อเล็กซ์ เรนเดลล์ เปิดโครงการ #กอดป่ากอดทะเล โครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาสุดสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “มนุษย์และธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน” ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ร่วมคืนความยั่งยืนสู่ธรรมชาติ ประเดินลงพื้นกอดแห่งแรกที่ จ.กระบี่

ข่าวทั่วไป Wednesday February 26, 2020 09:14 —ThaiPR.net

อเล็กซ์ เรนเดลล์ เปิดโครงการ #กอดป่ากอดทะเล โครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาสุดสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “มนุษย์และธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน” ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ร่วมคืนความยั่งยืนสู่ธรรมชาติ ประเดินลงพื้นกอดแห่งแรกที่ จ.กระบี่

กรุงเทพฯ--26 ก.พ.--เวิรฟ

อเล็กซ์ เรนเดลล์ ในฐานะผู้ก่อตั้งศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย (EEC Thailand) ผนึกกำลัง 7 ภาคี ได้แก่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จังหวัดกระบี่, บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด มูลนิธิกระบี่ยั่งยืน บริษัท เจ.ซี.เจ. จำกัด และภาคประชาชน ร่วมเปิดโครงการ #กอดป่ากอดทะเล โครงการสิ่งแวดล้อมศึกษา ภายใต้แนวคิด "มนุษย์และธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน" กิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชวนทุกคนมากอดทรัพยากร คิดจริง ทำจริง ในพื้นที่จริง ผ่านกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา โดยมุ่งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ และเท่าทันการควบคุมเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อมนุษย์รวมทั้งการรับรู้ถึงสถานการณ์ทางด้านทรัพยากรและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน พร้อมร่วมปลูกฝังจิตสำนึก สร้างแรงบันดาลใจ และจุดประกายให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการดูแลและรักษาทรัพยากรของพื้นที่และของประเทศไทย เพื่อให้พวกเขาเห็นคุณค่า เกิดความรัก ความหวงแหน และนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการปกป้องทรัพยากร ทั้งยังช่วยสร้างนักอนุรักษ์คืนสู่สังคมต่อไป โดยนำร่องลงพื้นที่กอดแห่งแรกที่ จังหวัดกระบี่ ในวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย (EEC Thailand) กล่าวว่า "โครงการ #กอดป่ากอดทะเล เกิดขึ้นจากความตั้งใจของผมที่อยากจะชวนให้ทุกคนมากอดทรัพยากรของเรา มาช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านการเรียนรู้วิธีที่ถูกต้องตามแนวคิด "มนุษย์และธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน" ที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจแก่นของคุณภาพสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นหากทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา และเข้าใจวิธีการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยทุกคนจะได้ร่วมคิดจริง ทำจริง ในพื้นที่จริง รวมถึงโครงการนี้จะเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และแชร์ทัศนคติของคนจากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง และคนในท้องถิ่นนั้นๆ เพราะเราเชื่อว่ามนุษย์และธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน การจะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ผมรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทั้งทางภาครัฐ ภาคเอกชนได้ให้การสนับสนุนโครงการเป็นอย่างดี รวมถึงได้พลังความร่วมมือจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ประชาชนทั่วไป และเหล่าจิตอาสา โดยพื้นที่แรกของโครงการนี้ คือ จังหวัดกระบี่ พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางระบบนิเวศน์ และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำของโลก ดังนั้น การใช้ทรัพยากรของคนในชุมชนอย่างยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเราได้จัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาให้ความรู้เรื่องทรัพยากร สร้างแรงบันดาลใจ และจัดกิจกรรม 'รู้ก่อนเก็บ' เรียนรู้เรื่องขยะทะเล นวัตกรรมในการเก็บขยะชิ้นเล็ก (micro plastic) พร้อมปฏิบัติการสองมือลดขยะ ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 3 วันรวมกว่า 3,000 คน"
พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า "ในนามของชาวจังหวัดกระบี่ ผมรู้สึกยินดี และขอขอบคุณ EEC Thailand และพันธมิตรเครือข่ายทุกองค์กรเป็นอย่างสูง ที่เล็งเห็นความสำคัญและเลือกจังหวัดกระบี่ให้เป็นพื้นที่แรกของโครงการ ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของการปรับเปลี่ยนยุทธศาตร์การพัฒนาจังหวัดกระบี่ในประเด็น KRABI goes green ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมให้มีความเข้มแข็ง สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างคนในพื้นที่กับหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ โดยส่งเสริมให้เกิด การแลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิค และแนวทางในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ที่สำคัญจะเป็นตัวช่วยในการปลูกฝังให้คนในพื้นที่รัก หวงแหนทรัพยากร และดำเนินชีวิตอย่างสมดุลไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม"
นางลลิดา พันธุ์วิชาติกุล ประธานที่ปรึกษามูลนิธิกระบี่ยั่งยืน และกรรมการผู้จัดการโรงแรมในเครือมากระบี่ กล่าวว่า "มูลนิธิกระบี่ยั่งยืนเป็นองค์กรสาธารณะที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาความร่วมมือด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังที่จะร่วมขับเคลื่อนกระบี่สู่เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยวอย่างยั่งยืน สำหรับความร่วมมือของทุกฝ่ายในโครงการนี้ มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ มุ่งเน้นสร้างจิตสำนึกและปลูกฝังทัศนคติด้านการอนุรักษ์ให้กับเด็ก เยาวชน และคนในจังหวัดกระบี่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อพวกเขารัก เข้าใจ และรู้คุณค่าของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมก็ย่อมอยากที่จะรักษาไว้ ซึ่งโครงการนี้ยังเน้นการมอบองค์ความรู้ทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติที่สอดคล้องกับวิถีชุมชนจึงทำให้ทุกคนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้อย่างแท้จริง"
นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า "โครงการ #กอดป่ากอดทะเล มีเจตนารมณ์ที่ดีที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งโดยมุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้เชิงวิชาการร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพิ่มความเข้าใจด้วยการสอนภาคปฏิบัติในพื้นที่จริง ตลอดจนสร้างและขยายเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่กรมพยายามส่งเสริมและผลักดันให้เกิดขึ้นมาโดยตลอด ทางกรมได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้ ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ เรือปฏิบัติภารกิจ กำลังพลจากกลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล รวมถึงนำแนวทางการดำเนินงานของกลุ่มอาสาฯ มาประยุกต์และต่อยอดแนวคิดของโครงการ เพื่อให้เกิดการทำงานที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น"
นางสาวนันทนา ขาวปลื้ม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการสนับสนุนครั้งนี้ว่า"ความตั้งใจของแบรนด์ตั้งแต่มอบบทบาทพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของแบรนด์ซุปไก่สกัดให้กับ 'อเล็กซ์' คือการสนับสนุนและให้ความร่วมมือในสิ่งที่เขาทำ เพราะแบรนด์และอเล็กซ์มีจุดยืนที่ชัดเจนเหมือนกันคือ มีความเชื่อในการลงมือทำสิ่งดีๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเชื่อว่าการส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชนไทยอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปูรากฐานให้พวกเขาเติบโตอย่างมีศักยภาพ ดังนั้นบริษัทฯ จึงขอเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้กับโครงการ #กอดป่ากอดทะเล ซึ่งถือเป็นโครงการสิ่งแวดล้อมศึกษาที่สามารถมอบคุณค่าและคืนสิ่งดีๆ สู่สังคม สิ่งแวดล้อม และเหล่าเยาวชนไทย เพราะไม่ได้เป็นเพียงโครงการที่ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เป็นโครงการที่มอบองค์ความรู้ แนะแนวทาง ตลอดจนมอบประสบการณ์ตรงผ่านการลงมือทำ ซึ่งความรู้และประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยพัฒนาเยาวชนให้เรียนรู้ เข้าใจ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อปกป้องและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยแบรนด์ได้มอบทุนในการส่งเสริมโครงการให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี และสนับสนุนผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัดให้กับอเล็กซ์ ทีมงาน และผู้ร่วมโครงการทุกคน เพื่อให้ทุกคนมีร่างกายที่พร้อมสำหรับการอบรมและทำกิจกรรมภาคสนามตลอดทั้ง 3 วัน"
นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า "ททท. เป็นองค์กรที่เข้าถึงคุณค่าความสำคัญของทรัพยากรและการใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และมีนโยบายในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวที่มุ่งให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบมาโดยตลอด เราจึงได้ผสานแนวคิดนี้เข้าไปในทุกกิจกรรมของ ททท. อาทิ การคัดแยกขยะในทุกงานอีเว้นท์ การสนับสนุนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเข้ามาสนับสนุนโครงการในครั้งนี้ เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ ประกอบกับโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับนโยบายและแนวคิดโครงการ "เมืองไทยสวยด้วยสองมือ" ปี 2563 ของททท. ที่มุ่งเน้นการร่วมรักษาทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เกิดความสมดุลในการเดินทาง และเผยแพร่แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบให้แพร่หลายยิ่งขึ้น ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยว เยาวชนไทย รวมถึงผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ โดยเชื่อว่าจะช่วยส่งผลให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อันจะเป็นรากฐานในการพัฒนาสังคม ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล"

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารโครงการ #กอดป่ากอดทะเล ได้ทาง Facebook Fanpage: กอดป่ากอดทะเล และInstagram: @kodpakodtalay
#กอดป่ากอดทะเล
#กอดกระบี่
#มนุษย์และธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ