กทม.บริหารจัดการน้ำรองรับภัยแล้ง - ฝึกอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

ข่าวทั่วไป Friday April 10, 2020 08:42 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--10 เม.ย.--วิเคราะห์ข่าว สํานักงานประชาสัมพันธ์

นายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. กล่าวกรณีนายกรัฐมนตรีกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์แล้งต่อเนื่องว่า สำนักการระบายน้ำ ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง โดยจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อไหลเวียนน้ำในคลองให้มีคุณภาพดี นำน้ำที่ผ่านการบำบัดจากโรงควบคุมคุณภาพน้ำมาแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่สัมผัสร่างกายอาทิ ล้างถนน รดน้ำต้นไม้ ขณะเดียวกันได้ร่วมมือกับกรมชลประทานในการปฏิบัติการระบายน้ำเพื่อกระแทกลิ่มน้ำเค็ม (Water Hammer of Chao Phraya River Flow Operation) ซึ่งจะช่วยกันมวลน้ำเค็มไม่ให้รุกสูงขึ้นมาในลำน้ำเจ้าพระยาจนส่งผลกระทบต่อการเกษตรและการผลิตน้ำประปา รวมถึงได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า เครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์ พร้อมติดตั้งรถเครื่องกำเนิดไฟฟ้า รถยก รถบรรทุกน้ำ รถโมบายเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ตลอดจนช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ

ด้าน นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กทม. กล่าวว่า สำนักพัฒนาสังคมได้ร่วมมือกับ26 สำนักงานเขตที่มีพื้นที่เกษตรกรรม ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรรับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำ เพื่อวางแผนการเพาะปลูกพืช และการใช้น้ำอย่างเหมาะสม พร้อมขอความร่วมมืองดทำนาปรังในช่วงฤดูแล้ง งดการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังในระหว่างนี้ จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในระหว่างที่เกษตรกรเว้นช่วงทำการเกษตรสามารถเข้ารับการฝึกอบรมอาชีพเสริมจากโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครและศูนย์ฝึกอาชีพฯ หรือเกษตรกรมีความสนใจจะรับการฝึกอาชีพการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย เช่น การปลูกเมล่อน แตงโม การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรสามารถแจ้งที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ของสำนักงานเขต เพื่อประสานสำนักพัฒนาสังคมในการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรที่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตรประจำแขวงและเนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรศึกษาหาความรู้การเกษตรจากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งนี้ หากพืชผลการเกษตร สัตว์เลี้ยง หรือบ่อปลาได้รับความเสียหายสามารถแจ้งศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำแขวง สำนักงานเขต สำนักงานเกษตรพื้นที่ 1-4 และสำนักพัฒนาสังคม เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อไป


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ