ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่แห่งแรกในอาเซียน “เรือเจิ้งเจา” พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำแห่งเดียวบนแม่น้ำเจ้าพระยาบนพื้นที่ประวัติศาสตร์เส้นทางทัพเรือสำเภากู้ชาติในอดีตพร้อมร่วมสักการะ 'สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช’

ข่าวท่องเที่ยว Monday February 17, 2020 16:11 —ThaiPR.net

ไอคอนสยาม ชวนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่แห่งแรกในอาเซียน “เรือเจิ้งเจา” พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำแห่งเดียวบนแม่น้ำเจ้าพระยาบนพื้นที่ประวัติศาสตร์เส้นทางทัพเรือสำเภากู้ชาติในอดีตพร้อมร่วมสักการะ 'สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช’

กรุงเทพฯ--17 ก.พ.--โพลีพลัสพีอาร์

ไอคอนสยาม ร่วมกับ บริษัท ไร้ท์แมน จำกัด ชวนร่วมสัมผัสประสบการณ์แหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่แห่งแรกในอาเชียน "เรือเจิ้งเจา" (THE ZHENG ZHAO FLOATING MUSEUM) พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำแห่งเดียวบนแม่น้ำเจ้าพระยา บนพื้นที่ประวัติศาสตร์เส้นทางทัพเรือสำเภากู้ชาติในอดีตและเนื่องในวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการสถาปนากรุงธนบุรี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" จึงได้อัญเชิญพระบรมรูปของพระองค์ประทับยืนทรงพระแสงดาบขนาดเท่าองค์จริงมาประดิษฐานบนเรือ เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ร่วมถวายสักการะวีรกษัตริย์ไทยผู้วางรากฐานและสร้างชาติให้เป็นปึกแผ่นมั่นคง ซึ่งคนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถืออย่างมาก พร้อมสัมผัสเรื่องราวพระราชประวัติและพระปรีชาสามารถรอบด้าน ทั้งทางการรบ การฟื้นฟูรวบรวมบ้านเมือง และการสานสัมพันธ์การค้าให้ธนบุรี ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยไม่มีกำหนด ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ ท่าเรือไอคอนสยาม (ท่าที่ 5)
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องด้วยวันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรีเพียงพระองค์เดียว ไอคอนสยาม และบริษัท ไร้ท์แมน จำกัด จึงได้สร้างปรากฏการณ์การกลับมาอีกครั้งของ "พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ" แห่งเดียวในไทย ชวนผู้คนขึ้นเรือสำเภาจริงในนาม "เรือเจิ้งเจา" เพื่อย้อนเวลากลับไปในยุคสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยเมื่อครั้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เรือสำเภาลำนี้ได้แล่นเข้าเทียบท่าไอคอนสยามครั้งแรกในนาม "ศรีมหาสมุทร" อันหมายถึง "ความรุ่งเรืองแห่งท้องทะเล" บอกเล่าเรื่องราวการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับต่างชาติในอดีต ได้สร้างปรากฏการณ์ผู้เข้าชมกว่า 6 หมื่นคนในระยะเวลาเพียง 4 เดือน
ในปี 2563 นี้เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เปลี่ยนผ่านจากยุคเรือศรีมหาสมุทรสู่เรือเจิ้งเจา ซึ่งเป็นพระนามจีนของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หมายถึง กษัตริย์แห่งอาณาจักรสยาม (เป็นพระนามที่ราชสำนักชิงใช้เรียกแทนพระองค์) โดยบริเวณดาดฟ้าเรือเจิ้งเจา มีการอัญเชิญพระบรม "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ประทับยืนทรงพระแสงดาบขนาดเท่าองค์จริงมาประดิษฐาน ซึ่งได้ทีมประติมากรมากความสามารถ มาสร้างสรรค์งานประติมากรรมและบรรจงปั้นในระยะเวลา 40 วัน ให้ออกมาอย่างสมพระเกียรติและสมบูรณ์ที่สุด โดยอ้างอิงพระพักตร์และอิริยาบถมาจากพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ประดิษฐานในพระราชวังเดิม (ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ) เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปั้น (Casting) และการแกะสลัก (Carving) เป็นการขึ้นต้นแบบด้วยดินเหนียวที่ต้องใช้ความละเอียดสูง จนถึงขั้นตอนการหล่อ (Molding) และการประกอบขึ้นรูป (Construction) และทำสีจนได้พระบรมรูปสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในลักษณะของแม่ทัพที่บึกบึน เข้มแข็ง เฉียบขาด ดังที่ปรากฎพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวพระอัจฉริยภาพของพระองค์ที่ทรงเล็งเห็นถึงความเหมาะสมของพื้นที่ธนบุรี รวมถึงพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ ทำให้พื้นที่อันทรงคุณค่าแห่งนี้กลายเป็นราชธานีใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและยังคงความเจริญรุ่งเรืองจวบจนปัจจุบัน เมื่อเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์เรือเจิ้งเจา จะเริ่มเดินทางจากชั้นบนสู่ชั้นล่าง ห้องแรกพบกับ ห้องเส้นทางกอบกู้เอกราช ถ่ายทอดเหตุการณ์สำคัญทั้งหมดที่สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงทุ่มเทเพื่อกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยหลังเสียกรุงครั้งที่สองให้พม่าอยู่ราว 7 เดือน โดยจะพาย้อนกลับไปดูเส้นทางเดินทัพ ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทั้งทางบกและทางน้ำเข้ายึดเมืองจันทบูร ทรงซ่อมแซมและต่อเรือเพื่อใช้ในการรบอยู่ที่นั่นโดยรวบรวมเรือสำเภาจากบรรดาพ่อค้าชาวจีนมาดัดแปลงให้แข็งแรง ทนทาน เหมาะแก่การใช้งานในกองทัพ จากนั้นจึงเคลื่อนพลมาจนถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา ถัดลงมาห้องพักลูกเรือ ถ่ายทอดวิถีชีวิตของลูกเรือ ซึ่งจัดให้เห็นบรรยากาศจริงๆ ทั้งที่นอน หมอน เปล ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ทำให้พบว่าการใช้ชีวิตของกำลังพลในเรือนั้นไม่ใช่เรื่องสบาย เพราะมีพื้นที่จำกัด และการเดินทางในเรือใช้เวลานาน จึงต้องอุทิศพื้นที่ไปกับเสบียง น้ำจืด อาวุธ และเครื่องใช้สำคัญต่างๆ ต่อมาที่ชั้นล่างสุดบริเวณท้องเรือ ห้องคลังอารยธรรมเป็นห้องเก็บสินค้า อาวุธและเป็นส่วนจัดแสดงเรื่องราวสำคัญในยุคสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยมีการสรุปช่วงเวลาการทำสงครามเพื่อรวมบ้านเมือง พระราชกรณียกิจในด้านอื่นๆ ทั้งการปกครอง สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การสานสัมพันธ์ทางการค้าไทย-จีน ซึ่งแสดงให้เห็นพระปรีชาสามารถของพระองค์อย่างแท้จริง
ด้านรูปแบบการนำเสนอภายในเรือใช้เทคนิค Interactive รูปแบบสมัยใหม่และเทคนิค Multimedia Mapping ใต้ท้องเรือ เพื่อเน้นให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์อันตื่นตาตื่นใจ และเสมือนกำลังเดินทางย้อนยุคไปสำรวจเส้นทางเดินทัพ กองเรือสำเภากู้ชาติในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งเรือสินค้าที่ต่อขึ้นเองในสยามได้รับอิทธิพลมาจากเรือสำเภาจีน เนื่องจากมีการติดต่อค้าขายกับจีนมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงต่อเรือและรวบรวมเรือสำเภาจีนไว้เป็นจำนวนมากเพื่อการสงครามจนเป็นกองเรือรบที่ยิ่งใหญ่และเป็นพาหนะสำคัญในการกู้ชาติ เรือสำเภาจีนจึงเปรียบดังสัญลักษณ์ที่นำพาความรุ่งโรจน์กลับมาสู่ประเทศไทย พร้อมตื่นตาไปกับเรื่องราวการสงครามของมหาราชยอดนักรบ ด้วยเทคนิค Projection mapping ที่ได้แสดงถึงพระปรีชาสามารถด้านการรบที่เป็นเลิศของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ตลอดรัชสมัยมีการปราบปรามชุมนุมต่างๆ และทำศึกสงครามเพื่อรวบรวมแผ่นดินอยู่ตลอดเวลา ตามด้วยเรื่องราวพระปรีชาด้านการฟื้นฟูที่ได้แสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทั้งด้านการปกครอง ด้านสังคม ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ที่ต้องเร่งฟื้นฟูเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ราษฎร ผ่านรูปแบบการจัดแสดงที่หลากหลาย อาทิ วัตถุจำลองพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระไตรปิฎก บอร์ดเนื้อหา รวมถึงเทคนิค Interactive Mirror สามารถให้ผู้เข้าชมสวมบทบาทเป็นชนชาติต่างๆ ที่อาศัยในธนบุรีได้และเรื่องราวสานสัมพันธ์การค้าให้ธนบุรี ซึ่งตลอดระยะเวลา 15 ปี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงส่งเรือสำเภาออกไปติดต่อต่างชาติให้เข้ามาค้าขายกับสยามหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจีน เพื่อให้เศรษฐกิจการค้าของบ้านเมืองฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง ผ่านการฉายภาพยนตร์บน Interactive Scrim ขนาดมหึมารวมถึงจำลองสินค้าส่งออกของธนบุรีและสินค้านานาชาติ
นับว่าครบเครื่องทุกเรื่องราวบน "เรือเจิ้งเจา" พิพิธภัณธ์ลอยน้ำแห่งเดียวบนแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมเรือเจิ้งเจา ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยไม่มีกำหนด เปิดให้ชมทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ ท่าเรือไอคอนสยาม (ท่าที่ 5) ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามข้อมูล โทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ