ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน “บ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ” ที่ “A-”, แนวโน้ม “Stable”

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday April 27, 2023 09:18 —ทริส เรตติ้ง

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ ?A-? ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทจากการมีสินทรัพย์สัมปทานที่มีคุณภาพ กระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอจากธุรกิจทางด่วน รวมถึงโอกาสเติบโตจากธุรกิจรถไฟฟ้า อันดับเครดิตยังได้พิจารณาถึงระดับภาระหนี้ของบริษัทที่อยู่ในระดับสูงอันเป็นผลมาจากการลงทุนจำนวนมากในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย

สมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าระดับภาระหนี้ของบริษัทจะยิ่งสูงขึ้นอีกจากการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยมองว่าบริษัทจะสามารถก่อหนี้ในระดับที่สูงขึ้นได้ชั่วคราวในช่วงที่มีการลงทุน อย่างไรก็ดี เพื่อที่สถานะเครดิตของบริษัทจะยังคงสอดคล้องกับอันดับเครดิตที่ระดับ ?A-? ได้นั้น ทริสเรทติ้งคาดหวังให้บริษัทดำรงอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ปรับปรุงแล้วให้อยู่ที่ระดับไม่เกิน 10 เท่าในระยะยาว

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

สถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง

บริษัทมีสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งเนื่องจากโอกาสที่ผู้ประกอบการรายอื่นจะเข้ามาแข่งขันในธุรกิจหลักของบริษัท คือ ธุรกิจทางด่วนและธุรกิจรถไฟฟ้านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในประเทศไทยนั้นมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่มีขีดความสามารถและเงินทุนมากพอที่จะแข่งขันประมูลงานโครงการก่อสร้างและดำเนินงานทั้งระบบทางด่วนหรือระบบขนส่งมวลชนทางรางได้

สถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทยังเป็นผลมาจากสถิติความแน่นอนและสม่ำเสมอของรายได้จากธุรกิจทางด่วนจากการมีที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ของทางด่วนขั้นที่ 2 ซึ่งเชื่อมต่อกับทางด่วนขั้นที่ 1 ทั้งนี้ การที่บริษัทได้รับการต่ออายุสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 และต่อสัญญาโครงการทางด่วนบางปะอิน -ปากเกร็ด (ส่วน C+) ออกไปจึงน่าจะช่วยทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาว

นอกจากนี้ การที่ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงถึงกันยังจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของบริษัทอีกด้วย และการเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และมีความพร้อมสูง บริษัทจึงอยู่ในสถานะได้เปรียบที่จะชนะการประมูลโครงการภาครัฐอีกหลาย ๆ โครงการในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น การที่เส้นทางเดินรถของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีลักษณะเป็นวงแหวนนั้นก็ยังเอื้อประโยชน์ให้บริษัทรับผู้โดยสารต่อมาจากรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ เพื่อป้อนให้แก่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอีกด้วย

การดำเนินงานดีขึ้น

หลังจากที่โรคโควิด 19 กลายเป็นโรคประจำถิ่นและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ทริสเรทติ้งคาดว่าการดำเนินงานของบริษัทจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่าจำนวนผู้โดยสารโดยเฉลี่ยต่อวันของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะอยู่ที่ระดับ 4.15-5.2 แสนเที่ยวในช่วงปี 2566-2568 โดยการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารมีปัจจัยหนุนจากการใช้งานที่เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ได้เปิดให้บริการเต็มรูปแบบหลังภาวะโรคระบาด และจากการที่รถไฟฟ้าเป็นหนึ่งในวิธีการเดินทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจึงอยู่ในฐานะที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของกิจกรรมการท่องเที่ยว นอกจากนี้ การเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายใหม่ ๆ เช่น สายสีเหลือง และการเปิดจุดหมายการเดินทางใหม่ ๆ เช่น ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์และโครงการ วัน แบงค็อก ล้วนแต่จะช่วยเพิ่มจำนวนของผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ในส่วนของปริมาณการจราจรบนทางด่วนที่อ่อนไหวน้อยกว่านั้น ทริสเรทติ้งคาดว่าปริมาณจราจรบนทางด่วนเฉลี่ยต่อวันจะกลับมาที่ระดับเกินกว่า 1.2 ล้านเที่ยวต่อวันในปี 2567

EBITDA ที่ระดับ 5.4-6 พันล้านบาท

จากสมมติฐานต่อปริมาณการจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ระดับประมาณ 1.68-1.93 หมื่นล้านบาทต่อปีในระหว่างปี 2566-2568 ในขณะที่คาดการณ์ว่าผลกำไรของบริษัทจะได้รับผลกระทบจากส่วนแบ่งรายได้ที่บริษัทต้องจ่ายให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทุกปีจนถึงปี 2572 ตามที่ระบุอยู่ในสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งในการพิจารณาของทริสเรทติ้งนั้นถือว่าเงินสดทั้งจำนวนที่จ่ายเป็นส่วนแบ่งรายได้ให้แก่ รฟม. เป็นต้นทุนในการดำเนินงานทั้งจำนวน ส่วนแบ่งรายได้ดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุกปีโดยประมาณการว่าจะอยู่ที่ 3.5-5.5 พันล้านบาทต่อปีในระหว่างปี 2566-2568 ทำให้ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมี EBITDA Margin อยู่ที่ระดับ 29%-33% ในปี 2566-2568 ซึ่งจะทำให้บริษัทมี EBITDA ที่ 5.4-6 พันล้านบาทต่อปี ในขณะที่เงินทุนจากการดำเนินงานนั้นคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.7-3 พันล้านบาทต่อปีในช่วงเวลาที่คาดการณ์

ระดับหนี้สินจะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนใหม่

ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินของบริษัทจะเพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนในรถไฟฟ้าสายสีส้มซึ่งรวมอยู่ในสมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้ง บริษัทชนะการประมูลโครงการสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีส้มตามประกาศของ รฟม. ในเดือนกันยายน 2565 โดยโครงการต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี การลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจะประกอบด้วยงานโยธา งานระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า ซึ่งบริษัทจะลงทุนโดยการก่อหนี้เป็นหลัก อย่างไรก็ดี หนี้สินที่เกี่ยวข้องกับงานโยธาทั้งหมดจะไม่ถูกรวมอยู่ในการคำนวณหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วของทริสเรทติ้งเนื่องจาก รฟม. จะให้การอุดหนุนการลงทุนในส่วนงานโยธาทั้งจำนวน ในส่วนของการลงทุนในงานระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้าทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาทในช่วงระยะเวลาการลงทุน 6 ปี โดยสมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะได้เซ็นสัญญาและเริ่มลงทุนได้ในช่วงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567

เมื่อรวมการคาดการณ์เรื่องการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและการลงทุนอื่น ๆ รวม 2-3 พันล้านบาทในช่วงระหว่างปี 2566-2568 แล้วทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วของบริษัทจะอยู่ที่ระดับ 11-15 เท่าในช่วงปี 2566-2568 และคาดว่าระดับอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินจะอยู่ในระดับนี้ไปจนกระทั่งการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มสิ้นสุดลง ระดับหนี้สินทางการเงินของบริษัทอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกหากบริษัทจะต้องลงทุนในโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 (Double Deck Expressway) ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 3.1-3.2 หมื่นล้านบาทในช่วงระยะเวลา 5 ปี ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อพิจารณาถึงธรรมชาติของธุรกิจสัมปทานโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เงินลงทุนในระยะแรกในจำนวนที่สูง ทริสเรทติ้งมองว่าบริษัทจะสามารถก่อหนี้ในระดับที่สูงขึ้นได้ชั่วคราวในระหว่างที่ลงทุน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและแผนการจัดหาเงินทุนในทั้ง 2 โครงการหากมีช่วงเวลาในการลงทุนทับซ้อนกันเพื่อไม่ให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินอยู่ในระดับสูงจนเกินไปและยังคงสอดคล้องกับอันดับเครดิตที่ระดับ ?A-?

ณ เดือนธันวาคม 2565 บริษัทมีหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนที่จำนวน 1.61 หมื่นล้านบาทจากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมดจำนวน 6.45 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมภาระหนี้จำนวน 5.5 พันล้านบาทจากการลงทุนในระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้าสายสีม่วงเนื่องจากภาระหนี้ดังกล่าวมีสัญญาการชำระคืนหนี้จาก รฟม. ในระยะเวลา 10 ปีรองรับอยู่) ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนเมื่อเทียบกับหนี้สินรวมอยู่ที่ระดับ 25%

ข้อกำหนดทางการเงินที่สำคัญระบุให้บริษัทต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนให้ต่ำกว่า 2.5 เท่าและอัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ไม่ต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่ง ณ เดือนธันวาคม 2565 บริษัทมีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 1.66 และ 1.89 เท่าตามลำดับ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทน่าจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดทางการเงินดังกล่าวได้ตลอดช่วงระยะเวลาประมาณการ

สภาพคล่องอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

ทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องได้ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า โดยแหล่งสภาพคล่องของบริษัทนั้นมาจากเงินทุนจากการดำเนินงานที่คาดหมายว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านบาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ เดือนธันวาคม 2565 อีกจำนวน 1.8 พันล้านบาทเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ 6.5 พันล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีภาระหนี้สินทางการเงินที่จะครบกำหนดชำระรวมประมาณ 8.1 พันล้านบาท รวมทั้งมีแผนการลงทุนรวมประมาณ 1 พันล้านบาท และจ่ายเงินปันผลอีกประมาณ 1.8 พันล้านบาท เมื่อพิจารณาจากความสามารถในการเข้าถึงตลาดทุนและความสัมพันธ์ที่บริษัทมีกับธนาคารต่าง ๆ แล้ว บริษัทยังมีเงินลงทุนใน บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีมูลค่ายุติธรรมรวมกันอยู่ที่ระดับ 1.18 หมื่นล้านบาท ณ วันที่ 24 เมษายน 2566 อีกด้วย

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

? รายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 1.68-1.93 หมื่นล้านบาทต่อปีในระหว่างปี 2566-2568

? EBITDA Margin จะอยู่ที่ระดับ 29%-33% ในช่วงปี 2566-2568

? EBITDA จะอยู่ที่ระดับ 5.4-6 พันล้านบาทต่อปีในระหว่างปี 2566-2568

? เงินลงทุนรวมจะอยู่ที่ระดับ 2-3 พันล้านบาทในช่วงระหว่างปี 2566-2568

? จะมีการลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาทในช่วงระยะเวลาการลงทุน 6 ปี โดยจะเริ่มลงทุนได้ในช่วงปลายปี 2566 หรือต้นปี 2567

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถดำรงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้โดยมีกระแสเงินสดมาจากทั้งธุรกิจทางด่วนและธุรกิจรถไฟฟ้า รวมทั้งมีระดับอัตราส่วนหนี้สินที่สอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้ง

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินเปลี่ยนแปลง

โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทมีจำกัดในระยะเวลาอันใกล้ เมื่อพิจารณาถึงอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินของบริษัทและการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตลอดจนโอกาสในการลงทุนในโครงการทางด่วน Double Deck ในขณะเดียวกัน อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนตัวลงมากโดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนโดยการก่อหนี้จำนวนมากจนทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทอยู่ในระดับที่สูงเกินกว่า 10 เท่าเป็นอย่างมากอย่างต่อเนื่องยาวนาน

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 15 กรกฎาคม 2565

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 11 มกราคม 2565

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 15 มิถุนายน 2564

?

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM)

อันดับเครดิตองค์กร: A-

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

BEM236A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 A-

BEM244A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 A-

BEM245A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 A-

BEM246A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 A-

BEM249A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 A-

BEM254A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 A-

BEM259A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 A-

BEM25OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 A-

BEM264A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569 A-

BEM264B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569 A-

BEM265A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569 A-

BEM266A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,335 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569 A-

BEM279A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570 A-

BEM27OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570 A-

BEM284A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571 A-

BEM284B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571 A-

BEM286A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,750 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571 A-

BEM286B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571 A-

BEM295A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572 A-

BEM306A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573 A-

BEM314A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2574 A-

BEM326A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2575 A-

BEM329A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2575 A-

BEM334A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,400 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2576 A-

BEM349A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2577 A-

BEM354A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2578 A-

แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com
ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500
? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2566 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ