กรุงเทพฯ--13 มิ.ย.--ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ KIA เผยโฉม RIO รุ่นล่าสุด พร้อมสรรพทั้งสมรรถนะเครื่องยนต์ การขับขี่ และประหยัดเชื้อเพลิง รูปลักษณ์กว้างขวาง มีให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล ในแบบ 4 ประตูซีดาน และ 5 ประตู แฮทช์แบ็ค พร้อมรุกตลาดยุโรปและอมริกาเหนือในปีนี้ เกีย มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมรถยนต์โมเดลใหม่ล่าสุด รหัสรุ่น RIO ทั้งในรูปแบบของรถซีดาน 4 ประตู และรถแฮทช์แบ็ค 5 ประตู โดยได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก ที่งานแสดงรถยนต์ “ดีทรอยต์ ออโต้โชว์” สำหรับรุ่น 4 ประตู ซีดาน และรุ่นแฮทช์แบ็ค 5 ประตู ในงานมหกรรมแสดงรถยนต์ “เจนีวา มอเตอร์โชว์” เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ “KIA RIO โฉมใหม่ล่าสุด ได้รับการวางพื้นฐานด้านการออกแบบและงานวิศวกรรมใหม่ที่สมบูรณ์แบบมากสุด โดยได้รับการสร้างสรรค์เป็นพิเศษสำหรับผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ประเทศยุโรปโดยเฉพาะ RIO โฉมใหม่ ได้นำเสนอคุณสมบัติที่โดดเด่น เริ่มตั้งแต่พื้นที่ภายในห้องโดยสารที่มีขนาดกว้างขวาง เครื่องยนต์ทรงพลัง สมรรถนะการทำอัตราเร่งได้รวดเร็ว การควบคุมการขับขี่นุ่มนวล มีประสิทธิภาพ และประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงสุด” นายยอง ฮวาน คิม ประธานบริหารระดับอาวุโส และ COO เกีย มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าว อย่างไรก็ตาม แม้ KIA จะใช้รหัสชื่อรุ่นเดิม แต่ KIA RIO ได้รับการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกและภายในห้องโดยสารใหม่หมด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในประเทศแถบยุโรปและอเมริการเหนือ พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพรถยนต์ KIA ให้สามารถร่วมแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดรถยุโรปอีกด้วย KIA RIO รุ่นแฮทช์แบ็ค 5 ประตู โฉมใหม่ล่าสุด ได้รับการออกแบบเน้นสไตล์ที่มีเสน่ห์เร้าใจ สามารถสนองตอบภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของผู้บริโภค ด้วยมิติขนาดความยาวของตัวรถที่มีขนาดกระทัดรัดและคล่องตัวสูง ด้วยความยาวตัวรถน้อยกว่า 4 เมตร ขณะที่รถยนต์นั่งแบบซีดาน มีความยาวกว่า 4.2 เมตร รูปทรงภายนอกสวยสะดุดตา ด้วยลีลาของเส้นสายรอบคัน ที่มีสไตล์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มิติตัวถังรถ มีขนาดกระทัดรัด ทั้งความสูง ความกว้าง และขนาดที่สั้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ KIA RIO โฉมใหม่ มีความยาวฐานล้อที่ยาวกว่าเดิม ทำให้การขับขี่นุ่มนวลเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ได้ยกระดับภายในห้องโดยสารให้มีขนาดกว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมเสริมอุปกรณ์ชุดตกแต่งให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และทันสมัยมากขึ้น โดย KIA RIO โฉมใหม่ มีสายพานการผลิตให้เลือกมากถึง 20 โมเดล “เราออกแบบ KIA RIO รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในตลาดรถยุโรป ด้วยการปรับปรุงคุณภาพ และเพิ่มความใสสดของรูปลักษณ์ภายนอก” Jean-Charles Lievens ประธานบริหารของ เกีย มอเตอร์ส ยุโรป กล่าว “เราสรรค์สร้างรถอเนกประสงค์ที่มีคุณสมบัติพิเศษอย่างมีสไตล์ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ และเป็นรถที่ขับสนุกสนานเร้าใจมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ “ยานยนต์สายพันธุ์ใหม่” ที่ KIA ได้สร้างขึ้นตามโครงการที่ได้รับการพัฒนาในครั้งสำคัญที่ริเริ่มเมื่อสองปีที่ผ่านมา พร้อมกับการเผยโฉมรุ่น SORENTO, PICANTO, CERATO และ SPORTAGE รุ่นใหม่ล่าสุด” Jean-Charles Lievens กล่าวเสริม KIA RIO สร้างขึ้นบนโครงสร้างพื้นฐานของรหัส B-Segment ของ KIA ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดรถยุโรป และในปีนี้ รถ KIA RIO ทั้งในรูปแบบของแฮทช์แบ็ค 5 ประตู และแบบซีดาน 4 ประตู จะนำออกจำหน่ายในตลาดยุโรปสไตล์และการออกแบบ ผู้ออกแบบของ KIA มุ่งสร้างสรรค์รถยนต์รุ่นใหม่ ด้วยการเริ่มต้นจากความสดใส เน้นความรู้สึกของการเคลื่อนไหวสไตล์สำหรับคนรุ่นใหม่ ล้ำอนาคต สปอร์ตและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกัน KIA RIO ได้รวบรวมลักษณะพิเศษอันทรงคุณค่า 6 อย่างด้วยกัน ประกอบด้วย รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ความสะดวกสบาย สมรรถนะ ความปลอดภัย ความประณีต และห้องโดยสารที่ให้ความอเนกประสงค์สูงสุด โดยรถยนต์รุ่นล่าสุดของ KIA รุ่นนี้เป็นรถที่ขับสนุก เร้าใจ และมีเอกลักษณ์พิเศษ อันเป็นผลจากการเก็บข้อมูลที่ผู้บริโภค (ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 20-30 ปี) ได้แสดงให้เห็นถึงเป้าหมายของ RIO ที่ได้สัมผัส KIAโฉมใหม่ ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ, ความสดใจในสไตล์ล้ำอนาคต KIA RIO โฉมใหม่ได้รับการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก โดยเน้นประสิทธิภาพสูงสุดด้านหลักอากาศพลศาสตร์ กันชนด้านหน้าเว้าลึก แผงกระจกด้านหน้าทำมุมเอียงลาด และด้านท้ายตัดสั้น(สำหรับรุ่น 5 ประตู) เป็นผลให้ RIO มีเส้นสายรอบคันที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่รูปทรงด้านหน้า กระจกส่องหลังด้านข้าง, เสา A-Pillars และขอบประตูด้านบน เสริมด้วยขอบประตูที่ได้รับการออกแบบเข้ารูปโค้งเว้า เน้นความปราดเปรียว เป็นผลให้ได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศของ RIO เพียง 0.32 cd. เท่านั้นห้องโดยสารกว้างขวางกว่ารถในระดับเดียวกัน มิติตัวรถของ RIO โฉมใหม่ได้รับการขยายให้มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้านี้ ความสูงตัวรถมากกว่า 50 มิลลิเมตร ความกว้างมากกว่า 15 มิลลิเมตร และความยาวน้อยกว่าเดิม (ในรุ่น 5 ประตู สั้นกว่า 250 มิลลิเมตร) โดยความยาวฐานล้อมีความยาวกว่าเดิม 90 มิลลิเมตร เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ นอกจากนี้ พื้นที่ภายในห้องโดยสารเพิ่มมากกว่าเดิม และได้รับการปรับปรุงอุปกรณ์ชุดตกแต่งเพิ่ม เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งระยะใกล้และระยะไกล มิติของห้องโดยสารใน RIO ใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยมีพื้นที่เหนือศีรษะด้านหน้าเท่ากับ 1,005 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังเท่ากับ 960 มิลลิเมตร พื้นที่ส่วนช่องวางเท้าด้านหน้า 1,085 มิลลิเมตร และด้านหลัง 870 มิลลิเมตร พื้นที่บริเวณไหล่สำหรับเบาะที่นั่งด้านหน้าเท่ากับ 1,360 มิลลิเมตร ด้านหลัง1,350 มิลลิเมตร เบาะที่นั่งด้านหลังปรับพับได้ในอัตราส่วน 60/40 เมื่อเปรียบเทียบกับ RIO รุ่นก่อนหน้านี้ มีพื้นที่เพิ่มขึ้นระหว่าง 2 มิลลิเมตรถึง 83 มิลลิเมตร แม้ว่าในรุ่น 5 ประตู จะมีขนาดตัวรถสั้นกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ 250 มิลลิเมตร เป็นผลให้ RIO เป็นยานยนต์ที่โดดเด่นที่สุดในส่วนของพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางเมื่อเทียบกับรถยนต์ในระดับเดียวกัน โดยมีพื้นที่ห้องโดยสารรวมเท่ากับ 92.2 ลูกบาศก์ฟุต มากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ 29 เปอร์เซ็นต์ เครื่องยนต์ทรงพลัง เครื่องยนต์ที่ติดตั้งใน RIOโฉมใหม่สุด มีให้เลือกถึง 3 ขนาดด้วยกัน เป็นเครื่องยนต์ที่ เกียมอเตอร์ส ได้พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด เพื่อให้เป็นเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ในระดับเดียวกัน สามารถให้แรงม้าสูงสุดมากกว่า และพละกำลังเพิ่มขึ้นอีก 36 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ โดยมีเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่สำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ เป็นเครื่องดีเซล CRDi ขนาด 1.5 ลิตร เทคโนโลยีคอมมอนเรล ติดตั้งเทอร์โบชาร์จ สามารถขับแรงม้าสูงสุดได้ 110 แรงม้า(ส่วนใหญ่ขับแรงม้าสูงสุดได้ 75 แรงม้าหรือน้อยกว่า) และให้แรงบิดสูงสุด 22.0 กิโลกรัมที่ 2,000 รอบต่อนาที นอกจากนี้เครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ของ เกีย มอเตอร์ส ได้ให้ความสำคัญในเรื่องมลภาวะทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเครื่องยนต์รุ่นนี้ปล่อยไอเสียระดับ 116 กรัมต่อกิโลเมตร ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ ยูโร 4 ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน RIO โฉมใหม่ มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาดด้วยกัน เครื่องยนต์มาตรฐาน เป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร 16 วาล์ว เป็นเครื่องยนต์ที่ เกีย มอเตอร์ส ได้พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดและได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก ด้วยการนำมาติดตั้งไว้ใน RIO รุ่นล่าสุด สามารถขับแรงม้าสูงสุดได้ 97 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 12.8 กิโลกรัมที่ 4,700 รอบต่อนาทีและเครื่องยนต์ ขนาด 1.6 ลิตร 16 วาล์ว เพลาราวลิ้นคู่เหนือฝาสูบ ติดตั้งระบบปรับวาล์วแปรผัน (CVVT) นำมาติดตั้งไว้ในโมเดล B-Segment ของ KIA เป็นครั้งแรก สามารถขับแรงม้าสูงสุดได้ 112 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 14.9 กิโลกรัมที่ 4,500 รอบต่อนาที ระบบเกียร์มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิคส์เสถียรภาพ ปลอดภัยและนุ่มนวลเป็นเยี่ยม RIOโฉมใหม่สุดได้ออกแบบระบบกันสะเทือนใหม่ทันสมัยมากกว่าเดิม สนองตอบต่อการควบคุมการขับขี่ได้ดีกว่า ยึดเกาะถนนมั่นใจได้และมีความนุ่มนวล ทั้งการขับขี่บนพื้นถนนที่ราบเรียบและบนเส้นทางขรุขระ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท ด้านหลังแบบกึ่งอิสระTransverse torsion เพื่อการควบคุมการขับขี่ได้อย่างมีเสถียรภาพและนุ่มนวล เสริมด้วยเหล็กกันโคลงและโช๊คอัพแก๊สทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ได้รับการปรับแต่งเพื่อให้ขับขี่นุ่มนวลและสนองตอบต่อการควบคุมการขับขี่ได้ดีกว่า ระบบพวงมาลัยแบบฟันเฟืองและตัวหนอนมีเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง ปรับระดับสูง-ต่ำได้ รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.92 เมตรเท่านั้น ให้การตอบสนองได้อย่างแม่นยำ คล่องตัวทั้งในสภาพการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง ระบบเบรกแบบดิสก์เบรก ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านหน้าเป็นแบบมีร่องระบายความร้อน ขนาด 10 นิ้ว มีระบบเบรก ABS แบบ 4 แชนแนล ประสิทธิภาพเบรกดีเยี่ยม แป้นเบรกให้ความรู้สึกมั่นใจได้ พร้อมกับได้ติดตั้งระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิคส์ ด้านความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ KIA ให้ความสำคัญเช่นกัน RIOใหม่ล่าสุดได้นำอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยมาติดตั้งไว้อย่างครบครัน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นทุกวัน โดยติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแบบ Passive Safety อย่างครบถ้วน ประกอบด้วย ระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, ม่านศีรษะนิรภัยและพนักพิงศีรษะแบบ Active เป็นอุปกรณ์ให้เลือกติดตั้งพิเศษ อาทิ เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดทุกที่นั่ง กระจกด้านท้ายมีละลายฝ้า ที่ปัดน้ำฝนแบบปรับหน่วงความเร็วตามปริมาณน้ำฝน เป็นต้นทรงคุณค่า-อุปกรณ์คุณภาพสูง KIA ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ด้วยการเสริมอุปกรณ์คุณภาพสูงอย่างหลากหลาย RIO ใหม่ได้เพิ่มคุณค่ามากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ ได้เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหลายรายการด้วยกัน ประกอบด้วย ระบบเซ็นทรัล ล็อค, เปิด-ปิดประตูด้วยรีโมท, กระจกไฟฟ้าทั้งบานหน้าและบานหลัง, เบาะที่นั่งด้านผู้ขับขี่ปรับระดับได้ 8 ทิศทางพร้อมกับที่วางแขน, กระจกส่องหลังด้านข้างสีเดียวกับตัวรถมีละลายฝ้าและมือจับปิด-เปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายอีกมากมายไว้ใน RIO โฉมใหม่สุดจากKIA ตั้งแต่ไฟส่องแผนที่คู่ และชุดแต่งที่มีหลากหลายชุด และมีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ชุดตกแต่งด้วยโครเมี่ยม, ชุดตกแต่งสีสัน, ชุดโมดิฟายเครื่องยนต์, ชุดแต่งหนังแท้และชุดแต่งสไตล์สปอร์ต ซึ่งชุดตกแต่ง ประกอบด้วย กระทะล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว, ไฟตัดหมอก, สปอยเลอร์ท้าย, โครเมี่ยมตัดขอบรอบคัน, แป้นเบรก-คันเร่งโลหะ, พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังแท้ เป็นต้นมุ่งสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ “เราได้ออกแบบ RIO ใหม่ เพื่อสนองตอบต่อผู้บริโภคในยุโรปที่ได้คาดหวังกับเกีย มอเตอร์สเพิ่มขึ้น ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพ และการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก ที่ล้ำสมัย” Jean-Charles Lievens ประธานบริหาร เกีย มอเตอร์ส ยุโรป กล่าว “เราสรรค์สร้างรถขนาดเล็กกระทัดรัดที่ดีเยี่ยม ด้านรูปทรงที่มีสไตล์โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้งานได้จริงอย่างอเนกประสงค์, ขับสนุกเร้าใจมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ สไตล์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมีเสน่ห์ดึงดูดใจสำหรับผู้บริโภคที่ทันสมัย และ RIO โฉมใหม่ในแบบแฮทช์แบ็คเป็นรถยนต์ที่มีความสมบูรณ์พร้อมซึ่งความเร้าใจและสะท้อนภาพชัดเจนของแบรนด์เกีย RIO ทั้งแบบสปอร์ตซีดาน 4 ประตูและแฮทช์แบ็ค 5 ประตู กำหนดวางจำหน่ายในตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือที่เป็นตลาดขนาดใหญ่อย่างกว้างขวางสำหรับรถยนต์ของเกียภายใต้รหัส B-segment KIA มั่นใจกับยอดจำหน่ายของ RIO โฉมใหม่ที่จะสามารถบรรลุเป้าหมาย โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายสำหรับตลาดในยุโรปไว้ที่ 43,000 คัน และ 28,000 คันต่อปี สำหรับตลาดในอเมริกาเหนือในปีนี้ และยอดจำหน่ายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คันต่อปี ในอเมริกาเหนือ และ 45,000 คันต่อปี ในตลาดยุโรป นับเป็นการรุกตลาดรถยนต์ครั้งสำคัญสำหรับค่ายรถยนต์ KIA จากประเทศเกาหลี รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อคุณฤชุตา, คุณวาสนา โทร.02-611-6888 ต่อ 5040, 5043 สามารถคลิกดูภาพข่าวได้ที่ www.thaipr.net--จบ--