กรณีศึกษาการรักษา "กรดไหลย้อน" ด้วยยาสมุนไพรจีน โดย คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว

ข่าวทั่วไป Wednesday January 17, 2024 09:42 —ThaiPR.net

กรณีศึกษาการรักษา

อาการกรดไหลย้อนเป็นอาการที่เริ่มพบได้มากขึ้นในยุคปัจจุบัน สืบเนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการเร่งรีบรับประทานอาหาร ทำงานหนักทำให้เวลาพักผ่อนน้อย มีความเครียดสะสม และเป็นสาเหตุหนึ่งที่สามารถกระตุ้นการหลั่งกรดมากขึ้น ทั้งยังอาจรวมไปถึง การรับประทานอาหารสำเร็จรูป สะดวกและง่ายต่อการรับประทาน มักมีน้ำตาลและไขมันสูง ซึ่งส่งผลให้กรดไหลย้อนหายได้ช้าและไม่หายขาดเสียที

วันนี้มีเคสตัวอย่างที่รักษากรดไหลย้อนด้วยสมุนไพรจีน โดยถึงแม้จะใช้เวลานานเสียหน่อยในการรักษา แต่ผลที่ออกถือว่าค่อนข้างดีและสามารถช่วยบรรเทาอาการและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วยด้วย ซึ่งก่อนอื่นขออธิบายสาเหตุและกลไกการเกิดกรดไหลย้อนไว้ ดังนี้

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค         

  • เกิดจากการไหลย้อนกลับของกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ          
  • หลอดอาหารและกระเพาะเกิดอาการระคายเคืองจากกรด อาจทำให้เกิดหลอดอาหารอักเสบและมีแผลหรือไม่เกิดแผลก็ได้         
  • กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่าง มีการคลายตัวอย่างผิดปกติ ทำให้มีการไหลย้อนกลับของกรดขึ้นไปในหลอดอาหารได้ง่าย         
  • กรดไหลย้อนสามารถลุกลามไปที่คอหอย กล่องเสียงได้ ทำให้อาจมีอาการร่วมเช่น ไอ สำลัก เสียงแหบ เสียงปนเสมหะ เป็นต้น         
  • สาเหตุมักเกิดจากการรับประทานอาหารมากเกินไป รสจัด ไขมันสูง การสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานแล้วนอนทันที มีปัญหาที่โครงสร้างหูรูดหลอดอาหาร เป็นต้น
  • การวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการ

    1. กลุ่มอาการอาหารตกค้าง(????)          

    อาการ : เรอเปรี้ยวแสบกลางอก ร่วมกับอาการท้องอืดแน่นหลังรับประทานอาหาร ท้องผูกหรืออุจจาระมีกลิ่นเหม็นอาหาร เป็นต้น          

    ลิ้นและชีพจร : ลิ้นแดงฝ้าขาวเหนียว ชีพจรลื่น(?)          

    การรักษา : ดึงชี่กระเพาะลง ช่วยย่อยอาหาร ระบายชี่ติดขัด

    2. กลุ่มอาการตับและกระเพาะอาหารไม่ประสานกัน(?????)          

    อาการ : เรอเปรี้ยวแสบกลางอก ร่วมกับอาการคลื่นไส้ ขมคอ เสียดสีข้างชายโครง แน่นหน้าอก อาการมักเกิดขึ้นพร้อมกับความเครียดหรือหงุดหงิด เป็นต้น          

    ลิ้นและชีพจร : ขอบลิ้นแดง ฝ้าขาวเหนียว ชีพจรตึง(?)          

    การรักษา : ระบายตับ ปรับการไหลเวียนของชี่ ปรับสมดุลกระเพราะอาหารและดึงชี่ลง

    3. กลุ่มอาการความเย็นกระทบกระเพาะ(?????)

    อาการ : เรอเปรี้ยวแสบกลางอก ร่วมกับอาการกลัวหนาว มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน จุกเสียดแน่นท้อง เป็นต้น

    ลิ้นและชีพจร : ลิ้นฝ้าขาวบาง ชีพจรลอย(?)          

    การรักษา : ดึงชี่กระเพาะลง กระจายความเย็น

    4. กลุ่มอาการเสมหะและน้ำคั่งค้างกระเพาะ(????)         

    อาการ : เรอเปรี้ยวแสบกลางอก ร่วมกับคอแห้งแต่ไม่กระหายน้ำ ดื่มน้ำแล้วคลื่นไส้อาเจียน พบเสียงท้องร้องโครกคราก ท้องอืดแน่น เป็นต้น

    ลิ้นและชีพจร : ลิ้นฝ้าขาวเหนียว ชีพจรตึงลื่น(??)          

    การรักษา : สลายเสมหะและน้ำคั่ง ปรับสมดุลกระเพราะอาหารและดึงชี่ลง

    5. กลุ่มอาการม้ามและกระเพาะเย็นจากพร่อง(????)          

    อาการ : หลังจากอาการเรอเปรี้ยวหรือคลื่นไส้มักมีอาการ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร กลัวหนาว ชอบประคบท้องด้วยความอุ่น ใบหน้าซีดเซียว เป็นต้น         

    ลิ้นและชีพจร : ลิ้นซีดฝ้าขาวบาง ชีพจรไม่มีแรง(?)          

    การรักษา : อุ่นกระเพาะม้าม ปรับสมดุลกระเพราะอาหารและดึงชี่ลง

    6. กลุ่มอาการอินกระเพาะอาหารพร่อง(????)          

    อาการ : เรอเปรี้ยวแสบกลางอก ร่วมกับคอแห้ง คลื่นไส้ อาเจียนพบเมือกเหนียวแต่น้อย หิวแต่ไม่อยากอาหาร อุจจาระแข็ง เป็นต้น          

    ลิ้นและชีพจร : ลิ้นแดง ฝ้าน้อย ชีพจรเล็กเร็ว(??)          

    การรักษา : เสริมอินเพิ่มความชุ่มชื้น ปรับสมดุลกระเพราะอาหารและดึงชี่ลง

    ตัวอย่างกรณีศึกษา ข้อมูลเบื้องต้นของผู้ป่วย

    อาการสำคัญ : จุกเสียดกลางอกร่วมกับอาการแสบร้อน 1 ปี 

    ประวัติการเจ็บป่วย : ช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีอาการจุกเสียดกลางอกร่วมกับแสบร้อน ลักษณะเป็น ๆหาย ๆ ขณะที่เป็นจะรู้สึกจุกแน่นด้านหลังร่วม ได้ทำการตรวจกระเพาะลำไส้ด้วยการทำ CT และส่องกล้องกระเพาะลำไส้ผลตรวจยังคงปกติ พบเพียงการอักเสบเล็กน้อยของกระเพาะและหลอดอาหาร ช่วง 6 เดือนที่แล้วเคยเข้า Admit ด้วยอาการดังกล่าว

    อาการร่วม : คลื่นไส้ จุกแน่นหลังรับประทานอาหาร ขับถ่ายไม่สุด บางครั้งท้องผูก ถ่ายลำบาก เป็นแผลร้อนในง่าย เหงื่อออกเยอะ ร้อนง่าย มือชา แสบร้อนที่โพรงจมูก

    ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต : ไขมันพอกตับ

    การตรวจร่างกาย : ลิ้นแดงฝ้าขาวบาง ชีพจรลื่นและเล็ก (??) เสียงปนเสมหะขณะพูดวินิจฉัยตามหลักแพทย์จีน :??ภาวะเรอเปรี้ยววินิจฉัยตามหลักแพทย์ปัจจุบัน :กรดไหลย้อน (GERD)

    กลุ่มอาการ : กระเพาะม้ามอ่อนแอร่วมกับเสมหะอุดกั้น

    วิธีการรักษาโดยแพทย์จีน

    เลือกใช้ยาสมุนไพรจีนที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระเพาะม้าม ขจัดเสมหะที่อุดกั้น โดยเลือกใช้ตำหรับ เซียงซาลิ่วจวินจื่อทัง (??????) โดยปรับเพิ่มยากลุ่มสมุนไพรที่มีส่วนช่วยในการบีบตัวและลดการหลั่งกรดของทางเดินอาหารร่วมด้วยในการรักษา โดยให้รับประทานยาจีนเช้า-เย็น หลังอาหาร 30 นาที

    วิเคราะห์ผลการรักษา

    ผู้ป่วยมีอาการเริ่มต้นคืออาการจุกเสียดกลางอกร่วมกับแสบร้อน ลักษณะเป็น ๆหาย ๆ ขณะที่เป็นจะรู้สึกจุกแน่นด้านหลังร่วม คลื่นไส้ จุกแน่นหลังรับประทานอาหาร ขับถ่ายไม่สุด บางครั้งท้องผูก ถ่ายลำบาก เป็นแผลร้อนในง่าย เหงื่อออกเยอะ ร้อนง่าย มือชา แสบร้อนที่โพรงจมูก ลิ้นแดงฝ้าขาวบาง ชีพจรลื่นและเล็ก เสียงปนเสมหะขณะพูด

    ซึ่งในศาสตร์การแพทย์แผนจีนนั้นมองว่าผู้ป่วยมีอาการลักษณะเป็น ๆหาย ๆ บ่งบอกถึงชี่ในกระเพาะม้ามอ่อนแอลง ไม่สามารถจัดการอาหารที่รับประทานได้ รวมถึงกล้ามเนื้อที่ใช้ในการย่อยไม่แข็งแรง ส่งผลไปถึงหูรูดที่อ่อนแอลงและเกิดภาวะกรดไหลย้อนขึ้นจนมีอาการดังกล่าว

    หลังจากใช้ยาสมุนไพรจีนในกลุ่มเสริมความแข็งแรงให้กระเพาะและม้าม ร่วมกับขจัดเสมหะ รวมถึงกลุ่มยาบางชนิดที่ใช้ตามอาการที่ผู้ป่วยมีในแต่ละอาทิตย์นั้น พบว่าสามารถช่วยบรรเทาอาการได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะใช้เวลาในการรักษาร่วม 2 เดือนกว่า แต่ยังคงสามารถทำให้พื้นฐานการย่อยและการขับถ่ายของผู้ป่วยดีขึ้น และยังคงต้องติดตามดูอาการในระยะยาว ให้ความรู้ความเข้าใจในด้านการดูแลอาหาร การออกกำลังกาย และดูแลสภาพจิตใจในภาพรวม เพื่อป้องกันไม่ให้อาการกลับมาเป็นซ้ำหรือเป็นหนักขึ้นในภายภาคหน้า

    • สอบถามข้อมูล หรือปรึกษาเรื่องสุขภาพได้ที่ "ทีมหมอจีน" คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว โทร 02 223 1111 
    • เปิดทำการทุกวัน (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 08:00 - 16:00 น.
    • LINE OA: @huachiewtcm
    • Facebook: หัวเฉียวแพทย์แผนจีนกรุงเทพ Huachiew TCM Clinic
    • Website: www.huachiewtcm.com

    เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ