สภาวิศวกร ผนึกหน่วยงานท้องถิ่น ปูพรมสำรวจปัญหาน้ำกัดเซาะ “ชุมชนสนามจันทร์” เล็งเสนอแผนภาครัฐ บริหารจัดการวิถีชุมชนริมน้ำยั่งยืน

ข่าวทั่วไป Monday July 13, 2020 10:39 —ThaiPR.net

สภาวิศวกร ผนึกหน่วยงานท้องถิ่น ปูพรมสำรวจปัญหาน้ำกัดเซาะ “ชุมชนสนามจันทร์” เล็งเสนอแผนภาครัฐ บริหารจัดการวิถีชุมชนริมน้ำยั่งยืน

กรุงเทพฯ--13 ก.ค.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

สภาวิศวกร ผนึกหน่วยงานท้องถิ่น จังหวัดฉะเชิงเทรา ปูพรมสำรวจปัญหาน้ำกัดเซาะ “ชุมชนสนามจันทร์” หลังถูกน้ำกัดเซาะนานกว่าสิบปี และพื้นที่หลายครัวเรือนจมหายไปกับแม่น้ำเป็นวงกว้าง เล็งเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมตามหลักวิศวกรรม ผ่านการลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย สอบถามปัจจัยเร่งการกัดเซาะ ฯลฯ พร้อมผลักดันสู่ แผนพัฒนาพื้นที่ชุมชนริมน้ำอย่างยั่งยืน เสนอภาครัฐ ในฐานะชุมชนต้นแบบแก่พื้นที่ริมแม่น้ำอื่นในอนาคต ทั้งนี้ สภาวิศวกร แนะภาคประชาชนรับมือปัญหาน้ำกัดเซาะ 3 ขั้นตอน ได้แก่ เลี่ยงปลูกบ้านติดริมตลิ่ง เหตุพื้นดินริมตลิ่งมีความอ่อนไหวและเสี่ยงกัดเซาะสูง สร้างแนวชะลอน้ำทันที เพื่อชะลอการถูกกัดเซาะตั้งแต่ระยะแรก และ หมั่นสังเกตระดับน้ำ/การพังทลายของดิน ข้อมูลเชิงสถิติหนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรุดตรวจสอบ

ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า สภาวิศวกร พร้อมด้วยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) วิศวกรอาสา และหน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา อาทิ จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอบ้านโพธิ์ องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 กรมเจ้าท่า จังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมหารือถึงแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่แบบองค์รวมฯ ของ “ชุมชนสนามจันทร์” ชุมชนริมแม่น้ำบางปะกง ที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะนานนับสิบปี และพื้นที่หลายครัวเรือนจมหายไปกับแม่น้ำเป็นวงกว้าง เพื่อเป็นกรณีศึกษา อันนำไปสู่การเสนอแผนพัฒนาพื้นที่ชุมชนริมน้ำอย่างยั่งยืนแก่ภาครัฐ ในการเป็นชุมชนต้นแบบแก่พื้นที่ริมแม่น้ำอื่นในอนาคต ผ่านการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเชิงโครงสร้าง สอบถามประชาชนถึงปัจจัยร่วมที่มีส่วนเร่งให้เกิดการกัดเซาะของดิน ตลอดจนแนะแนวทางการชะลอการกัดเซาะตามหลักวิศวกรรม
สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะในภาคประชาชน สามารถทำได้ใน 3 ขั้นตอน มีรายละเอียดดังนี้

เลี่ยงปลูกบ้านติดริมตลิ่ง เพราะพื้นดินบริเวณริมตลิ่ง จะมีความอ่อนไหวและเสี่ยงต่อการกัดเซาะสูง ดังนั้น เมื่อพื้นดินบริเวณดังกล่าว ทำหน้าที่รับน้ำหนักบ้านในปริมาณมาก ย่อมเสี่ยงต่อการทรุดหรือพังทลายของดิน และในกรณีที่มีฝนตกหนัก ยิ่งส่งผลกระทบหรือสร้างความเสียหายแบบทวีคูณ นอกจากนี้ หากพื้นที่บ้านอยู่ในลักษณะที่มีคลองและแม่น้ำประกบโดยรอบ ย่อมมีความเสี่ยงในการกัดเซาะสูงกว่าพื้นที่บริเวณอื่นสร้างแนวชะลอน้ำทันที ประชาชนควรดำเนินการจัดหาหินถมตลิ่งหรือกำแพงกันดิน ตั้งแต่ระยะแรกของการก่อสิ่งปลูกสร้าง เพื่อชะลอการถูกกัดเซาะ หรือในกรณีที่น้ำกัดเซาะอย่างรวดเร็ว และใกล้บริเวณบ้านจากอัตราเร่งของน้ำที่สูงขึ้น จะต้องตอกเสาเข็มทำกำแพงกันดินให้ลึกมากที่สุด (ขึ้นอยู่กับระดับความสูงของน้ำ) เพื่อลดการกัดเซาะที่เพิ่มมากขึ้นหมั่นสังเกตระดับน้ำ/การพังทลายของดิน การหมั่นสังเกตระดับน้ำและอัตราการทลายของดินอย่างต่อเนื่องทุกเดือน จะเป็นข้อมูลเชิงสถิติที่สำคัญต่อการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรุดตรวจสอบ และในกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติรุนแรง สามารถแจ้งมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคำนวณความเสี่ยง ตลอดจนแนะนำวิธีการแก้ไขได้อย่างตรงจุด โดยประชาชนสามารถสังเกตระดับน้ำและการพังทลายของดินด้วยตนเองอย่างง่าย ด้วยการนำไม้ไปปักในจุดที่สังเกตเห็นและมั่นคง หรือถ่ายภาพเก็บไว้

อย่างไรก็ดี ภายหลังจากการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของชุมชนสนามจันทร์นั้น สภาวิศวกร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการศึกษาข้อมูลเชิงลึกทางสถิติจากหน่วยงานราชการอย่างถี่ถ้วน อาทิ อัตราการเร่งของน้ำรายปี ขณะเปิดหรือปิดประตูเขื่อน การเปลี่ยนแปลงระดับความสูงของน้ำโดยเฉลี่ยต่อเดือน เพื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงของการกัดเซาะ และการสูญเสียที่ดินไปกับแม่น้ำบางปะกงของประชาชน อันนำไปสู่การแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ ปัญหาน้ำกัดเซาะพื้นที่ริมชายฝั่งแม่น้ำ ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพราะพื้นที่ใดที่มีการไหลผ่านของน้ำย่อมมีปัญหาการกัดเซาะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเจอได้ทั่วโลก ขณะที่ทั่วประเทศของไทย อาทิ ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำปิง ก็ประสบปัญหาดังกล่าว และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาตามหลักการทางวิศวกรรม ภายใต้เงื่อนไขของความเสี่ยงอันตรายตามลำดับ

สภาวิศวกร ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชนริมน้ำ รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ มาโดยตลอด โดยหากประชาชนประสบปัญหาเรื่องโครงสร้างเชิงวิศวกรรม ทางสภาวิศวกร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ก็ความพร้อมให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผ่านการลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และให้คำปรึกษาผ่านสายด่วนสภาวิศวกร 1303 ทันที”

ทั้งนี้ สภาวิศวกร ภายใต้การนำโดย ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร พร้อมด้วยวิศวกรอาสา และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของชุมชนสนามจันทร์ พร้อมทั้งแนะนำวิธีการบรรเทาปัญหาน้ำกัดเซาะแก่ภาคประชาชน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ชุมชนสนามจันทร์ ถนนกำนันสุพรรณ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของสภาวิศวกรได้ที่ www.facebook.com/coethailand www.coe.or.th ไลน์ไอดี @coethai หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1303


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ