PTTOR วางเป้าขาย B10 ในปั๊ม 340 แห่งภายในปีนี้ ตอบรับมาตรการรัฐลดสิ่งแวดล้อม-ช่วยเกษตรกร

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday May 16, 2019 14:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) หรือพีทีที โออาร์ ในกลุ่มบมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า พีทีที โออาร์ พร้อมสนับสนุนนโยบายกระทรวงพลังงานที่กำหนดให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ซึ่งมีส่วนผสมของไบโอดีเซล (B100) ในน้ำมันดีเซล 10% เป็นน้ำมันประเภทหลักของประเทศในปี 2564 โดยในระยะแรก พีทีที โออาร์ จะจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ทุกแห่งในภาคใต้ และขยายไปยังภาคตะวันออก ซึ่งจะมีสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 รวม 340 สถานีในปี 2562

พีทีที โออาร์ ใช้น้ำมันไบโอดีเซล B100 คุณภาพสูง มาผสมเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 และยังใส่สารเพิ่มค่าซีเทน ทำให้เครื่องยนต์มีกำลัง "แรง" มากขึ้น และด้วยสัดส่วนของไอดีเซล B100 ที่สูงขึ้น ทำให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 มีการเผาไหม้สมบูรณ์ ลดควันดำได้ร้อยละ 42 ลดฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วปกติ จึงสามารถช่วยลดมลพิษ และ "ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม" นอกจากนี้ ปัจจุบันน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 จะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดา 1 บาทต่อลิตร จึง "คุ้มค่า" ช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถดีเซล โดยประเภทรถยนต์ที่ค่ายรถยนต์ให้การรับรองว่าสามารถเติมน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ได้ จะเป็นกลุ่มรถยนต์ดีเซลทั่วไป ได้แก่ รถกระบะ รถตู้ และรถอเนกประสงค์

ทั้งนี้ พีทีที โออาร์ คาดว่าในระยะแรกจะสามารถจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ได้ 3.2 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้มีการใช้ไบโอดีเซล B100 ในการผลิตน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 มากถึง 300,000 ลิตรต่อวัน อันจะเป็นปริมาณที่สามารถช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้ และทำให้สามารถช่วยดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบได้เพิ่มอีก 92,000 ตันต่อปี เป็นการสร้างประโยชน์ในด้าน "การลดการนำเข้านำมันดิบ และช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน"

สำหรับแผนงานการเพิ่มการจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 พีทีที โออาร์ ยังคงขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ที่จำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 56 แห่ง และเพิ่มเป็น 100 แห่ง ทั่วประเทศภายในปี 2562

ด้านนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ประกาศให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานของไทย เพิ่มขึ้นอีก 1 ประเภท และมีแผนงานให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 เป็นน้ำมันประเภทหลักของไทยในปี 2564 ทดแทนน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 สำหรับไบโอดีเซล B100 ที่ใช้เป็นส่วนผสมของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 นั้น กรมธุรกิจพลังงานกำหนดให้เป็นไบโอดีเซล B100 ที่มีความบริสุทธิ์มากกว่าไบโอดีเซล B100 ที่ผสมอยู่ในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 โดยมีการลดปริมาณโมโนกลีเซอไรด์หรือไขให้ต่ำลง จากเดิมไม่สูงกว่า 0.7% ปรับเป็นไม่สูงกว่า 0.4% โดยน้ำหนัก ส่งผลให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 มีคุณภาพดีขึ้น

ปัจจุบันมีบริษัทค่ายรถยนต์ที่ให้การรับรองว่าสามารถใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ได้ จำนวน 12 ยี่ห้อ รวม 944 รุ่น ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะใช้มาตรการกลไกด้านราคาทำให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 มีราคาขายปลีกต่ำกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 ซึ่งมั่นใจว่า ด้วยกลไกด้านราคานี้จะสามารถจูงใจผู้ใช้รถดีเซลให้หันมาใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 และทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ปาล์มน้ำมันของประเทศ โดยจะทำให้มีการใช้น้ำมันปาล์มดิบรวม 2 ล้านตันต่อปี จากปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 1.5 ล้านตันต่อปี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ