SCB ขยายฐานลูกค้ารร.ขนาดกลาง-เล็ก วางเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 10% ของพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีในปี 64 ตามท่องเที่ยวไทยโตดี

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday August 2, 2019 16:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเอสเอ็มอีในกลุ่มธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น โดยภายในปี 64 จะมีสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีที่เป็นกลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและเล็กเพิ่มขึ้นเป็น 10% ของพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีรวม จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ 5% ของพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งหมดที่ธนาคารมีอยู่ที่ 3.4 แสนล้านบาท หรืออยู่ที่ราว 1.5-1.7 หมื่นล้านบาท

สำหรับปีนี้ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มธุรกิจโรงแรม 3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ปล่อยใหม่ไป 2 พันล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรกปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มลูกธุรกิจโรงแรมไปแล้ว 700-800 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธนาคารมองว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากเป็นอันดับต้น ๆ มีความสำคัญโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การจ้างงาน รายได้ของคนระดับชุมชน และมีบทบาทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธนาคารได้ประเมินทิศทางการท่องเที่ยวจะสามารถเติบโตได้ดีในอนาคต ทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปีทั้งในเมืองหลักและเมืองรองตามแผนส่งเสริมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้น ธนาคารคาดการณ์ว่าในปี 63 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 42 ล้านคน หรือขยายตัว 4.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยการขยายตัวจะเกิดจากนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย กลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก รวมถึงนักท่องเที่ยวจีน

นางพิกุล กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมที่พักนับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีบทบาทต่อการยกระดับภาคการท่องเที่ยวของไทย ธนาคารได้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจของโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก จึงจัดให้กลุ่มโรงแรมเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Industry Focus) ที่ธนาคารให้ความสำคัญและต้องเข้าไปสนับสนุนให้ธุรกิจนี้มีความแข็งแกร่งและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ด้วยการเป็นจุดเชื่อมเครือข่ายระบบนิเวศของธุรกิจโรงแรม (Hotel Ecosystem) ในทุกมิติที่จะเอื้อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่เริ่มต้น และพร้อมที่จะรับมือกับบริบทใหม่ และความท้าทายได้อย่างทันท่วงที

ปัจจุบันเทรนด์การเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากอดีต ประเด็นหนึ่งที่ชัดเจนและเป็นโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก คือ นักท่องเที่ยวยินดีจ่ายค่าที่พักในราคาสูงขึ้นให้กับโรงแรมที่มีเอกลักษณ์ สามารถบ่งบอกความเป็นตัวตน ที่สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง หรือให้บริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะตัวของผู้เข้าพักแต่ละกลุ่ม อันเป็นโอกาสของบูติกโฮเทลที่จะยกระดับมาตรฐานห้องพัก สิ่งแวดล้อม และบริการ เพื่อสร้างจุดขายที่มีความแตกต่าง นอกจากนี้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาธุรกิจ ปรับระบบการบริหารจัดการ และต่อยอดการทำตลาดและช่องทางการขายใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็กต้องปรับวิธีคิดและออกจากข้อจำกัดเดิม ๆ เช่น การพึ่งพา Online Travel agent ในการขายห้องพักเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการโรงแรมจะต้องมองหารูปแบบอื่น ๆ ที่หลากหลายควบคู่กัน และขณะนี้หมดยุคการแข่งขันลดราคาห้องพักจนต้องลดคุณภาพบริการและสูญเสียรายได้จนธุรกิจไปต่อได้อย่างยากลำบาก ผู้ประกอบการควรต้องปรับเปลี่ยนมุมมองด้วยว่า ธุรกิจโรงแรมในปัจจุบันนั้นจะไม่มีเรื่องฤดูกาลอีกต่อไป แต่ควรวางเป้าหมายและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวเที่ยวไทยให้เข้ามาทำกิจกรรมในพื้นที่และเข้าพักแรมในทุกวัน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมที่พักแรมของไทยในปีนี้จะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ระดับ 71-73% ตลอดทั้งปี

ธนาคารได้การจัดหลักสูตรการอบรม The DOTS: Hotel Game Changer พลิกมุมคิด จุดเชื่อมความสำเร็จนักธุรกิจโรงแรมรุ่นใหม่ นอกจากนี้ธนาคารยังได้จัดเตรียม SCB Hotel Solution เพื่อเป็นทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการไว้อย่างครบวงจร ด้วยสินเชื่อโรงแรมเพื่อ Refinance และ Renovation อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 4% (ตามเงื่อนไขของธนาคาร) วงเงินกู้สูงสุด 100 ล้านบาท สามารถผ่อนชำระได้ตามฤดูกาล ระยะเวลานานสูงสุด 10 ปี คุณสมบัติลูกค้าต้องเป็นผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมถูกต้องตามเกณฑ์ มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจโรงแรมมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี และยังช่วยอำนวยความสะดวกในการรับชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตแบบ Online Payment Gateway ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี พร้อมสร้างการรับรู้ ค้นหาและนำทางนักท่องเที่ยวไปสู่ที่พักได้ง่ายๆ ด้วยบริการ Google My Business โดยคาดหวังปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรดังกล่าวที่มีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 400 ราย

ขณะที่เหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพฯที่เกิดขึ้นวันนี้ ธนาคารมองว่าเป็นผลกระทบระยะสั้นต่อภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทย แต่เชื่อมั่นว่าหน่วยงานภาครัฐจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวให้กลับมาปกติได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยได้มีความรุนแรงและเหตุการณ์ร้ายแรกว่าครั้งนี้เกิดขึ้น และสามารถแก้ไขสถานกาณ์กลับมาปกติ และเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับมาให้กับนักท่องเที่ยวได้

สำหรับสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 1.8-2% โดยธนาคารมองแนวโน้ม NPL ของกลุ่มลูกค้าธุรกิจโรงแรมยังมีแนวโน้มทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยอาจจะเกิดการชะลอตัวลงบ้าง จากนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดการชะลอตัวลงบ้าง ทำให้มีลูกค้าบางรายได้รับผลกระทบ แต่ธนาคารก็ยังช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถกลับมาฟื้นตัวได้

ส่วนภาพรวมของสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารยังมั่นใจปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ 1.2 แสนล้านบาท โดยที่ครึ่งปีแรกปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 4 หมื่นล้านบาท และจะเร่งปล่อยอีก 8 หมื่นล้านบาทในครึ่งปีหลัง พร้อมกับมั่นใจว่าสินเชื่อคงค้างของกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีจะยังเติบโตได้ 8% ตามเป้าหมายมาอยู่ที่ 3.75 แสนล้านบาท ในช่วงสิ้นปีนี้ จาก 3.4 แสนล้านบาทในช่วงสิ้นปีก่อน พร้อมควบคุม NPL ให้ไม่เกิน 8% จากปัจจุบันอยู่ที่ 7.8%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ