นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เกี่ยวกับผลการหารือไทย-ฟิลิปปินส์

ข่าวทั่วไป Friday August 28, 2015 11:01 —สำนักโฆษก

วันนี้ (28 ส.ค. 2558) เวลา 11.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ภายหลังการหารือทวิภาคีไทย-ฟิลิปปินส์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวร่วมกับนายเบนิกโน เอส. อาคีโน ที่สาม ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โดยภายหลังการแถลงข่าวร่วม พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความขอบคุณประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และรัฐบาลฟิลิปปินส์ ที่ได้เชิญมาเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ รวมทั้งให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะอย่างอบอุ่น

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนฟิลิปปินส์ พร้อมกล่าวชื่นชมในความสวยงามของประเทศ มิตรภาพ และรอยยิ้มของประชาชนชาวฟิลิปปินส์ ตลอดจนความเจริญของบ้านเมือง ซึ่งเป็นผลมาจากความสำเร็จในการดำเนินวิสัยทัศน์ "Straight Path” ของประธานาธิบดีเบนิกโน เอส. อาคีโน ที่สาม ของฟิลิปปินส์ในการพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงและยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และรัฐบาลฟิลิปปินส์สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ที่สูงอย่างต่อเนื่องในประมาณร้อยละ 6 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ฟิลิปปินส์ได้รับการกล่าวขานจากประชาคมระหว่างประเทศว่าเป็น “ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งภูมิภาค” โดยเชื่อมั่นว่าวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์จะเป็นรากฐานสำคัญในการนำพาฟิลิปปินส์สู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้มีโอกาสพบปะและหารือกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์หลายครั้ง โดยครั้งนี้ เป็นครั้งที่สอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีพอใจอย่างมากกับผลการหารือ โดยผลสรุปจากการหารือ ทั้งสองฝ่ายพอใจกับสถานะความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและครอบคลุมรอบด้าน และเห็นพ้องกันด้วยว่าในโอกาสที่ไทยกับฟิลิปปินส์ย่างก้าวสู่ทศวรรษที่ 7 ของความสัมพันธ์และการเป็นประชาคมอาเซียนในปีนี้ ทั้งสองประเทศจะร่วมมือระหว่างกันมากยิ่งขึ้นเพื่อเสริมสร้าง “ความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความเจริญรุ่งเรือง” และความเข้มแข็งให้กับประชาคมอาเซียน

ในนามของรัฐบาลไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความเสียใจต่อชาวฟิลิปปินส์ที่ได้รับบาดเจ็บหนึ่งคน ในเหตุการณ์ระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ขณะนี้ ทางการไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้วและได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นต่างๆ ในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

นายกรัฐมนตรียังได้เรียนให้ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ทราบเกี่ยวกับพัฒนาการทางสถานการณ์การเมืองของไทย และการมุ่งการปฏิรูปประเทศระยะที่สอง ภายใต้วิสัยทัศน์ 5 ปี “ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งอย่างยั่งยืน” พร้อมเน้นย้ำว่าขณะนี้ ไทยกลับมามีเสถียรภาพและความมั่นคงแล้ว นายกรัฐมนตรีได้แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตาม Roadmap และการปฏิรูป เพื่อวางรากฐานให้กับประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน ก่อนจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2559 ซึ่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้รับทราบแล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ฟิลิปปินส์เป็นคู่ค้ากับไทยอันดับที่ 6 ของอาเซียน และเป็นคู่ค้ากับไทยอันดับที่ 18 ของโลก และในปีที่ผ่านมา ปริมาณการค้าทั้งสองฝ่ายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ทั้งสองฝ่ายจึงมีศักยภาพที่จะส่งเสริมการค้าและการลงทุนในระดับทวิภาคี และสนับสนุนการเป็นประชาคมอาเซียน และจากการที่นายกรัฐมนตรีได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำกับทีมประเทศไทยและภาคเอกชนไทยในฟิลิปปินส์ ซึ่งได้แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ และประสงค์ขยายการลงทุนในฟิลิปปินส์ นายกรัฐมนตรียินดีให้การสนับสนุนการลงทุนในฟิลิปปินส์ พร้อมขอรับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในโอกาสนี้ด้วย

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความขอบคุณรัฐบาลฟิลิปปินส์ที่กลับมานำเข้าเนื้อไก่ปรุงสุกจากไทย ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 และย้ำว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลมาตรฐานคุณภาพของการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารจากไทย นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้ภาคเอกชนฟิลิปปินส์ขยายการลงทุนในไทย และร่วมลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ บริเวณชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ในสาขาที่สนใจ โดยไทยและฟิลิปปินส์ เห็นพ้องว่าสภาธุรกิจฟิลิปปินส์ - ไทย และสภาธุรกิจไทย - ฟิลิปปินส์มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ทั้งสองฝ่ายได้มีการประชุมหารือด้านพลังงานครั้งแรกเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานอย่างยั่งยืน พร้อมกล่าวชื่นชมฟิลิปปินส์ในความสำเร็จด้านการบริหารจัดการแรงงานในต่างประเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายไทยในการเรียนรู้จากประสบการณ์ของฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางาน และการปรับตัวเข้าสู่สภาพสังคมเดิมของแรงงานในต่างประเทศ ในการนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้สองฝ่ายส่งเสริมความร่วมมือด้านการการกงสุลเพื่อดูแลคุ้มครองแรงงานระหว่างกันในกรณีเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วย

นายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้ทั้งสองประเทศมีการพบปะ พูดคุย อย่างสม่ำเสมอ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้มีความคืบหน้าพร้อมแจ้งความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย – ฟิลิปปินส์ (JCBC) ครั้งที่ 6 ภายในปี 2558 และการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ครั้งแรก ระหว่างวันที่ 24-25 กันยายน 2558 การเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการค้า (JTC) ครั้งแรก และการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยความร่วมมือทางทหาร (JCMC) ครั้งแรก ซึ่งฝ่ายฟิลิปปินส์มีกำหนดเป็นเจ้าภาพในปีนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะระหว่างอาเซียนกับจีนในสถานการณ์ทะเลจีนใต้ โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณฟิลิปปินส์ที่ได้ให้การสนับสนุนไทยในการทำหน้าที่ประเทศผู้ประสานงานอาเซียน-จีน และยืนยันที่จะร่วมมือมือกับฟิลิปปินส์และประเทศอาเซียนเพื่อนำปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้มาปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนส่งเสริมการปรึกษาหารือเรื่องแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความขอบคุณประธานาธิบดีฟิลิปปินส์และรัฐบาลฟิลิปปินส์สำหรับมิตรภาพ พร้อมเน้นย้ำความร่วมมืออย่างเต็มที่เพื่อเสริมสร้าง “ความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความเจริญรุ่งเรือง” ระหว่างไทยและฟิลิปปินส์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งสองประเทศ และอาเซียนโดยรวม

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ