ข่าวอินโฟเควสท์
13:00 เกิดเหตุระเบิดบริเวณสถานีตำรวจในเมืองดาเวาของฟิลิปปินส์   สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณสถานีตำรวจในเมืองดาเวา ทางตอนใต้ของฟ…
11:11 "รอสเนฟท์"เตือน เล็งห้าม"รอยเตอร์"ในรัสเซียทำข่าวช่วยเวเนซุเอลาเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐ   รอสเนฟท์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย เปิ…
10:05 รมว.กลาโหมญี่ปุ่นยันเดินหน้าซื้อเครื่องบินรบ F-35A จากสหรัฐตามแผน   นายทาเคชิ อิวาตะ รมว.กลาโหมของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันศุกร์หลังเจรจากับนายแพททริ…
08:56 คณะผู้เชี่ยวชาญจาก 9 ชาติเข้าร่วมตรวจสอบระบบควบคุมการบินเครื่องโบอิ้ง 737 MAX ในสัปดาห์หน้า   สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (FAA) เป…
08:00 จนท.สหรัฐ-ญี่ปุ่นพบปะหารือความสัมพันธ์ทวิภาคี,การปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี   กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเปิดเผยว่า นายไมค์ ปอมเปโอ รม…

ทริสเรทติ้งยกเลิก “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “Negative” “บ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล”  และลดอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน เป็น “A” จาก “A+” ด้วยแนวโน้ม

ข่าวหุ้น-การเงิน ทริส เรตติ้ง -- อังคารที่ 24 กรกฎาคม 2561 17:30:00 น.

ทริสเรทติ้งยกเลิก “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “Negative” หรือ “ลบ” ที่ให้ไว้แก่อันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 พร้อมทั้งประกาศลดอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ของบริษัทเป็นระดับ “A” จาก “A+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่”

การปรับลดอันดับเครดิตในครั้งนี้สะท้อนถึงความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าภาระหนี้ของบริษัทจะเพิ่มสูงขึ้นจากการซื้อกิจการด้วยเงินทุนจำนวนมาก ปัจจุบันบริษัทอยู่ในระหว่างขั้นตอนการซื้อกิจการของ NH Hotel Group SA (NHH)

ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าภาระหนี้ของบริษัทที่ประเมินจากอัตราส่วนเงินกู้รวมต่ออัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) โดยไม่รวมรายการพิเศษและปรับปรุงแล้วจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5-6 เท่าในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งไม่สอดคล้องกับอันดับเครดิตเดิมที่ระดับ “A+”

อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่เข้มแข็งของบริษัทในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงแหล่งรายได้ที่หลากหลายทั้งจากแบรนด์ที่แข็งแกร่งและทำเลที่ตั้ง หากการซื้อกิจการของ NHH ประสบความสำเร็จตามแผนก็จะยิ่งเสริมฐานะทางธุรกิจของบริษัทให้แข็งแกร่งมากขึ้นจากโอกาสในการขยายธุรกิจสู่ทวีปยุโรปด้วยการเพิ่มจำนวนโรงแรมในทำเลใหม่ ๆ และการขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน การทบทวนอันดับเครดิตยังคำนึงถึงลักษณะที่ผันผวนและอ่อนไหวต่อความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ของธุรกิจโรงแรมด้วย อย่างไรก็ดี การกระจายตัวของธุรกิจก็มีส่วนช่วยลดความกังวลเหล่านี้ลงไปได้ในระดับหนึ่ง

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต
ภาระหนี้เพิ่มขึ้นจากการซื้อกิจการของ NHH

ทริสเรทติ้งคาดว่าภาระหนี้ของบริษัทจะเพิ่มสูงขึ้นจากการซื้อกิจการของ NHH โดยภาระหนี้ของบริษัทที่ประเมินจากอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อ EBITDA ที่ไม่รวมรายการพิเศษและปรับปรุงแล้วจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 5-6 เท่า จากระดับ 4 เท่าก่อนหน้าที่บริษัทจะเข้าทำรายการ โดยสมมติฐานของทริสเรทติ้งคาดว่า บริษัทจะซื้อหุ้นของ NHH ในสัดส่วน 51%-55% ภายในสิ้นปี 2561 นี้ มูลค่าการซื้อกิจการจะอยู่ที่ 1.3-1.4 พันล้านยูโร และเงินทุนในการซื้อกิจการจะมาจากการกู้ยืม

คาดว่าบริษัทจะมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นจาก 4.8 หมื่นล้านบาท เมื่อ 31 มีนาคม 2561 ไปอยู่ที่ประมาณ 1.2-1.25 แสนล้านบาทหลังการซื้อกิจการ ภาระหนี้ของบริษัท (ปรับปรุงด้วยภาระค้ำประกันและภาระผูกพันที่มีกับบริษัทที่เกี่ยวข้องและสัญญาเช่าดำเนินงาน) จะเพิ่มจาก 6.05 หมื่นล้านบาท ไปอยู่ที่ 2.1-2.2 แสนล้านบาทหลังจากการรวมผลประกอบการทางการเงินและผลการดำเนินงานของ NHH เข้ามา เนื่องจาก NHH มีมูลค่าสัญญาเช่าดำเนินงานที่สูง

ทริสเรทติ้งยังพิจารณาถึงกรณีที่บริษัทซื้อหุ้นของ NHH ในสัดส่วนที่น้อยกว่าหรือมากกว่า 51%-55% และได้พิจารณาแผนการใช้แหล่งเงินทุนในการเข้าซื้อหุ้นตามที่บริษัทประกาศ ซึ่งในทุกกรณีก็จะส่งผลให้ภาระหนี้ของบริษัทอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสมมติฐานหลักของทริสเรทติ้ง

สถานะธุรกิจโรงแรมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทริสเรทติ้งมองว่าการซื้อกิจการของ NHH จะช่วยส่งเสริมธุรกิจโรงแรมของบริษัทในหลาย ๆ ด้าน กล่าวคือ NHH เป็นผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ในทวีปยุโรปโดยมีโรงแรมภายใต้การดำเนินงานจำนวน 382 แห่งด้วยจำนวนห้องพักรวม 59,350 ห้องซึ่งเปิดให้บริการอยู่ใน 30 ประเทศ โรงแรมส่วนใหญ่เป็นโรงแรมที่มีผู้เข้าพักหลักเป็นกลุ่มนักธุรกิจและมีราคาห้องพักอยู่ในระดับกลางถึงสูง โดยตั้งอยู่ในทำเลที่ดีในเมืองสำคัญต่าง ๆ ของทวีปยุโรปที่โอกาสในการเพิ่มโรงแรมใหม่ ๆ มีจำกัด โรงแรมของ NHH จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจโรงแรมของบริษัทโดยโรงแรมของบริษัทที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมที่มีลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวและตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง ประเทศอื่นในเอเชีย และโปรตุเกส เป็นหลัก ดังนั้น เมื่อการซื้อกิจการสำเร็จเรียบร้อยก็จะทำให้ธุรกิจโรงแรมของบริษัทขยายใหญ่ขึ้นซึ่งจะทำให้บริษัทมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นและสามารถรับมือกับลักษณะที่ผันผวนและความอ่อนไหวต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกของธุรกิจโรงแรมได้เป็นอย่างดี

ทริสเรทติ้งเชื่อว่าการซื้อกิจการดังกล่าวจะสร้างประโยชน์จากการดำเนินงานร่วมกันและจะสร้างโอกาสในการเติบโตของบริษัทในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ธุรกิจโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทรวมถึงอำนาจในการต่อรองกับคู่ค้า เช่น กลุ่มบริษัทท่องเที่ยว มีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังจะได้รับประโยชน์ทั้งในด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน โปรแกรมสะสมคะแนนที่ใช้ร่วมกันได้ ช่องทางการจำหน่ายที่มีฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น และการใช้ประโยชน์จากแบรนด์ต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ


ธุรกิจร้านอาหารยังคงมีความท้าทาย

ทริสเรทติ้งมองว่าธุรกิจร้านอาหารของบริษัทจะยังคงมีแรงกดดันจากภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการแข่งขันในตลาดหลัก ๆ ที่บริษัทดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และจีน บริษัทได้ดำเนินการในหลาย ๆ รูปแบบเพื่อรับมือกับความท้าทายไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงเมนู พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ การปรับปรุงกลยุทธ์ส่งเสริมการขายและการตลาดเชิงรุก รวมไปถึงการปรับจำนวนร้านให้เหมาะสม หรือการควบคุมต้นทุน เป็นต้น ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดขายจากร้านเดิม (Same-Store-Sales) ของบริษัทจะใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าหรือเติบโตเพียงเล็กน้อยในปี 2561-2562 รวมทั้งคาดการณ์ว่ารายได้จากธุรกิจร้านอาหารของบริษัทจะเติบโตในอัตราเลขหลักเดียวในช่วงเวลาดังกล่าว

หลังจากการนำผลประกอบการทางการเงินและผลการดำเนินงานของ NHH เข้ามารวมกับของบริษัทแล้ว ธุรกิจร้านอาหารจะมีสัดส่วนยอดขายและกำไรที่น้อยลง ทั้งนี้ ก่อนการซื้อกิจการของ NHH ธุรกิจร้านอาหารมีสัดส่วน 40% ของยอดขายและ 35% ของ EBITDA ในแต่ละปี แต่หลังจากการควบรวมกิจการตามสมมติฐานว่าบริษัทจะถือหุ้น NHH ที่ 51%-55%  สัดส่วนรายได้จากธุรกิจร้านอาหารน่าจะลดลงอยู่ที่ 15%-20% ของยอดขายทั้งหมดและ EBITDA อย่างไรก็ดี ทริสเรทติ้งก็เชื่อว่าธุรกิจร้านอาหารยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อภาพรวมธุรกิจของบริษัทเนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานที่มีความผันผวนน้อยกว่าธุรกิจโรงแรมและสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ

รายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากการซื้อกิจการของ NHH
การซื้อกิจการของ NHH จะทำให้ขอบเขตการดำเนินงานและรายได้ของบริษัทมีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น สมมติฐานของ

ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้รวมของบริษัทจะเติบโต 6%-8% อยู่ที่ 5.8-5.9 หมื่นล้านบาทในปี 2561 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงแรมในประเทศไทยและโปรตุเกส ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ของโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของจะเติบโตที่ระดับ 7%-9% และรายได้รวมของธุรกิจโรงแรมเติบโตที่ประมาณ 14%-16% ในขณะที่ธุรกิจร้านอาหารและจัดจำหน่ายสินค้าจะเติบโตเล็กน้อยจากภาวะการบริโภคที่ยังคงอ่อนตัว ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่า EBITDA ของบริษัทจะอยู่ที่ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท

รายได้ของบริษัทจะเพิ่มเป็น 2 เท่าหลังจากมีการรวมงบการเงินของ NHH เข้ามาในปี 2562 โดยทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้ถึงระดับ 1.26-1.32 แสนล้านบาทในปี 2562-2563 และจะมี EBITDA อยู่ที่ระดับ 2.4-2.6 หมื่นล้านบาทในช่วงเวลาดังกล่าว

มีสภาพคล่องอยู่ในระดับดี
ในระยะ 12 เดือนข้างหน้าบริษัทจะมีสภาพคล่องที่เพียงพอโดยพิจารณาจากแหล่งเงินทุนและความต้องการใช้ โดย

ทริสเรทติ้งคาดหมายว่าแหล่งสภาพคล่องของบริษัทจะประกอบไปด้วย EBITDA อย่างน้อยที่จำนวน 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท รวมถึงเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดในมือ จำนวน 5.6 พันล้านบาท และวงเงินกู้ยืมที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีก 2.17 หมื่นล้านบาท ณ เดือนมีนาคม 2561 ในขณะที่บริษัทมีภาระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระรวมประมาณ  7 พันล้านบาทและมีแผนการลงทุนประมาณ 8-10 พันล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ การซื้อกิจการของ NHH จะใช้วงเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทจากการมีธุรกิจที่หลากหลายทั้งประเภทและทำเลที่ตั้ง โดยทริสเรทติ้งคาดหมายว่าบริษัทจะประสบความสำเร็จในการรวมธุรกิจกับ NHH และจะยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทจะเกิดขึ้นในกรณีที่บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งจนทำให้อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วลดลงไปอยู่ที่ระดับก่อนการซื้อกิจการของ NHH ในขณะที่การปรับลดอันดับเครดิตในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้านั้นมีจำกัดแต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือบริษัทมีการลงทุนขนาดใหญ่โดยใช้การก่อหนี้


บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT)
อันดับเครดิตองค์กร: A
อันดับเครดิตตราสารหนี้:
MINT18OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2561 A
MINT193A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 4,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2562 A
MINT205A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 4,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563 A
MINT213A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 2,800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A
MINT21OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A
MINT228A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 2,700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 A
MINT249A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 A
MINT255A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 4,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 A
MINT283A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571 A
MINT313A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 1,200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2574 A
MINT329A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ์ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2575 A
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable
บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2561 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

ข่าวที่เกี่ยวข้อง