Trailblaze Mission (เทรลเบลซ์ มิสชั่น) พร้อมสร้างและสื่อสารตัวตนใหม่ บนภารกิจต่อยอดการเรียนรู้ และพัฒนาองค์กรในยุคดิจิทัลผ่านงานประชาสัมพันธ์

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday October 25, 2023 14:55 —ThaiPR.net

Trailblaze Mission (เทรลเบลซ์ มิสชั่น) พร้อมสร้างและสื่อสารตัวตนใหม่ บนภารกิจต่อยอดการเรียนรู้ และพัฒนาองค์กรในยุคดิจิทัลผ่านงานประชาสัมพันธ์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่างานพีอาร์ หรือการทำประชาสัมพันธ์องค์กรนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และจำเป็นมากกว่าเดิมถ้าหากจะทำธุรกิจในโลกยุคดิจิทัล เพราะทุกสิ่งเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วและงานประชาสัมพันธ์เป็นงานที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร ยิ่งต้องมีความตื่นตัวและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรถือเป็นหัวใจสำคัญ ที่ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่รอบคอบ ต่อเนื่อง และรวดเร็วอยู่เสมอในการส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถสื่อสารไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จ

บริษัท Trailblaze Mission (เทรลเบลซ์ มิสชั่น) หรือ Trailblaze PR (เทรลเบลซ์ พีอาร์) หน่วยงานด้านประชาสัมพันธ์และสื่อสารชั้นนำในท้องถิ่น ที่ให้บริการด้านการสื่อสารแบบครบวงจร เปิดเผยว่าหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ได้คลี่คลายลง ธุรกิจไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ ต่างก็ปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเปลี่ยนวิธีคิด กลยุทธ์ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ โซลูชัน ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โควิด-19 ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่เร่งให้องค์กรปรับกลยุทธ์และลงทุนในด้านดิจิทัลมากขึ้น ผู้บริโภคเน้นการใช้งานออนไลน์และเทคโนโลยีมากขึ้น โลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ที่มาทำลาย (Disrupt) รูปแบบธุรกิจแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นการมาของ metaverse, ChatGPT, AI  และอื่น ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกลยุทธ์หรือทุกเครื่องมือที่จะเหมาะกับทุกองค์กร องค์กรจึงต้องเลือกใช้มือให้เหมาะสมและตรงกับกลุ่มเป้าหมายจริงๆ

ดังนั้น จึงต้องมองให้ขาดว่าจะปรับธุรกิจอย่างไรให้ไปรอดและเติบโตต่อได้ อย่างเช่น ธุรกิจต้องมีจุดขายมากขึ้น เน้นสร้างประสบการณ์ สื่อสารกับผู้บริโภคให้มากขึ้นและให้ตรงจุดความต้องการได้ทันที หลักๆ ธุรกิจต้องเข้าใจลูกค้า ต้องมีการปรับปรุงรูปแบบให้เข้ากับพฤติกรรมใหม่ๆ หากสามารถรู้ใจลูกค้ารายบุคคลยิ่งเป็นเรื่องที่ดี การทำ Digital Transformation คือกลยุทธ์ที่จะสามารถสร้างประสิทธิภาพใหม่ๆจากความสามารถของธุรกิจ ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ที่ดีกว่าการใช้งานหรือการรับบริการแบบเดิมๆ สามารถสร้างรูปแบบโมเดลทางธุรกิจหรือโมเดลการหารายได้ใหม่ๆ ที่เกิดจากการที่องค์กรมีความสามารถในการแข่งขัน ยกตัวอย่าง การนำเอาดาต้ามาใช้งานเพื่อพัฒนารูปแบบบริการสำหรับลูกค้า ตอบสนองต่อความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคจริง ๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างถาวร

การสื่อสารจากองค์กรสู่ลูกค้ายังเป็นเรื่องที่สำคัญเสมอมาและมากกว่าเดิม เพราะการทำ PR ในยุคดิจิทัลอย่างทุกวันนี้ไม่ใช่เพียงการเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) แล้วส่งไปตามสื่อสำนักต่างๆ อีกต่อไป แต่ PR จะต้องรู้จักวิเคราะห์และใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ในการติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ รวมถึงเรียนรู้สื่อใหม่ๆ พร้อมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์และวางกลยุทธ์ในระยะยาว นอกจากนี้ นักประชาสัมพันธ์ยังต้องเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีอย่าง Customer Journey และบิ๊กดาต้ามากขึ้น เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้ลูกค้าจากการเก็บข้อมูลและสังเกตพฤติกรรม ทำให้สามารถเข้าใจลูกค้าได้อย่างแท้จริง เพราะดาต้าในปัจจุบันสามารถวิเคราะห์ได้ลึกถึงระดับอารมณ์และความรู้สึก การย่อยข้อมูลและเลือกใช้ข้อมูลให้ถูกจุดจึงสำคัญต่อการพัฒนากลยุทธ์การประชาสัมพันธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจให้เกิดขึ้นได้จริงและสามารถวัดผลได้ ตอบโจทย์แต่ละบุคคล และสร้างยอดขายต่อไปได้

การสื่อสารกับสาธารณะผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เพราะโซเชียลมีเดียสามารถเป็นเครื่องมือในการโต้ตอบกับผู้คนจำนวนมากทั้งในแง่บวก และแง่ลบได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสาร นโยบาย มาตรการรองรับและสนับสนุนต่างๆ รวมถึงบรรทัดฐานความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ถือเป็นเรื่องที่ทางองค์กรต้องสื่อสารให้ผู้บริโภคได้รับรู้อย่างต่อเนื่องทั้งภายในองค์กรและนอกองค์กร อีกทั้งองค์กรยังสามารถใช้โอกาสนี้ในการแสดงออกถึงคุณค่าองค์กรในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมได้ เปิดโอกาสให้สังคม ผู้บริโภคและแบรนด์มีความเชื่อมถึงกันมากขึ้น เพื่อเป็นการความเชื่อมั่นและความผูกพันระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์

ภารกิจ "เปลี่ยนโลก" นั้นไม่ใช่เรื่องที่เพ้อฝันอีกต่อไป ตราบใดที่องค์กรกำลังแสดงถึงคุณค่าและเป้าหมายของพวกเขา การพัฒนาธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กรในยุคดิจิทัลเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งก็จริง แต่ในขณะเดียวกันต้องผสมผสานนวัตกรรมเข้ากับความยั่งยืนที่แท้จริงเข้าไปด้วย เพราะผู้บริโภคต่างหันไปหาแบรนด์ที่รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น มี empathy มากขึ้น เมื่อองค์กรนั้นมีทั้งความเข้าใจและใส่ใจ ผลที่จะสะท้อนกลับมา ย่อมเป็นผลเชิงบวกที่จะนำไปสู่ผลบวกทางธุรกิจอย่างแน่นอน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ