โบรกฯแนะ"ซื้อ" TMT คาดกำไร 3Q52 โตเท่าตัว ปริมาณ-ราคาขยับ-ปันผลสูง

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday October 26, 2009 14:20 —SMS: IQ ข่าวหุ้น

โบรกเกอร์แนะ"ซื้อ"หุ้นบมจ.ค้าเหล็กไทย(TMT)คาดผลประกอบการไตรมาส 3/52 มีลุ้นเติบโตเท่าตัวทั้งจากปริมาณและราคาที่ดีขึ้น รวมทั้งเริ่มมีคำสั่งล่วงหน้าเข้ามาแล้ว ทำให้มองเห็นอนาคตที่สดใสขึ้นในช่วงต่อไป อัตรากำไรขั้นต้นก็ขยับขึ้นจากใช้วัตถุดิบในสต็อกราคาเดิมมาใช้ในการผลิต ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยดีขึ้น แม้ว่าความเป็นธุรกิจซื้อมาขายไปทำให้การเติบโตไม่เห็นหวือหวา แต่เป็นหุ้นปันผลสม่ำเสมอสำหรับกลุ่มเหล็ก

          โบรกฯ                 คำแนะนำ                    ราคาเป้าหมาย(บาท)
          บล.เคที ซีมิโก้           ซื้อ                         5.50
          บล.ดีบีเอสฯ             ซื้อ                         6.16
          บล.เอเซีย พลัส          ซื้อ                         5.66
          บล.ยูไนเต็ด             ซื้อเมื่ออ่อนตัว                 4.90(ปี52),5.20(ปี53)
          สถาบันวิจัยนครหลวง       ซื้อ                         5.50
          บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)   ซื้อ                         4.95

น.ส.วราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานหุ้น TMT คาดว่ากำไรจะดีขึ้นและในไตรมาส 3/52 ประเมินกำไรน่าจะเติบโตเป็นเท่าตัว เพราะปรับตัวดีขึ้นทั้งปริมาณขายและมาร์จิน ซึ่งน่าจะดีขึ้นต่อเนื่องไปในไตรมาสสุดท้ายของปี รวมทั้งมีข้อดีตรงที่ไม่มีหนี้ระยะยาว คงจะสามารถจ่ายปันผลในงวดปีนี้ได้ประมาณ 7-8% ต่อปี

ส่วนราคาเหล็กที่อาจจะผันผวนเป็นเรื่องปกติที่คงจะมีผลกระทบบ้าง ขณะนี้หากมองว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว ราคาเหล็กก็คงจะกลับมาเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจทุกธุรกิจมีความเสี่ยง แต่ตอนนี้สิ่งที่เห็น คือ TMT เริ่มมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าจากลูกค้าเข้ามามากขึ้น ซึ่งหมายความว่าตลาดกำลังจะฟื้นตัวแล้ว

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส คาดการณ์ว่า TMT ในไตรมาส 3/52 จะมีกำไร 68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114% QoQ ตามแนวโน้มราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับ สต๊อกของผู้ใช้เหล็กในตลาดอยู่ในระดับต่ำ ทำให้กลุ่มลูกค้าประเภทร้านค้าเหล็ก และ Fabricator หันกลับมาเร่งสั่งซื้ออีกครั้ง

งวดไตรมาส 3/52 มีปริมาณการขายรวม 71,000 ตัน เพิ่มขึ้น 22% ส่งผลให้มียอดขายในงวดนี้ 1,574 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% แนวโน้มราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ TMT ได้รับประโยชน์จากสต๊อกเหล็กต้นทุนต่ำที่มีประมาณ 1.5 เดือน จึงมี Gross margin ในงวดไตรมาสนี้ในระดับสูงถึง 9.5% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังคงใกล้เคียงกับงวดไตรมาส 2/52

"earning น่าจะฟื้นตัวดีขึ้น เพราะราคาเหล็กขยับและดีมานด์กลับเข้ามา คาดการณ์ไตรมาส 3/52 กำไร 68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114% qoq และ Dividend Yield ปีนี้ประมาณ 9% ให้ราคาเป้าหมาย 5.66 บาท"นายเทิดศักดิ์ กล่าว

นายพรชัย ปัญญาเกียรติคุณ นักวิเคราะห์ บล.ยูไนเต็ด แนะนำแค่"ถือ"รอปันผล เพราะราคาเข้าใกล้เป้าหมายแล้ว แต่ก็ยังถือเป็นบริษัทที่พื้นฐานดี เพราะการเป็นศูนย์บริการเหล็กทำให้ไม่จำเป็นต้องตุนสต็อกมาก ดังนั้น ราคาเหล็กที่ผันผวนจะไม่ทำให้ถึงกับขาดทุนเหมือน SSI หรือ TSTH

และ TMT ยังสามารถจ่ายปันผลสม่ำเสมอ จึงเป็นหุ้นปันผลสำหรับกลุ่มเหล็ก โดยปีนี้คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลได้ในระดับ 0.45 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 9% นับว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจเพียงแต่ราคาขึ้นไปแล้ว และประเด็นเรื่องจะมีอัตราการเติบโต(growth) มากๆ ก็ยากเพราะเป็นธุรกิจซื้อมาขายไป จึงเติบได้ไปเรื่อย ๆ ตามภาวะตลาด

"ถ้าราคาเหล็กยังอยู่แบบนี้ ทรงๆ ก็ไม่ขาดทุน ก็กำไรได้ แต่จะมีประเด็น story หรือที่จะออกมาดีมากไม่น่าเห็นคงได้แค่ถือ แต่ถ้าราคาต่ำลงมาใกล้ 4 บาท ก็น่าซื้อเพราะ yield 10% มีให้ถือรอปันผล" นายพรชัย กล่าว

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย)คาดยอดขายไตรมาส 3/52 เติบโต 31%QoQ เป็น 1.58 พันล้านบาท ปริมาณขายเหล็กเท่ากับ 7.1 หมื่นตัน เพิ่มขึ้น 23%QoQ ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 6%QoQ เป็น 22.17 บาท/กก.เป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ หากเทียบ YoY พบว่าปริมาณขายเพิ่มขึ้น 18% แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลง 42% เพราะราคาขายเฉลี่ยเป็น Peak ในไตรมาส 3/51 ที่ 37.9 บาท/กก.อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเป็น 10% จาก 7.86% ในไตรมาส 2/52 เนื่องจากบริษัทมีวัตุดิบต้นทุนเดิมเข้ามาใช้ผลิตขณะที่ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น

คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/52 เท่ากับ 62 ล้านบาท เติบโต 95%QoQ โดยหลักมาจากยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 3Q52 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา แต่เมื่อเทียบ YoY กำไรสุทธิคาดว่าจะลดลง 25% เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยและอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำลง

แนวโน้มยังไปได้ดีในปี 53 เนื่องจากความต้องการใช้เหล็กในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเศรษฐกิจ ประมาณการปริมาณขายในปี 53 จะเติบโต 10% เป็น 2.9 แสนตัน(จาก 2.6 แสนตันในปี 52)และราคาขายเฉลี่ยในปี 53 ปรับขึ้น 15% เป็น 25.3 บาท/กก.ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับปกติที่ 8.85%

กำไรสุทธิปี 53 คาดการณ์ไว้ที่ 267 ล้านบาทเติบโต 8% จากปี 52 ที่ 247 ล้านบาท ฐานะการเงินดี จ่ายปันผลสูง คาดเงินปันผลสำหรับปี 52-53 ที่ 0.38 บาท/หุ้น และ 0.40 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 7.6% และ 8.0% ตามลำดับ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ