สนช.นัดพรุ่งนี้ลงมติถอดถอน"ประชา ประสพดี "ก้าวก่ายงานบอร์ดองค์การตลาด

ข่าวการเมือง Thursday August 18, 2016 17:11 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติ (สนช.) นัดลงมติพิจารณาถอดถอนนายประชา ประสพดี ออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย หรือไม่ กรณีถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีเข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง การดำเนินงานของคณะกรรมการองค์การตลาด (อต.) ที่กำลังพิจารณาความผิดของนายธีธัช สุขสะอาด ผู้อำนวยการ อต.ในขณะนั้น เรื่องทุจริตการประมูลปรับปรุงอาคารทรงไทยของสำนักงาน อต. สาขาอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเอื้อประโยชน์ให้กับภาคเอกชน ในวันพรุ่งนี้ (19 ม.ค.) เวลา 10.00 น. หลังจากคู่ความได้แถลงปิดสำนวนคดีด้วยวาจาเสร็จสิ้นแล้ว

โดย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. แถลงปิดสำนวนว่า ป.ป.ช.มีอำนาจพิจารณาถอดถอนนายประชา ออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ตามกฎหมาย หลังพบว่านายประชา มีพฤติการณ์โทรศัพท์ไปสั่งการรองประธานคณะกรรมการ อต.เมื่อวันที่ 11 พ.ย.55 ขอให้ระงับการประชุม อต.ในวันที่ 12 พ.ย.55 ที่มีวาระพิจารณาการเลิกจ้างนายธีธัช ทั้งที่ช่วงนั้นนายประชา ยังไม่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล อต.จึงมีเจตนาแทรกแซงการทำงานในหน้าที่ของ อต.ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 266 และ 268 ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 และขัดหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.ฎ.บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 เพราะอำนาจการเลิกจ้างผู้อำนวยการ อต.เป็นของบอร์ด อต.ไม่ใช่อำนาจของ รมช.มหาดไทย ต่อมาเมื่อบอร์ด อต.มีมติเลิกจ้างนายธีธัช สร้างความไม่พอใจให้นายประชา จนมีคำสั่งปลดบอร์ด อต.แสดงถึงการใช้อารมณ์และอำนาจในการบริหารรัฐวิสาหกิจ เป็นการล้วงลูก ทำลายระบบบริหารงานรัฐวิสาหกิจร้ายแรง ไม่ให้มีอิสระในการทำงาน ซึ่งเข้าข่ายสมควรให้ สนช.ลงมติถอดถอน

ด้านนายประชา ประสพดี แถลงปิดสำนวนโดยขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. โดยยืนยันว่าการกระทำของตนตามที่ถูกกล่าวหานั้น เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี มิได้มีเจตนาก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของ อต. และไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อตัวเองหรือผู้อื่น ไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ อต. โดยสิ่งที่ได้นำเสนอไปตั้งแต่ตอนแถลงเปิดสำนวนและการตอบข้อซักถามจะเห็นว่า ข้อกล่าวหาเป็นเรื่องความเห็นต่างในข้อกฎหมายต่อการทำหน้าที่ของตนเองในฐานะรัฐมนตรีที่มีอำนาจกำกับดูแล อต.และรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่

นายประชา กล่าวว่า กรณีของตนเองนั้นตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจ ป.ป.ช.ไว้ แต่มีการแก้กฎหมาย ป.ป.ช.ในภายหลัง ดังนั้นกรณีของตนเองไม่เข้าข่ายที่จะถูกถอดถอน และขอยืนยันว่าเมื่อคณะกรรมการ อต.มีมติเลิกจ้างนายธีธัชแล้ว ไม่ได้ส่งเรื่องการเลิกจ้างดังกล่าวให้ตนเองพิจารณาให้ความเห็นชอบในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ส่วนการโทรศัพท์ไปถึงกรรมการ อต.นั้นเพื่อขอความร่วมมือให้ชะลอการประชุมออกไปก่อนเพื่อรอการมอบนโยบายเท่านั้น ตนเองไม่เคยรู้จักกับนายธีธัชมาก่อน เพราะนายธีธัชได้รับการสรรหาในสมัยที่นายถาวร เสนเนียม เป็นอดีต รมช.มหาดไทย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ