1. ญี่ปุ่นเป็นตลาดนำเข้าสำคัญอันดับ 6 ของโลก รองจาก สหรัฐฯ และจีน โดยมีมูลค่าการนำเข้า
445,661,440,965 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.86 (ม.ค.-ธ.ค. 2547) ในขณะที่ไตรมาสแรกของปี
2548 (ม.ค.-มี.ค.) ญี่ปุ่นเป็นตลาดนำเข้าสำคัญอันดับที่ 5 รองจาก สหรัฐฯ เยอรมนี จีน ฝรั่งเศส มีมูลค่า
การนำเข้า 120,851,322,045 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.87
2. แหล่งนำเข้าสำคัญของญี่ปุ่น ในเดือนมกราคม — มีนาคม 2548
- จีน มูลค่า 25,997.242 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 21.51 เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.05
- สหรัฐฯ มูลค่า 15,231.662 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 12.60 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.34
- ซาอุดิฯ มูลค่า 5,764.136 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 4.77 เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.12
- เกาหลีใต้ มูลค่า 5,741.826 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 4.75 เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.24
ไทยอยู่อันดับที่ 10 มูลค่า 3,867.160 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 3.20 เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.72
3. ดุลการค้า ประเทศญี่ปุ่นได้เปรียบดุลการค้าในเดือนมกราคม — มีนาคม 2548 เป็นมูลค่า
22,910.489 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 7 ดังสถิติต่อไปนี้ตารางเปรียบเทียบดุลการค้าของประเทศญี่ปุ่นเดือน
มกราคม — มีนาคม 2548
ลำดับที่ ประเทศ 2546 2547 2548 อัตราการเปลี่นแปลง(%)
มูลค่า: ล้านเหรียญ สหรัฐ 47/46 48/47
ทั่วโลก 16,670.35 27,981.45 22,910.49 67.85 -18.12
1 สหรัฐฯ 13,799.93 15,585.30 17,415.69 12.94 11.74
2 จีน -4,622.34 -4,694.49 -8,069.82 1.56 71.90
3 ฮ่องกง 6,281.84 7,899.56 7,988.14 25.75 1.12
4 ไต้หวัน 3,622.98 5,562.17 6,552.61 53.52 17.81
5 เกาหลีใต้ 3,953.32 5,479.60 5,512.70 38.43 0.60
16 ไทย 701.24 1,313.14 1,649.83 87.26 25.64
ที่มา : WTA Japan Customs
4. ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 2 ของไทยโดยมีสัดส่วนการส่งออกไปตลาดนี้ร้อยละ 14.35
ของมูลค่าการส่งออกโดยรวมในเดือนมกราคม - เมษายน 2548
การส่งออกสินค้าไทยไปญี่ปุ่นในเดือน มกราคม - เมษายน 2548 มีมูลค่า 4,979.63 ล้านเหรียญ
สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.98 หรือคิดเป็นร้อยละ 30.64 ของเป้าหมายการส่งออกที่มูลค่า 16,252 ล้านเหรียญ
สหรัฐฯ
5. สินค้าไทยส่งออกไปญี่ปุ่นในเดือนมกราคม — เมษายน 2548 25 อันดับแรกมีสัดส่วน รวมกัน
ร้อยละ 62.63 ของมูลค่าการส่งออกโดยรวมไปตลาดนี้ สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า ร้อยละ 100 มี 2 รายการ
สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 มี 3 รายการ และสินค้าที่มีมูลค่าลดลงมากกว่าร้อยละ 20 มี 1 รายการ
ดังสถิติต่อไปนี้
สถิติการส่งออกสินค้าไทยไปญี่ปุ่นที่มีมูลค่าการเปลี่ยนแปลงสูง
ตลาด อันดับที่ มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าการ % เปลี่ยนแปลง สัดส่วน ร้อยละ
ม.ค.-เม.ย 47 ม.ค.-เม.ย 48 เปลี่ยนแปลง 2547 2548
1. สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 200 มี 2 รายการ ม.ค.-เม.ย
- ไก่แปรรูป 13 35.94 102.39 66.45 184.91 1.88 2.13
- เม็ดพลาสติก 22 24.41 67.79 43.38 177.65 0.92 1.41
2. สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 มี 3 รายการ
- แผงวงจรไฟฟ้า 1 200.37 329.66 129.29 64.53 5.56 6.87
- เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ 8 64.67 115.56 50.89 72.52 1.85 2.33
- เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 11 57.66 109.99 52.33 90.77 1.19 2.29
3. สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกไปญี่ปุ่นลดลงมากกว่าร้อยละ 20 มี 1 รายการ
- อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด 7 166.65 126.75 -39.90 -23.94 3.57 2.64
รวบรวมโดย : ศูนย์สารสนเทศการค้าระหว่างประเทศ
จากสถิติการส่งออกดังกล่าวมีข้อสังเกต ดังนี้
1) ไก่แปรรูป (HS. 160232) O Chick Prepar / pres.ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 1 ของโลก
รองลงมาคือ จีน เนเธอร์แลนด์ เยอรมนีในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-มี.ค 48) มูลค่า 220.810 ล้าน
เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 188.26 มีการนำเข้าจาก จีน ไทย และบราซิล เป็นหลัก การนำเข้าจากไทย
อยู่อันดับที่ 2 สัดส่วนร้อยละ 47.03 มูลค่า 103.845 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 259.52
2) เม็ดพลาสติก (HS. 3901) Ethylene, Primary Form ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 12 ของ
โลก ผู้ส่งออกหลักคือ เบลเยี่ยม สหรัฐฯ แคนาดาในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-มี.ค 48) มูลค่า 82.976
ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 76.97 มีการนำเข้าจาก สหรัฐฯ ไทย สิงคโปร์ เป็นหลักการนำเข้าจากไทย
อยู่อันดับที่ 2 สัดส่วนร้อยละ 18.99 มูลค่า 15.758 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 221.42
3) แผงวงจรไฟฟ้า (HS. 8542) Integrated Circuits ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 14 ของโลก
ผู้ส่งออกหลักคือ สหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-มี.ค 48) มูลค่า 4,201.366 ล้านเหรียญ
สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 7.16 มีการนำเข้าจาก ไต้หวัน สหรัฐฯ เกาหลีใต้ เป็นหลักการนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 8
สัดส่วนร้อยละ 3.30 มูลค่า 138.600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.86
4) เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ (HS. 8509) Elecmech Domestc appl ไทยเป็นผู้ส่ง
ออกอันดับที่ 29 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ จีน เยอรมนี ฮ่องกงในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-มี.ค 48)
มูลค่า 117.801 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.25 มีการนำเข้าจาก จีน มาเลเซีย และไทย เป็นหลัก
การนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 3 สัดส่วนร้อยละ 4.94 มูลค่า 5.824 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 30.93
5) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (HS 8415) Air Conditioning ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ
ที่ 3 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ จีน สหรัฐฯในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น (ม.ค-มี.ค 48) มูลค่า 299.920 ล้าน
เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.68 มีการนำเข้าจาก จีน ไทย มาเลเซีย เป็นหลักการนำเข้าจากไทยอยู่อันดับ
ที่ 2 สัดส่วนร้อยละ 22.86 มูลค่า 68.554 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 62.90
6) อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด (HS. 8541) Semi Con DV ; L — EMT Diod
ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 13 ของโลก ผู้ส่งออกหลักคือ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ สิงคโปร์ในด้านการนำเข้าของญี่ปุ่น
(ม.ค-มี.ค 48) มูลค่า 637.074 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.81 มีการนำเข้าจาก จีน มาเลเซีย
สหรัฐฯ เป็นหลักการนำเข้าจากไทยอยู่อันดับที่ 5 สัดส่วนร้อยละ 10.55 มูลค่า 67.190 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.07
6. ข้อมูลเพิ่มเติมและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการค้าระหว่างไทย — ญี่ปุ่น
ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม — 1 เมษายน 2548 รัฐบาลไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจา
จัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย — ญี่ปุ่น (Japan — Thailand Economic Partnership Agreement,
JTEPA) รอบที่ 7 โดยสรุปผลการประชุมฯ ที่สำคัญได้ดังนี้
ญี่ปุ่น
การค้าสินค้า
- ยอมเปิดตลาดสินค้าเกษตรสำคัญบางตัว อาทิ เนื้อไก่ แป้งมันสำปะหลังแปรรูป กากน้ำ-ตาล ผลไม้
ยอมให้ความร่วมมือด้านมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS)รวมถึงเรื่องความร่วมมือระหว่างสหกรณ์
- ต้องการให้ไทยร่นระยะเวลาการคงภาษีและลดภาษีให้น้อยที่สุดสำหรับสินค้าเหล็ก ยานยนต์และ
ชิ้นส่วน
ไทย
การค้าสินค้า
- เสนอเรื่องเหล็กแผ่นรีดร้อน โดยไทยตลอดจนจะคงภาษีเหล็กแผ่นรีดร้อนไว้ที่อัตราประมาณ
7-9.5% เป็นเวลา 10 ปีแรกหลังจากความตกลงฯ มีผลบังคับใช้ จากนั้นจะเริ่มลดภาษีในปีที่ 11 และเหลือ 0
ในปีที่ 15
- เสนอให้เจรจาลดภาษียานยนต์ขนาดต่ำกว่า 3,000 ซีซี ในอีก 5 ปี (หลังปี ค.ศ.2010 )
และเสนอให้ญี่ปุ่นยกเลิกภาษีชิ้นส่วนยานยนต์ภายใน 15 ปี
ทั้งฝ่ายไทยและญี่ปุ่นหาข้อสรุปในหลักการได้เกือบทุกสินค้า ยกเว้นสินค้าเหล็ก ยานยนต์ และชิ้นส่วน
ยานยนต์ ตลอดจนบางประเด็นของการลงทุนและการเปิดเสรีบริการที่ฝ่ายญี่ปุ่นต้องการมากกว่าท่าทีของฝ่ายไทย
ญี่ปุ่น
การค้าบริการ
- ตกลงที่จะเปิดให้ไทยเพิ่มเติมในสาขา พ่อครัว โดยยอมลดจำนวนปีของประสบการณ์การทำงาน
ลงจาก 10 ปีเหลือ 2 ปีผู้ดูแลผู้สูงอายุและสาขาอื่นๆ ที่ใช้ความรู้ระดับปริญญาตรี เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ธุรกิจ
โฆษณา ร้านอาหาร ญี่ปุ่นยอมรับวุฒิปริญญาตรีจากสถาบันอุดมศึกษาของไทยตามกฎหมายของญี่ปุ่นบริการสปา ญี่ปุ่น
รับที่จะผูกพันให้ไทยเข้าไปได้ โดยจะต้องหารือกันในรายละเอียดต่อไป เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 ปี
- ยืนยันการเข้ามาถือหุ้นข้างมากในธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตของไทย เช่น
maintenance and repair การจัดจำหน่ายสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทญี่ปุ่นทั้งที่ตั้งในไทยและโดยบริษัทแม่ในญี่ปุ่น
เป็นต้น และขอให้มีการ ทบทวนข้อผูกพันสาขาการเงิน โทรคมนาคม และขนส่งภายใน 3 ปี
- ขอให้ออกใบอนุญาตสำหรับบริษัทก่อสร้างที่ญี่ปุ่นทำ joint venture กับบริษัทไทยให้มีอายุเป็น
จำนวนปีแทนที่จะเป็น project-by-project และให้ผ่อนคลายเงื่อนไขด้าน การเข้ามาทำงานของบุคลากร
ญี่ปุ่นในไทยการเจรจาในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุความตกลงในเรื่องการค้าบริการและการลงทุน
ได้ในหลักการ ซึ่งจะต้องร่วมหารือในรายละเอียดต่อไป
ไทย
การค้าบริการ
- ยืนยันขอลดขั้นตอนการส่งบุคลากรไปทำงานในญี่ปุ่น อาทิ พ่อครัว บุคลากรในธุรกิจสปา และ
ครูสอนรำไทย ซึ่งญี่ปุนยอมเสนอให้ความยืดหยุ่นด้านคุณสมบัติมากขึ้น และจะอำนวยความสะดวกในเรื่องการเข้า
เมือง อย่างไรก็ตามญี่ปุ่นยังไม่ยอมผูกพันระบบการเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลของคนญี่ปุ่นที่เดินทางมารักษาในไทย
ให้เป็นไปตามระบบปัจจุบัน
การเจรจาในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุความตกลงในเรื่องการค้าบริการและการลงทุน
ได้ในหลักการ ซึ่งจะต้องร่วมหารือในรายละเอียดต่อไป
ธนาคารเพื่อความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น (JBIC) ได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ
ของบริษัทญี่ปุ่นในต่างประเทศ และพบว่า ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มว่านักลงทุนญี่ปุ่นยังคงต้องการขยาย
การลงทุนในจีน ไทย อเมริกาเหนือ ในทุกภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ และประเทศไทยได้รับความสนใจเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องการลงทุนอุตสาหกรรมรถยนต์ กล่าวได้
ว่านักลงทุนญี่ปุ่นสนใจที่จะขยายการลงทุนในเกือบทุกประเทศของภูมิภาคเอเซีย โดยเฉพาะในอินเดียซึ่งขยายตัว
ร้อยละ 16 เมื่อเทียบจากผลสำรวจในปีก่อน ตามด้วยเวียดนามและไทยที่ขยายตัวร้อยละ 9
อย่างไรก็ตามนักลงทุนญี่ปุ่นยังคงลังเลที่จะลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากตลาดในประเทศไทยมี
การแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ค่าจ้างมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น และปัญหาการขาดบุคลากรที่มีความสามารถตรงตามลักษณะ
ที่ต้องการ สิ่งที่นักลงทุนญี่ปุ่นคาดหวังมากที่สุดว่าจะเกิดในประเทศไทยคือ โอกาสในการขยายตลาด ค่าจ้าง
แรงงานที่ถูกลง และความมั่นคงทางการเมืองและสังคม
ที่มา: http://www.depthai.go.th