LIT อัดกระสุนเต็มแม็กซ์ - ตั้งป้อมปี 63 สนับสนุนงานภาครัฐ วางเป้า “ผู้ให้บริการสินเชื่อธุรกิจ SMEs ชั้นนำ (Non-Bank)”

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday February 26, 2020 10:04 —ThaiPR.net

LIT อัดกระสุนเต็มแม็กซ์ - ตั้งป้อมปี 63 สนับสนุนงานภาครัฐ วางเป้า “ผู้ให้บริการสินเชื่อธุรกิจ SMEs ชั้นนำ (Non-Bank)”

กรุงเทพฯ--26 ก.พ.--ลีซ อิท

บมจ. ลีซ อิท (LIT) มั่นใจกระสุนเต็มแม็กซ์ เตรียมพร้อมรอภาครัฐสั่งจ่ายงบประมาณใหม่ ปักหมุดปี 63 ลุยปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนงานให้ภาครัฐเต็มสูบ บุกดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เดินหน้าสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เร่งขยายฐานลูกค้า ฟากสมพล เอกธีรจิตต์ เตรียมวางเป้าหมายในการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อนอกภาคสถาบันการเงิน (Non-Bank) ชั้นนำ
นายสมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ลีซ อิท (LIT) ผู้ให้บริการสินเชื่อธุรกิจเพื่อ SMEs เปิดเผยว่าในปี 2563 บริษัทฯจะมุ่งเน้นขยายงานโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจเป็นสำคัญ พร้อมเจาะตลาดในกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ โดยล่าสุด บริษัทฯ กำลังเตรียมการสนับสนุนนโยบาย Smart Hospital 4.0 ด้วยการปล่อยสินเชื่อในโครงการหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ (Pharmacy Robotic Automation) งบประมาณกว่า 100 ล้านบาทในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ ให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่ประมูลงานได้อีกด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นโปรเจคต์นำร่องในการสนับสนุนสินเชื่อด้านนวัตกรรม อีกทั้ง เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถเปลี่ยนแปลงและเท่าทันเทคโนโลยีในยุคดิสรัปชัน
"ในปี 2563 บริษัทฯได้มีการเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อสนับสนุน SMEs ที่ทำงานให้กับภาครัฐเต็มสูบ หลังรอภาครัฐสั่งจ่ายงบประมาณใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเบิกจ่ายได้ในช่วงไตรมาสที่ 2/2563 นี้ ซึ่งบริษัทฯ มีฐานลูกค้าที่เป็นคู่ค้าของหน่วยงานภาครัฐกว่า 70% ของพอร์ตสินเชื่อรวม และคาดการณ์ว่าหลังจากที่งบออกนั้น ลูกค้าเตรียมจ่อขอใช้บริการสินเชื่อเพื่อทำงานให้กับภาครัฐในหลายโครงการ โดยในปีนี้บริษัทฯ คาดว่าพอร์ตสินเชื่อจะเติบโตอยู่ที่ 5-10% และมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง) มากขึ้น จากการที่ปี 2562 มีมีสัดส่วนลูกค้าจากช่องทางนี้ คิดเป็น 22.28% ของจำนวนรายลูกค้าใหม่ทั้งหมด ซึ่งบริษัทฯ มองว่าช่องทางดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งเป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าสมัยใหม่ อีกทั้ง เป็นการเพิ่มความสะดวก รวดเร็วให้กับลูกค้า และเป็นการเสริมสร้างความพึงพอใจของลูกค้าในยุคปัจจุบัน "นายสมพลกล่าว
นอกจากนี้ บริษัทฯได้วางเป้าหมายในการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อนอกภาคสถาบันการเงิน (Non-Bank) ชั้นนำที่สร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ SMEs โดยบริษัทฯ มีแผนงานเพื่อพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้การดำเนินการ 3 ด้านหลักๆ ดังนี้ 1.) ด้านการสร้างรายได้ โดยมีเป้าหมายขยายพอร์ตสินเชื่อให้อยู่ที่ 3,000 ล้านบาทภายในปี 2564 2.) ด้านพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการสินเชื่อ เพื่อยกระดับการพิจารณาให้สินเชื่ออย่างรวดเร็ว โปร่งใส เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ตลอดจนยกระดับการกำกับดูแลสินเชื่อเมื่อเกิดปัญหา เพื่อลดโอกาสในการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพ (NPLs) 3.) ด้านการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้บริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) ตอกย้ำด้วย LITได้รับการประเมินเป็นบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนประจำปี 2562 ในระดับดีเลิศ (Excellent) ต่อเนื่องถึง 3 ปีซ้อน
ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 2562 มีรายได้รวม 456.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.50 ล้านบาท หรือ +2.58% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 445.10 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ ที่ 103.10 ล้านบาท ลดลง -30.74% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 148.85 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ชะลอตัว ประกอบกับการเลื่อนการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐในช่วงไตรมาสที่ 4/2562 และด้วยนโยบายการให้สินเชื่อที่รัดกุม อีกทั้งผลกระทบจากการตั้งสำรองเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ (TFRS9) ด้วย ขณะที่พอร์ตลูกหนี้สินเชื่ออยู่ที่ 2,696 ล้านบาท และมียอดปล่อยสินเชื่อ 10,220 ล้านบาท
กรรมการผู้จัดการ กล่าวอีกว่า ภาพรวมของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ยังคงเขยิบขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้บริษัทใช้ความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ดูแลการบริหารจัดการหนี้อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัทฯได้มีการเพิ่มมาตรการด้านการบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ และมีนโยบายในการคัดกรองลูกค้าอย่างเข้มงวด เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน รวมไปถึงการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อให้มีกระจายพอร์ตสินเชื่อในแต่ละอุตสาหกรรม อีกทั้ง มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นคู่ค้ากับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจโดยมีพอร์ตสินเชื่อโครงการภาครัฐคิดเป็น 70% ของพอร์ตสินเชื่อรวม รวมไปถึง การเร่งตั้งนโยบายตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (Reserve) ในสัดส่วน 9.33% ของยอดลูกหนี้คงเหลือสุทธิจากหลักประกัน อีกทางด้วย
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ทำงานกับภาคราชการและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ และกำลังมองหาสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ เช่น บริการรับซื้อหนี้ทางการค้าด้วยการเปลี่ยนบิลเป็นเงินสด สินเชื่อเพื่อค้ำซองประมูล ตลอดจนสินเชื่อเพื่อสนับสนุนโครงการที่อนุมัติเร็ว วงเงินสูง และไม่ใช้หลักทรัพย์ ท่านสามารถสมัครสินเชื่อด่วนได้ที่ www.leaseit.co.th หรือโทรเบอร์ 02-163-4255 และ 095-783-1595 และฝากกดไลค์กดแชร์เฟซบุ๊คเพจ "Lease IT สินเชื่อธุรกิจ เพื่อนคู่คิด SMEs" เพื่อติดตามรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับ SMEs


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ