ตามดูน้องๆ รร.ชายขอบ "ไทยราษฏร์คีรี" จากเลี้ยงไก่ไข่สู่ทักษะอาชีพและการจัดการเชิงธุรกิจ

ข่าวทั่วไป Tuesday August 11, 2020 16:48 —ThaiPR.net

ตามดูน้องๆ รร.ชายขอบ

กรุงเทพฯ--11 ส.ค.--เจริญโภคภัณฑ์อาหาร

ห่างจากตัวเมืองจังหวัดตาก ออกไปประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของ"โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี" ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ โรงเรียนขนาดกลางที่มีจำนวนนักเรียน 807 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา 42 คน จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนครึ่งหนึ่งเป็นเด็กชาวเขาชนเผ่าต่างๆ เช่น พม่า กะเหรี่ยง มอญ และม้ง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ปกครองมีฐานะยากจน

โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน เมื่อปี 2560 โครงการภายใต้ความร่วมมือของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ดำเนินการร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2532 ช่วยบรรเทาปัญหาทุพโภชนาการของเด็กและเยาวชน ด้วยการส่งเสริมให้เข้าถึงการบริโภคไข่ไก่ทีเป็นโปรตีนคุณภาพ จนถึงปัจจุบัน มีพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนโครงการ ฯ อาทิ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และ หอการค้าญี่ปุ่น- กรุงเทพฯ (JCC) ซึ่งโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี เป็นโรงเรียนลำดับที่ 662 จากทั้งหมด 855 โรงเรียนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ

จากปี 2560 ปีแรกที่โรงเรียนได้รับการสนับสนุนแม่ไก่ 300 ตัวจากซีพีเอฟ รวมทั้งมีการสร้างโรงเรือนมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์ อาหารไก่ วัคซีน ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมกับส่งผู้เชี่ยวชาญของซีพีเอฟถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงไก่ไข่ให้คุณครูและนักเรียนที่รับผิดชอบโครงการฯ ปัจจุบันโรงเรียนเลี้ยงไก่ไข่เป็นรุ่นที่ 2 อีก 300 ตัว เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้การเลี้ยงสัตว์สู่โรงเรียนและขยายผลสู่ชุมชนต่อไป ทำให้เกิดการเรียนรู้ และนำไปประยุกต์ใช้สู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

นอกจากผลผลิตไข่ไก่ที่สามารถนำส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เด็กนักเรียนได้รับประทานไข่ไก่ 3 มื้อต่อสัปดาห์ตามเป้าหมายของโครงการฯแล้ว โรงเรียนส่งเสริมการจัดกิจกรรมแปรรูปผลผลิตไข่ไก่เป็นอาหารหลากหลายเมนู สอดคล้องไปกับหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนที่เน้นส่งเสริมทักษะอาชีพให้กับเด็กๆ อาทิ กิจกรรมของชุมนุมอาหารนำไข่ไก่มาแปรรูปเป็นคุ้กกี้ เค้ก เพื่อจำหน่ายในร้าน In Doi schoolshop ร้าน INCA Coffee ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าและร้านเบเกอรี่ของโรงเรียน และจำหน่ายในร้านค้าสหกรณ์ ส่งเสริมเด็กๆมีรายได้ระหว่างเรียน เงินที่ได้รับเด็กๆ นำไปบริหารจัดการในเรื่องที่จำเป็น เช่น การศึกษา เก็บออม และส่งเสริมให้เด็กนักเรียนทุกคนมีสมุดเงินฝากออมทรัพย์

"เมา เมา" เด็กนักเรียนชาวพม่า อายุ 19 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 ได้รับมอบหมายจากคุณครูช่วยดูแลโครงการเลี้ยงไก่ไข่ เล่าว่า ได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่มาตั้งแต่โรงเรียนเลี่ยงไก่รุ่นแรก หลังจากที่พี่ๆที่รับผิดชอบโครงการจบชั้น ม. 3ไปแล้ว คุณครูจึงมอบหมายให้ผมมาช่วยดูแลโครงการฯแทน ดีใจเพราะทำให้ผมมีรายได้ตอบแทนจากการเลี้ยงไก่ไข่เดือนละ 1,000 บาท ผมต้องดูแลแม่ที่ป่วยทำงานไม่ได้ และน้องสาวอีก 2 คน นอกจากนี้ โครงการนี้ ฯทำให้เด็กนักเรียนได้ทานไข่ไก่เป็นอาหารกลางวันสัปดาห์ละ 2-3 มื้อ และความรู้เรื่องวิธีการเลี้ยงไก่ไข่ที่ถูกต้องจากพี่ๆ ซีพีเอฟ เช่น สอนให้สังเกตไก่ป่วย ผมสามารถถ่ายทอดและให้คำแนะนำกับเพื่อนๆไปใช้ได้จริง

ด.ช.พงศกร กาบแก้ว หรือเกรซ อายุ 15 ปี เด็กนักเรียนคนไทย กำลังศึกษาชั้น ม. 3 เล่าว่า โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯมีประโยชน์หลายอย่าง ทำให้นักเรียนมีความรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ เช่น ที่บ้านผมเลี้ยงไก่บ้านไว้ และมีไก่ป่วยตาเป็นฝ้าขาว ผมได้รับคำแนะนำจาก เมา เมา ซึ่งมีประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่ไข่ ให้ผมไปซื้อยามาหยอดให้ไก่ แค่สัปดาห์เดียวตาของไก่ก็กลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้ ในอนาคตผมอยากมีร้านเบเกอรี่ของตัวเอง จึงสนใจเรียนรู้การทำอาหาร กิจกรรมในชุมนุมอาหารของโรงเรียน ที่นำผลผลิตไข่ไก่มาแปรรูปเป็นเมนูต่างๆ เช่น คุ้กกี้ เค้ก เค้กกล้วยหอม ขนมปัง และขนมดอกจอกซึ่งเป็นสูตรที่นำไข่แดงมาผสมเพื่อเพิ่มความอร่อย ฯลฯ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราวางจำหน่ายที่ร้านกาแฟ INCA Coffee ของโรงเรียน เด็กๆได้ฝึกทักษะอาชีพที่ตัวเองสนใจ และเรียนรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เป็นความรู้ที่นำไปใช้ได้ต่อไป

นางศิริภัสสร ชุมภูเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี กล่าวว่า รู้สึกโชคดีที่ รร.ไทยราษฎร์คีรี ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน โดยได้รับมอบโครงการและไก่ไข่ 300 ตัวเมื่อปี 2560 โครงการนี้เกิดผลกับนักเรียน คือ เด็กๆได้ทานไข่ไก่ที่สะอาด สด จากฟาร์มของเราเอง ได้ฝึกทักชีวิต ทักษะอาชีพ นอกเหนือจากทักษะวิชาการที่ทางโรงเรียนจัดให้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อยอดทำขนมขายมีรายได้ระหว่างเรียน มีโอกาสศึกษาต่อ ชุมชนมีแหล่งเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อประกอบอาชีพ ได้ทานไข่ไก่ที่สะอาด สด ในช่วงปิดเทอม และยังนำมาจำหน่ายแก่ชุมชน และโรงเรียนมองเป้าหมายต่อยอดโครงการไว้ คือ จะพัฒนาการเลี้ยงไก่ไข่บรรจุในรายสาระเพิ่มเติม ในหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อให้เด็กๆทุกคนมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างอาชีพในอนาคต การเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานมาให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ อาทิ กรมปศุสัตว์ ที่ให้ความรู้และข้อแนะนำเกี่ยวกับการดูแลโรงเรือน การทำความสะอาด การเก็บมูลไก่ และพัฒนาสูตรขนมในการใช้ไข่ไก่มาเป็นวัตถุดิบ สร้างความมั่นคงและยั่งยืนของการเป็นแหล่งอาหารและอาชีพแก่เด็กๆ

ด้าน คุณครูนิชาภา บุญประเสริฐ คุณครูผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวว่า โครงการเลี้ยงไก่ไข่ ฯ ทำให้เด็กๆ มีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะการเลี้ยงไก่ การบริหารจัดการ และรู้จักรับผิดชอบ โดยไก่ไข่ที่เลี้ยงรุ่นแรก 300 ตัว ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไก่และอาหารสัตว์จากซีพีเอฟ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยรายได้จากโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ในรุ่นแรก มีรายได้มากกว่า 2 แสนบาท ปัจจุบัน โรงเรียนเลี้ยงไก่ไข่เป็นรุ่นที่สอง จำนวน 300 ตัว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้อพันธุ์ไก่ ซื้ออาหารไก่เอง เด็กๆ จึงต้องเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการ การทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายทุกๆวัน จากการเก็บผลผลิตไข่ไก่วันละ 250 ฟอง จัดสรรเข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียน วางจำหน่ายที่ร้านค้าสหกรณ์ของโรงเรียนราคาต่อแผง(30 ฟอง) 70 บาท และอีกส่วนหนึ่งนักเรียนนำไปแปรรูปเป็นขนมต่างๆ

ซีพีเอฟ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สพฐ. และพันธมิตร มุ่งมั่นเดินหน้าโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ส่งมอบโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงให้แก่เยาวชนและชุมชน ไม่ใช่แค่เป้าหมายเด็กและเยาวชนได้อิ่มท้องด้วยอาหารโปรตีนคุณภาพสูงอย่างไข่ไก่ แต่ยังเป็นการเติมอาหารสมองจากโอกาสที่เด็กและเยาวชนจะได้เรียนรู้ทักษะอาชีพ และทักษะการบริหารจัดการเชิงธุรกิจอีกด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ