ข่าวอินโฟเควสท์
17:03 รัฐบาลอังกฤษขานรับจีนปล่อยตัวจนท.สถานกงสุลประจำฮ่องกง   รัฐบาลอังกฤษแสดงความยินดีในวันนี้กับการที่รัฐบาลจีนได้ปล่อยตัวนายไซม่อน เฉิง เจ้าหน้าที…
16:38 สื่อเผยตำรวจฮ่องกงใช้แก๊สน้ำตาหวังสลายกลุ่มผู้ประท้วงวันนี้   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจฮ่องกงได้ใช้แก๊สน้ำตาในวันนี้ เพื่อพยายามจะสลายกลุ่ม…
16:14 "อรุณ เจทลีย์" อดีตรมว.คลังอินเดีย เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 66 ปี   นายอรุณ เจทลีย์ อดีตรมว.คลังของอินเดีย เสียชีวิตแล้วในวันนี้ที่โรงพยาบาล AIIMS …
15:09 ไต้หวันเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเกินคาด ได้อานิสงส์จากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน   กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวันเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น…
13:43 "ทรัมป์" เผยจะไม่ยับยั้ง หาก "พาวเวล" ขอลาออกจากตำแหน่ง   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐได้วิพากษ์วิจารณ์นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลาง…

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร “บ. สามารถเทลคอม” ที่ “BBB+” แนวโน้ม “Negative”

ข่าวหุ้น-การเงิน ทริส เรตติ้ง -- พุธที่ 3 เมษายน 2562 14:22:00 น.

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB+” โดยอันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงสถานะในการแข่งขันที่แข็งแกร่งในธุรกิจให้บริการด้านเครือข่ายสื่อสารและการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology -- IT) ตลอดจนผลงานที่เป็นที่ยอมรับในการดำเนินโครงการภาครัฐ การมีสัดส่วนรายได้ในระดับปานกลางจากสัญญาให้บริการ และการมีความเสี่ยงด้านการเงินในระดับที่รับได้ของบริษัท ทั้งนี้ ในการพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงความผันผวนของธุรกิจการค้าและรับเหมาติดตั้งระบบที่ขึ้นอยู่กับงบประมาณด้าน IT ของภาครัฐเป็นอย่างมากอีกด้วย

แนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” หรือ “ลบ” ของบริษัทสะท้อนถึงแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทแม่คือ บริษัท สามารถ

คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAMART) แม้ว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทยังคงมีความแข็งแกร่ง แต่ทริสเรทติ้งมีมุมมองว่าบริษัทนั้นมีสถานภาพเป็นสมาชิกหลัก (Core Member) ของกลุ่มสามารถ (SAMART Group) และอันดับเครดิตของบริษัทและของ SAMART มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต
อันดับเครดิตของบริษัทเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตของ SAMART

อันดับเครดิตของบริษัทเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตของ SAMART เนื่องจาก SAMART ถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วน 71% และบริษัทยังถือว่าเป็นผู้สร้างรายได้หลักของกลุ่มสามารถอีกด้วย นอกจากนี้ คณะผู้บริหารและแผนกลยุทธ์ของกลุ่มยังมีความเชื่อมโยงกันในระดับสูง SAMTEL ถือเป็นสมาชิกหลักรายสำคัญ (Core Member) ของกลุ่ม SAMART ตามเกณฑ์ของวิธีการจัดอันดับเครดิตแบบกลุ่ม (Group Rating Methodology) ของทริสเรทติ้งที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ทำให้อันดับเครดิตของบริษัทอยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตของ SAMART

สถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง

สถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทสะท้อนถึงความเป็นผู้นำและผลงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในธุรกิจให้บริการด้าน IT ที่ครบวงจรและหลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการภาครัฐ นอกจากนี้ สถานะทางธุรกิจของบริษัทยังมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่สม่ำเสมอจากสัญญาให้บริการสื่อสารและซ่อมบำรุงซึ่งช่วยเสริมให้ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทมีความมั่นคงแน่นอนอีกด้วย ในปี 2561 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 7.7 พันล้านบาท โดย 43% เป็นรายได้จากสัญญาให้บริการ ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้จากสัญญาให้บริการสื่อสารและซ่อมบำรุงไม่ต่ำกว่าปีละ 3-3.3 พันล้านบาทในระหว่างปี 2562-2564 ซึ่งรายได้จากสัญญาให้บริการสื่อสารและซ่อมบำรุงดังกล่าวจะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่สถานะทางธุรกิจของบริษัทยิ่งขึ้น

ความผันผวนจากขนาดและความต่อเนื่องของธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบ

ความเสี่ยงของบริษัทมาจากผลประกอบการที่ผันผวนจากธรรมชาติของธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบที่มีขนาดมูลค่าโครงการที่แตกต่างกัน ในขณะเดียวกัน การดำเนินงานของบริษัทก็มีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนและความไม่ต่อเนื่องในการจัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของภาครัฐในบางครั้งอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งเชื่อว่าความเสี่ยงดังกล่าวจะส่งผลต่อบริษัทไม่มากนักเมื่อพิจารณาจากจำนวนโครงการที่บริษัทดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันและความต้องการในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบ IT ของประเทศ

มีฐานรายได้จากมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ

บริษัทมีมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (Backlog) ณ สิ้นปี 2561 อยู่ที่ 7.7 พันล้านบาท โดยมูลค่างานประมาณ 4.4 พันล้านบาทจะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2562 และจะรับรู้เป็นรายได้อีก 2 พันล้านบาทในปี 2563 และอีก 800 ล้านบาทในปี 2564 นอกจากนี้ สัญญาให้บริการสื่อสารและซ่อมบำรุงที่กำลังจะหมดอายุในช่วง 1-3 ปีข้างหน้าก็คาดว่าจะได้รับการต่อสัญญาต่อไปอีกด้วย

ภายใต้สมมติฐานของทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 7-9 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2562-2564 เมื่อพิจารณาจากความต้องการในการพัฒนาระบบ IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นเรื่องความล่าช้าที่จะเกิดขึ้นในโครงการต่าง ๆ อีกด้วยเช่นกัน

ความสามารถในการทำกำไรที่อยู่ในระดับสูง

บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับสูง อัตราส่วนกำไร (อัตราส่วนกำไรก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้) ของบริษัทอยู่ในระดับ 22.4% ในปี 2561 ลดลงจาก 24.8% ในปี 2560 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสัดส่วนของงานด้านการค้าและรับเหมาติดตั้งระบบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งงานรับเหมาติดตั้งระบบนั้นมีอัตรากำไรที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ดี ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทถือว่ายังคงสูงกว่าบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทริสเรทติ้งคาดว่าความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจะยังคงได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันและความล่าช้าของโครงการต่อไป โดยคาดว่าอัตราส่วนกำไรของบริษัทน่าจะอยู่ในระดับ 20%-23% ในช่วงระหว่างปี 2562-2564 และคาดหมายว่าบริษัทจะมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ระดับ 1.5-1.8 พันล้านบาทต่อปีในระหว่างปี 2562-2564


ฐานะทางการเงินที่อยู่ในระดับดี

บริษัทยังคงมีสถานะทางการเงินอยู่ในระดับที่ดี หนี้สินที่ใช้เป็นทุนดำเนินโครงการของบริษัทส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะสั้นตามระยะเวลาของโครงการที่บริษัทดำเนินงาน และการที่งานส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นโครงการภาครัฐซึ่งมีระบบการจ่ายชำระเงินที่มีความน่าเชื่อถือจึงเอื้ออำนวยให้บริษัทสามารถหาแหล่งเงินกู้เพื่อดำเนินโครงการได้ง่าย อีกทั้งยังได้รับเงื่อนไขที่ดีจากผู้ให้กู้อีกด้วยเช่นกัน

สมมติฐานของทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะลงทุนรวมประมาณ 4-4.3 พันล้านบาทในช่วงระหว่างปี 2562-2564 โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสัญญาให้บริการในโครงการ Advance Passenger Processing System (APPS) และโครงการ Common Use Terminal Equipment (CUTE) ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงโครงการระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลัก (CBS) ระยะที่ 2 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนที่ปรับปรุงแล้วของบริษัทจะอยู่ในระดับประมาณ 43%-52% ในระหว่างปี 2562-2564 และคาดว่าบริษัทจะมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ระดับ 1.5-2.5 เท่าในช่วงดังกล่าว

ทั้งนี้ ในปี 2561 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนรวมที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ระดับ 43.1% ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ระดับ 1.6 เท่า

สภาพคล่องที่เพียงพอ

ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีสภาพคล่องที่เพียงพอต่อความต้องการใช้จ่าย โดยแหล่งเงินทุนคาดว่าจะมาจากกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจำนวน 1.5-1.6 พันล้านบาท รวมทั้งเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 358 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2561 ตลอดจนวงเงินกู้ที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีกประมาณ 6 พันล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีแผนลงทุนรวมมูลค่าประมาณ 1.2 พันล้านบาทและมีหนี้ที่ต้องชำระคืนรวมประมาณ 3 พันล้านบาทในระยะ 12 เดือนข้างหน้าดังกล่าว

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน
• ภายใต้ประมาณการพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 7-9 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2562-2564
• คาดว่าอัตราส่วนกำไรของบริษัทจะอยู่ในระดับ 20%-23% ในช่วงระหว่างปี 2562-2564
• บริษัทจะลงทุนประมาณ 1.2 พันล้านบาทในปี 2562 และรวมประมาณ 2.9-3.1 พันล้านบาทในช่วงระหว่างปี 2563-2564
แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต “Negative” หรือ “ลบ” สะท้อนถึงแนวโน้มอันดับเครดิตของ SAMART ตามเกณฑ์ของวิธีการจัดอันดับเครดิตแบบกลุ่มของทริสเรทติ้ง และความเชื่อมโยงของทั้ง 2 แห่งคือบริษัท และ SAMART

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงใดใดที่เกี่ยวกับอันดับเครดิตของบริษัทจะขึ้นอยู่กับอันดับเครดิตของ SAMART เป็นสำคัญซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของวิธีการจัดอันดับเครดิตแบบกลุ่ม (Group Rating Methodology) ของทริสเรทติ้ง

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง
- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561
- Group Rating Methodology, 10 กรกฎาคม 2558
- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป,  31 ตุลาคม 2550
บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) (SAMTEL)
อันดับเครดิตองค์กร: BBB+
แนวโน้มอันดับเครดิต: Negative

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

ข่าวที่เกี่ยวข้อง