PORT มั่นใจ ผลประกอบการครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก ไตรมาส 2 โชว์กำไรเติบโต 4.40% แม้ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday September 7, 2021 09:58 —ThaiPR.net

PORT มั่นใจ ผลประกอบการครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก  ไตรมาส 2 โชว์กำไรเติบโต 4.40% แม้ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน

สหไทย เทอร์มินอล (PORT) หนึ่งในผู้นำการให้บริการท่าเทียบเรือและโลจิสติกส์แบบครบวงจรเผยผลประกอบการ ไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท 8.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.40% แจ้งข่าวดี โครงการท่าเรือแห่งใหม่ ที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ EIA แล้ว

นายบัญชัย ครุจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT กล่าวเสริมว่า "ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทฯได้รับผลกระทบค่อนข้างรุนแรงจากสถานการณ์ตู้สินค้าคขาดแคลน บริษัทฯได้เร่งขยายในส่วนการให้บริการอื่นมาชดเชย อาทิ การขอใบอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (Bonded Warehouse) และมีลูกค้ารายใหม่เข้ามาใช้บริการคลังสินค้าในรูปแบบห้องเย็น ในเขตพื้นที่รับอนุญาตดังกล่าวตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาและคาดว่าจะขยายเพิ่มเติมอีก และการขนส่งทางบกแบบ Door-to-Door ทำให้รายได้ในส่วนของกิจกรรมอื่นๆเรายังเติบโตได้ดี แต่อย่างไรก็ตามบริษัทฯยังคงติดตามสถานการณ์การขาดแคลนตู้สินค้า และการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบและหาแนวทางรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว และเชื่อมั่นว่าในครึ่งปีหลังผลประกอบการจะดีกว่าครึ่งปีแรก จากสถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลาย โดยคาดว่ารายได้ในปีนี้จะเติบได้ราว 5%"

นายบัญชัย กล่าวต่อไปว่า "สำหรับความคืบหน้าโครงการต่างๆ บริษัทฯยังพร้อมดำเนินการตามแผน โดยโครงการท่าเทียบเรือระหว่างประเทศเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นการร่วมทุนในนาม บริษัท บางกอก ริเวอร์ เทอร์มินอล จำกัด ซึ่งปัจจุบันได้รับความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แล้ว โครงการนี้บริษัทฯร่วมลงทุนกับบริษัท APM Terminals จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ A.P.Moller-Maersk สายเรืออันดับหนึ่งของโลก และกับกลุ่มน้ำตาลมิตรผล เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต โครงการดังกล่าวจะให้บริการท่าเรือขนส่งตู้สินค้าระหว่างประเทศ (feeder) ตั้งอยู่บนพื้นที่ว่า 45 ไร่ โดยมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท บริษัทฯมีสัดส่วนการถือหุ้น 38% โดยบริษัท APM Terminals จำกัด และ น้ำตาลมิตรจะถือหุ้น 33% และ 29% ตามลำดับ สำหรับท่าเรือแห่งใหม่นี้จะตั้งอยู่บนถนนปู่เจ้าสมิงพราย ห่างจากท่าเรือสหไทยประมาณ 3 กิโลเมตร โดยยังคงเชื่อว่าสถานที่ตั้งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจโลจิสติกส์ และการให้บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าและตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริงยังเป็นจุดแข็งที่สำคัญของบริษัท โดยคาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จและพร้อมให้บริการในปี 2565 ส่วนโครงการศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 40 ไร่ คาดว่าจะเปิดดำเนินการในปีช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 โดยจะเปิดในเขตพื้นที่ขอบเมืองกรุงเทพมหานคร ผ่านบริษัท บริษัท บางกอก โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด (Bangkok Logistics Park) ซึ่ง PORT ร่วมทุนกับกลุ่มเฟรเซอร์สฯ ผู้นำการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมไทย หากโครงการทั้ง 2 ได้เริ่มเปิดดำเนินการ บริษัทฯเชื่อมั่นว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจอีกด้วย

นายวรวิทย์ เอื้อทรัพย์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT กล่าวว่า "สำหรับ ไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทฯมีรายได้รวม 334.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.81% จากรายได้รวม 325.65 ล้านบาท เทียบกับปีก่อน และมีกำไรขั้นต้น 66.19 ล้านบาท ลดลง 13.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 8.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.15% จากกำไรสุทธิ 8.59 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2563 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท 8.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.40% โดยรายได้ ในกลุ่มบริการท่าเรือได้รับผลกระทบจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนตั้งแต่ ช่วงกลางปี 2563 แต่ยังเติบโตได้ดีในบริการอื่นๆ โดยฐานทางการเงินของ บริษัทฯยังคงแข็งแกร่ง"

บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT เป็นผู้ให้บริการท่าเรือเอกชนครบ วงจรรายใหญ่ของประเทศไทยโดยให้บริการตั้งแต่ 1. ธุรกิจการให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ ครบวงจรสำหรับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Feeder) และเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง (Barge) รวมถึงการให้บริการบรรจุสินค้าเข้าและถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (CFS) และซ่อมแซมทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot) 2.ธุรกิจการให้บริการขนส่ง ตู้คอนเทนเนอร์ทางบก ภายในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลบริเวณเขตพื้นที่แหลมฉบัง 3. ธุรกิจการให้บริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโดยให้บริการพื้นที่ลานพักตู้คอนเทนเนอร์ และคลังจัดเก็บสินค้ากับลูกค้า ทั้งที่เป็นเขตให้บริการปกติและปลอดภาษีอากร (Free Zone) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯให้บริการแก่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกกลุ่มธุรกิจ e-commerce และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม 4.ธุรกิจการให้บริการ เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ การให้บริการ Freight Forwarding เป็นต้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ