นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยืนยันว่า ไม่ได้รับการทาบทามในการเข้าร่วมรัฐบาล และคิดว่าเสียงที่มีอยู่ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ชัดเจนว่าเพียงพอแล้ว ส่วนการทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชนนั้น ก็มองว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะการเป็นฝ่ายค้าน ไม่เหมือนกับการเป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งแต่ละพรรคสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ จึงเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ติดตามเรื่องสถานการณ์โลก ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ซึ่งอยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนมากกว่านี้ในเรื่องแผนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ก๊าซ และการผลิตไฟฟ้า
"ภายใน 1-2 วันนี้ จะมีข้อเสนอติดตามนโยบายที่เราเคยใช้หาเสียงว่า การผลิตไฟฟ้าต้องพึ่งพาก๊าซลดลง มิเช่นนั้นหากสถานการณ์โลก ราคาก๊าซสูงขึ้น ประชาชนต้องแบกรับ และโครงสร้างยังไม่ได้ปรับ กลายเป็นว่าภาคเอกชนไม่ได้เดือดร้อน แต่มีกำไรเพิ่มขึ้น" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
พร้อมระบุว่า วันนี้เศรษฐกิจและสังคมเดินไปได้ยาก ถ้าเราไม่จริงจังกับปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทา และสิ่งที่ได้เราได้เคยเตือนไปก่อนหน้านี้ว่าจะมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ด้วยเหตุที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ความเสียหายเกิดขึ้นแล้วในแง่การขายหุ้น
"เราอยากได้คำตอบว่า เรื่องนี้ใครจะรับผิดชอบ และจะแก้ไขปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซากอย่างไร รวมถึงทำให้สังคมสงสัยว่าอะไรคืออุปสรรคที่หน่วยงาน 2 หน่วยงาน จะใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา รวดเร็ว เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน" นายอภิสิทธิ์ ระบุสำหรับการสัมมนา สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตามที่จะมีการเรียกประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14 มี.ค. และจะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันอาทิตย์ที่ 15 มี.ค.นั้น จึงทำให้ต้องเตรียมความพร้อมในการประชุม สส. จึงถือโอกาสจัดปฐมนิเทศ และสัมมนาเล็ก ๆ เพื่อให้ สส. ทั้งแบบเขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้พูดคุยกัน รวมไปถึงทิศทางการโหวตประธานสภาฯ ขณะเดียวกัน ก็จะรอฟังว่าแต่ละพรรคมีท่าทีอย่างไร
ส่วนที่จะมีการเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาฯ นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายรัฐบาลที่ปกติจะเสนอชื่อคนในพรรคแกนนำอยู่แล้ว ซึ่งนายโสภณ ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์พอสมควร
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์ ภาคอิชณน์ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีเลี่ยงภาษี 7.4 ล้านบาท ว่า ทางเจ้าหน้าที่จะเรียกเข้าไปรายงานตัวในวันที่ 16 มี.ค.นี้ ซึ่งนายกฤตย์อิชย์ ได้ยืนยันกับตนว่าจะให้ความร่วมมือ ซึ่งให้ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง เพราะเท่าที่ทราบคร่าว ๆ ว่าเป็นเรื่องธุรกิจในครอบครัว และเหตุการณ์เกิดขึ้นมาราว 10 ปีแล้ว
"ยืนยืนว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และได้กำชับให้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย" นายอภิสิทธิ์ ระบุส่วนกรณีที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ ออกมาชี้แจงเป็นคดีแพ่ง แต่ตำรวจยืนยันเป็นคดีอาญานั้น นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า มีทั้งส่วนที่เป็นภาษี และน่าจะมีส่วนที่เป็นอาญาด้วย แต่ทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย และนายกฤตย์อิชย์ ก็พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่