“ถ้าผมดำไม่พอ ขาวไม่พอ บอกผมทีว่า ผมเป็นตัวอะไร” “GREEN BOOK” เจ้าของรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากออสการ์ กับ 7 ความจริงที่ต้องการบอกทุกคนบนโลก

ข่าวบันเทิง Friday June 5, 2020 15:09 —ThaiPR.net

“ถ้าผมดำไม่พอ ขาวไม่พอ บอกผมทีว่า ผมเป็นตัวอะไร” “GREEN BOOK” เจ้าของรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากออสการ์ กับ 7 ความจริงที่ต้องการบอกทุกคนบนโลก

กรุงเทพฯ--5 มิ.ย.--สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล

Green Book เจ้าของ 3 รางวัลออสการ์ 2019 ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (มาเฮอร์ชาลา อาลี) และ บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม เรื่องราวของผู้ชาย 2 คน ที่มาจากโลก 2 ใบ หนึ่งคือนักเปียโนคลาสสิกคนดำระดับโลก “ดอน เชอร์ลี” (มาเฮอร์ชาลา อาลี) เตรียมเดินทางสู่ตอนใต้อเมริกาเพื่อแสดงโชว์ จับผลัดจับผลูได้อดีตการ์ดเฝ้าผับเชื้อสายอิตาเลียน-อเมริกัน “โทนี่ ลิป” (วิกโก้ มอร์เทนเซน) เป็นคนขับรถให้ นำมาสู่จุดเริ่มต้นการเดินทางของสองคู่หูต่างขั้ว ต่างสีผิว ต่างชนชั้น รวมเป็นหนึ่งมิตรภาพแห่งเสียงหัวเราะ คราบน้ำตา และการหันมามองเพื่อนมนุษย์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

ที่มาของชื่อ Green Book มาจากคู่มือการเดินทาง The Negro Motorist Green Book หรือมักถูกเรียกสั้น ๆ ว่า สมุดปกเขียว รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้า ที่พักสำหรับให้บริการลูกค้าคนดำ เป็นเครื่องมือเอาตัวรอดของคนแอฟริกันอเมริกัน ให้พ้นจากการถูกกลั่นแกล้ง จับกุม รวมทั้งกันโดนทำร้าย

ทักษะด้านดนตรีของเชอร์ลีที่มีกรอบจำกัด เขาถูกขีดให้เดินสายดนตรีป๊อปเหมือนคนดำคนอื่น เพราะผู้ฟังไม่ยอมรับนักดนตรีคนดำเล่นเพลงคลาสสิก เขามีศักยภาพการทำเรื่องยิ่งใหญ่มากมาย แต่เพราะในเวลานั้นเขาต้องใช้ชีวิตในกรอบจำกัด กรอบสังคมที่บีบบังคับ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนต้องเจอ แม้แต่ชีวิตในปัจจุบันก็ไม่ต่างกัน

การออกเดินทางกับเชอร์ลีทำให้โทนี่ตาสว่าง เขาได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยคิดว่ามันมีอยู่ เห็นการกดขี่ข่มเหง โลกที่เต็มไปด้วยอันตรายต่อคนดำ การกำหนดสถานที่ที่คนดำสามารถกิน นอน นั่ง ซื้อของ หรือเดิน ชีวิตคนดำในยุคนั้นถูกบังคับตลอดเวลา บางเมืองทางตอนใต้มีกฎหมายว่าห้ามให้คนดำออกจากบ้านหลังพระอาทิตย์ตกเลยทีเดียว

ซีนที่ไม่มีคำพูดแต่ภาพแทนถ้อยคำเป็นล้านคำ ในตอนที่โทนี่กำลังซ่อมรถอยู่ข้างทาง เชอร์ลีมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นคนดำทำงานอยู่ในไร่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทางใต้มาเป็นร้อย ๆ ปี ขัดกับตัวตนของเขาที่เป็นสุภาพบุรุษแอฟริกันอเมริกัน แต่งตัวโก้ มีโชเฟอร์เป็นคนขาว เขามองคนงานที่ทำงานหลังขดหลังแข็งกลางแดด คนงานก็หันมองเพราะไม่เคยเห็นคนดำแบบเชอร์ลีมาก่อน ซีนนี้ทั้งซีนไม่มีคำพูดเลยแต่ภาพมันแทนถ้อยคำนับล้าน

สิ่งที่ Green Book เลือกนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ อคติ เพศสภาพ ทั้งหมดเป็นประเด็นที่ยังคงมีปัญหาถึงปัจจุบัน ในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเหมือนภาพสะท้อนของสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 1962 พาคนดูเผชิญหน้ากับมายาคติและอคติของตัวเอง มิตรภาพระหว่างทั้งสองก่อนที่จะมีการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิพลเมือง มีหลายอย่างใน Green Book ที่จะทำให้คุณหัวเสียว่า ทำไมคนเราถึงทำกับคนด้วยกันแบบนี้

ค้นพบเสียงหัวเราะและความโศกเศร้าในตัวละคร ภายใต้ความตึงเครียด มีความเข้าขาของตัวละครเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ลงตัวอย่างมหัศจรรย์ เมื่อคุณมองเรื่องราวของพวกเขา คุณจะเห็นได้ว่านี่มันคู่หูคู่ฮาชัด ๆ นักดนตรีสุดเนี้ยบกับนักเลงหัวไม้ ความตรงข้ามกันคือต้นตอของอารมณ์ขันในเรื่อง และนี่เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เราไม่อยากให้คุณพลาด การเดินทางของทั้งสองจะสร้างหนึ่งมิตรภาพ ข้ามเส้นแบ่งพรมแดนของสีผิว-ชนชั้น Green Book วันนี้ที่ Apple TV

กดสั่งซื้อได้ที่ : https://apple.co/2XmD42X


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ