ล่าสุดกองทุนบัวหลวง คาดว่าจะสามารถนำหน่วยลงทุนใหม่ของกองทุน JASIF เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ และมั่นใจว่านักลงทุนจะให้การตอบรับที่ดี เนื่องจากการลงทุนในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงครั้งนี้จะเพิ่มพอร์ตทรัพย์สินและสร้างผลการดำเนินงานให้มีการเติบโตมากขึ้น

ทั้งนี้ ภายหลังเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง จำนวน 700,000 คอร์กิโลเมตร ส่งผลให้กองทุนฯ มีขนาดทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 980,500 คอร์กิโลเมตร เป็น 1,680,500 คอร์กิโลเมตร และครอบคลุมพื้นที่ 925 อำเภอ ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถตอบสนองความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ขยายตัวได้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

"กองทุนบัวหลวง มุ่งมั่นในการบริหารจัดการกองทุน JASIF ให้มีผลตอบแทนที่ดี พร้อมทั้งมั่นใจว่ากองทุนฯ จะเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลรวมถึงตราสารหนี้บางประเภท โดยหลังจากเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 แล้ว จะทำให้ประมาณการเงินปันส่วนแบ่งกำไรต่อหน่วยลงทุน (Cash Distribution Per Unit หรือ DPU) ในปี 2563 ของ JASIF เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.0387 บาทต่อหน่วย" นายพรชลิต กล่าว

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและตัวแทนรับจองซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มทุน เปิดเผยว่า การเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ของกองทุน JASIF ถือว่าเป็นหนึ่งในการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่ได้รับสิทธิจองซื้อ แสดงความต้องการใช้สิทธิอย่างมากทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย ซึ่งเป็นการจองซื้อที่มีความต้องการจองซื้อสูงครั้งหนึ่ง จากการที่กองทุนฯ เป็นกองทุนฯ ที่มีศักยภาพ และโอกาสที่การเติบโตที่ดี และจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนภายหลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้

ทั้งนี้ จากขนาดทรัพย์สินของกองทุน JASIF ที่เพิ่มขึ้น จะได้รับผลดีจากความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในประเทศไทยที่มีแนวโน้มขยายตัว ตลอดจนการพัฒนาโครงข่ายระบบ 5G ในอนาคตที่จะส่งผลดีต่อการขยายตัวของธุรกิจการสื่อสารและโทรคมนาคม พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างรายได้และผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในระยะยาว นอกจากนี้หลังจากที่หน่วยลงทุนใหม่ของกองทุน JASIF เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์อีกด้วย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ