สรุปสถานการณ์ส่งออกสินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร-ครัวเรือนประจำเดือน มิ.ย.47(ม.ค.-มิ.ย.2547)

ข่าวเศรษฐกิจ Sunday July 18, 2004 09:09 —กรมส่งเสริมการส่งออก

การส่งออกสินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในเดือนมิถุนายน 2547 มีมูลค่า 58.01 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมร้อยละ 13.50 คาดว่าเดือนกรกฎาคมจะมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 64.60 ล้านเหรียญสหรัฐฯภาพรวมการส่งออกเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและในครัว : การส่งออกสินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเดือนมกราคม-มิถุนายน 2547 มีมูลค่า 51.22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 2.71 เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปี 2546 โดยสินค้าที่มีลู่ทางการส่งออกขยายตัวดีได้แก่ เครื่องแก้วใช้บนโต๊ะอาหารในครัว เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยพลาสติก และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยเหล็ก เหล็กกล้า คิดเป็นอัตราการขยายตัวร้อยละ 18.05, 7.58 และ 5.88 ตามลำดับ การส่งออกสินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและเครื่องใช้ในครัวเรือนไทยสู่ตลาดโลกโดยเฉพาะในปี 2546 ลำดับความสำคัญจากมูลค่าการส่งออกมากที่สุด ถ้วยชามทำด้วยเซรามิก 188.71 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เครื่องใช้ทำด้วยไม้ 111.33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยเหล็ก เหล็กกล้า 97.69 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยอลูมิเนียม 88.02 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยพลาสติก 63.13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เครื่องแก้วใช้บนโต๊ะอาหารในครัว 50.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เครื่องครัว เครื่องใช้ทำด้วยโลหะมีค่า 21.14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารทำด้วยทองแดง 0.54 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประเทศที่สั่งซื้อสินค้าเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและเครื่องใช้ในครัวเรือนที่ทำด้วยเซรามิกจากไทยมากที่สุด คือ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และ เยอรมนี ตามลำดับ โดยมีส่วนแบ่งตลาดคิดเป็นร้อยละ 31.23, 20.40, 7.66, 6.34 และ 5.74 ตามลำดับ ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพคือ แคนาดา นอร์เวย์ ออสเตรเลีย ออสเตรีย และกรีซ ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม สินค้าเซรามิกและแก้วของไทยจะต้องถูก EU ตัดสิทธิ GSP ไปตั้งแต่ 1 มกราคม 2548 ประเทศจีน เวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลี และอินเดีย ได้เปรียบไทยในด้านวัตถุดิบและค่าแรงที่ถูกกว่า ส่งผลให้ราคาสินค้าต่ำกว่า หากแต่ด้วยการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่องของรูปแบบผลิตภัณฑ์ คุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐานทำให้สินค้าไทยยังคงเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันจากผู้นำเข้าต่างประเทศ เป้าหมายการส่งออกปี 2547 : มูลค่า 678 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 จากปี 2546 ที่มา: http://www.depthai.go.th-อบ-

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ