ข่าวอินโฟเควสท์
17:25 ตำรวจฮ่องกงตั้งแนวป้องกันสถานีรถไฟหลักไปสนามบิน ป้องกันผู้ประท้วงขัดขวางการเดินทาง   ตำรวจปราบจราจลฮ่องกงรวมตัวตั้งแนวป้องกันบริเวณสถานีรถไฟหลั…
16:08 AIIB เตรียมลงทุนในอาเซียน 1.09 พันล้านดอลลาร์เพื่อส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ   นายจิน หลี่กุน ประธานธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐา…
14:19 หัวหน้าครม.ฮ่องกงเผยพยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยอย่างจริงใจ   นายเช็ง คิน ชัง หัวหน้าคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐป…
12:40 "มาเซราติ" เรียกคืนรถยนต์ 711 คันในจีน หลังพบปัญหาที่ไฟหน้า   บริษัทมาเซราติ ประกาศเรียกคืนรถยนต์นำเข้า 711 คันที่ขายในจีน หลังพบปัญหาไฟหน้าบกพ…
12:08 ญี่ปุ่นเตือนไต้ฝุ่น "ตาปาห์" อาจก่อคลื่นสูงและดินถล่มในทางตะวันตกของญี่ปุ่น   กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ออกประกาศเตือนว่า พายุไต้ฝุ่น "ตาปา…

การดูแลคนไทยในปากีสถานภายหลังการปฏิบัติการทางทหารในอัฟกานิสถาน

ข่าวต่างประเทศ -- ศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2544 06:25:23 น.
กรุงเทพฯ--12 ต.ค.--กระทรวงการต่างประเทศ

วันนี้ (10 ตุลาคม 2544) นายรัฐกิจ มานะทัต อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการ ต่างประเทศได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงการดูแลคนไทยในต่างประเทศภายหลังการปฏิบัติการทางทหารในอัฟกานิสถานเมื่อ 7 ตุลาคม 2544 สรุปประเด็นสำคัญดังนี้

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2544 จนถึงขณะนี้ สถานการณ์ทั่วไปในกรุงอิสลามาบัดและเมืองราวัลปินดี ไม่ปรากฎมีการรวมตัวประท้วงขนาดใหญ่ ในขณะที่ การประท้วงในเมือง Quetta มีความรุนแรงกว่า ซึ่งมีประชาชนชาวปากีสถานรวมตัวกันประมาณ 2,000 คน เมืองการาจีมีผู้ประท้วงประมาณ 1,000 คน และเมือง Pechawar มีจำนวนผู้ประท้วงประมาณ 1,000 คน โดยลักษณะการประท้วงดังกล่าวเป็นการประท้วงการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาในอัฟกานิสถาน อย่างไรก็ตาม เอกอัครราชทูตไทยและคณะทูตประจำปากีสถานได้มีการประชุมหารือเพื่อประเมินสถานการณ์และมีความเห็นตรงกันว่า ทางการปากีสถานจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ มีการออกตรวจตรารักษาความปลอดภัยของทหารและตำรวจในกรุงอิสลามาบัดอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะสถานที่สำคัญและย่านที่ตั้งของสถานทูต และมีการปิดกั้นถนนเพื่อจำกัดบริเวณและขอบเขตของการชุมนุมประท้วง ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2544 ได้แจ้งย้ำนักศึกษาไทยส่วนใหญ่ในปากีสถานให้หลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้บริเวณที่มีการประท้วง ตลอดจนการไปสังเกตการประท้วง และให้เพิ่มความระมัดระวังความปลอดภัยของตนเอง

ในประเด็นการเคลื่อนย้ายคนไทยจากปากีสถานกลับประเทศไทยนั้น สถานเอกอัคร ราชทูตฯ รายงานว่าขณะนี้ อยู่ในระหว่างการวิเคราะห์สถานการณ์โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ประกอบ อาทิ การสอบถามข้อมูลและความคิดเห็นของคณะทูตที่ประจำอยู่ที่ปากีสถาน การประเมินสถานการณ์ความรุนแรงโดยมีการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศโดยใกล้ชิด และการสอบถามความสมัครใจของนักศึกษาไทยที่มีบางรายได้แสดงความประสงค์ขอเดินทางกลับแล้วในขณะนี้ ทั้งนี้ หากผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่ปากีสถานในขณะนี้ ก็สามารถเดินทางกลับประเทศไทยก่อนได้ ซึ่งถ้าเกิดมีความจำเป็น ที่ต้องเคลื่อนย้ายคนไทยกลับประเทศก็จะสามารถดำเนินการช่วยเหลือแก่ผู้ที่เหลือในปากีสถานได้อย่าง เต็มที่

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี Pervez Musharaf ได้แถลงยืนยันเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2544ว่า รัฐบาลปากีสถานสามารถควบคุมสถานการณ์ได้และไม่มีความจำเป็นที่ชาวต่างชาติต้องอพยพออกจากปากีสถานในขณะนี้

อนึ่ง สถานเอกอัครราชทูตฯ รายงานว่า สนามบินในกรุงอิสลามาบัด เมืองละฮอร์ และ การาจี ยังเปิดทำการตามปกติ ขณะนี้ยังคงเหลือสายการบินที่ยังคงทำการบินอยู่คือ สายการบินแห่งชาติปากีสถาน (PIA) สายการบิน Emirates และ สายการบิน Gulf Air ขณะที่มีเพียงสายการบิน (PIA) ที่มีเส้นทางบินกรุงอิสลามาบัด-กรุงเทพ โดยออกสัปดาห์ละครั้งทุกวันอังคาร

สำหรับสถานการณ์ทั่วไปในเมืองการาจี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2544 ความรุนแรงของเหตุการณ์ประท้วงได้ลดลงจากวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ประท้วงประมาณ 1,000 คน น้อยลงเกือบ หนึ่งเท่า โดยที่ทางการปากีสถาน มีมาตรการเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย และมีกำลังทหาร และตำรวจประจำอยู่ตามจุดสำคัญ และในส่วนของการจัดการกับผู้ประท้วงนั้น ทางการปากีสถานได้ใช้มาตรการควบคุมผู้ประท้วงให้มีการกระจายการประท้วงในกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่ม หลายพื้นที่ และ ในชั้นนี้ กงสุลใหญ่ ณ เมืองการาจี เชื่อว่ารัฐบาลปากีสถานสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

สำหรับการบินไทยที่มีการบินเที่ยวสุดท้ายจากเมืองการาจี ไปยังกรุงเทพ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2544 นั้น ได้มีเจ้าหน้าที่การบินไทยที่ประจำอยู่ ณ เมืองการาจีจำนวน 4 คนเดินทางกลับไปด้วย พร้อมทั้งคนงานไทยที่ทำงานในร้านอาหารอีก 2 คน และนักเรียนไทยอีกจำนวน 4 คน ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองการาจี ได้มีการประสานกับคนไทยที่ยังเหลืออยู่ในเมืองการาจี และบริเวณใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด

กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5105 โทรสาร. 643-5106-7E-mail : div0704@mfa.go.th-- จบ--

-อน-
ข่าวที่เกี่ยวข้อง