พรรคประชาธิปัตย์ เปิดศึกตรวจสอบสภากรุงเทพมหานคร แถลงจี้ประธานสภา กทม. เร่งสอบข้อเท็จจริงกรณีสมาชิกสภา กทม. (สก.) พรรคประชาชน ลงมติแทนกัน ชี้ขัดหลักการความโปร่งใส และเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง เตรียมเดินหน้ายื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และกระทรวงมหาดไทย ดำเนินคดีตามมาตรา 157 ด้าน สก. ผู้ถูกกล่าวหา แจงกดปุ่มผิดเครื่อง ไม่ใช่เสียบบัตรแทน พร้อมขออภัยต่อที่ประชุม
นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยทีมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) พรรค ปชป. ร่วมแถลงข่าวพร้อมตั้งข้อสังเกตการลงมติแทนกันของ สก. สังกัดพรรคประชาชน (ปชน.) ในการประชุมสภา กทม. ที่ผ่านมา
โดยนายนภาพล จีระกุล สก.เขตบางกอกน้อย ได้กล่าวถึงระบบการลงคะแนนของสภา กทม. ว่า ปัจจุบันใช้วิธีลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์เช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการใช้บัตรประจำตัวสมาชิกเพื่อยืนยันตัวตน และไม่ว่าจะเสียบช่องใดก็สามารถแสดงตัวตนของสมาชิกท่านนั้นได้
ในวันเกิดเหตุ มีผู้แสดงตนบนจอภาพ 41 ท่าน แต่จากการตรวจสอบในห้องประชุมมีสมาชิกนั่งอยู่จริงเพียง 40 ท่าน แสดงว่ามีบัตรอีก 1 ใบถูกเสียบค้างไว้ และเมื่อประธานสั่งเปิดโหวต ซึ่งมีสัญญาณไฟกระพริบ 3 สี ก็พบว่ามีผู้ลงคะแนน 41 ท่าน แสดงว่ามีการกดลงคะแนนแทนกัน 1 ท่าน
นายนภาพล กล่าวว่า ต่อมา นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร (สก. เขตยานนาวา พรรคปชน.) ได้ยอมรับในที่ประชุมว่าเป็นผู้กดปุ่มลงคะแนนในช่องของ นายไซราม ประกายกิจ (สก. เขตสาทร พรรคปชน.) แสดงว่าเป็นการกดลงคะแนน 2 ครั้ง ดังนั้น ข้ออ้างที่ว่ากดผิดหรือเครื่องเสียจึงฟังไม่ขึ้น เพราะหากเครื่องเสีย สัญญาณไฟจะขึ้นสีส้ม ไม่สามารถลงคะแนนได้ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่สภาทันที การกดคะแนนให้ตนเองก่อน แล้วจึงกดให้เพื่อนสมาชิก ถือเป็นการกระทำความผิดสำเร็จแล้ว ทั้งทางจริยธรรม กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกฎหมายอาญา ซึ่งในห้องประชุมมี สก. หลายท่านเห็นเหตุการณ์พร้อมกัน
ด้าน น.ส.นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ สก.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ ได้กล่าวยืนยันว่า เห็น สก.ภัทรศักดิ์ กดโหวตในปุ่มของตนเองก่อน จากนั้นได้ยื่นมือไปกดปุ่มโหวตของ สก.ไซราม จนเกิดการทักทวงในห้องประชุมว่า เหตุใดคะแนนรวมจึงไม่ตรงกับจำนวนผู้แสดงตน และมีการใช้เวลานานหลายนาทีกว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อผู้โหวต จนกระทั่ง สก.ภัทรศักดิ์ จึงยอมยกมือชี้แจงว่ากดผิด
ซึ่งหากเกิดความสับสน หรือปุ่มมีปัญหา ตามวิสัยปกติสมาชิกต้องรีบยกมือแจ้งประธานในที่ประชุมทันที ไม่ควรปล่อยเวลาล่วงเลยไป และการกดปุ่มของตัวเองก่อนแล้วจึงค่อยกดให้เพื่อน เป็นหลักฐานชัดเจนว่าไม่ใช่ความสับสนโดยสัญชาตญาณ และบันทึกของสภา กทม. ก็สามารถตรวจสอบลำดับเวลาการกดปุ่มได้
ขณะที่ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ปชป. ได้กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของพรรคฯ ว่า เหตุการณ์นี้มีการลงมติแทนกันจริง และผู้กระทำยอมรับ แม้ภายหลังจะมีคำชี้แจงผ่านโพสต์โซเชียลมีเดียที่ขัดแย้งกับสิ่งที่พูดในห้องประชุม แต่สาระสำคัญคือการกระทำที่ไม่ผิดกฎหมาย ละเมิดหลักการ หนึ่งคน หนึ่งเสียง ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของประชาชนไปในทางทุจริต และเป็นการรักษาเสียงในสภาทั้งที่ตัวสมาชิกไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ซึ่งในเรื่องนี้ พรรคปชป. จะมีการดำเนินการใน 3 เรื่อง ดังนี้
1. ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจากเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ในการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหาย
2. ยื่นหนังสือถึง รมว.มหาดไทย (มท.1) ให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร และตรวจสอบการกระทำผิดจรรยาบรรณของสมาชิกสภา กทม. เพื่อส่งเรื่องให้สภา กทม. วินิจฉัยต่อไป
3. ส่งสัญญาณถึงประธาน และรองประธานสภา กทม. เพื่อให้มีการชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าจะมีคำวินิจฉัยและดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งหากสภา กทม. หรือข้าราชการที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการ พรรคปชป. ก็พร้อมจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในฐานะผู้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยเช่นกัน
การออกมาแถลงข่าวครั้งนี้ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือโจมตีทางการเมือง แต่เป็นการสนับสนุนนโยบายสภา กทม. โปร่งใส ของท่านประธานสภา กทม. เอง เมื่อประมวลกฎหมายอาญาและข้อเท็จจริงชัดเจน โปร่งใสพอแล้ว คำถามคือท่านประธานสภา กทม. มีความโปร่งใสพอที่จะดำเนินคดีและลงโทษเรื่องนี้อย่างเท่าเทียมหรือไม่ เพื่อร่วมกันขจัดคนทุจริตและสร้างมาตรฐานสภา กทม. ให้ถูกต้องตามกฎหมาย นายพงศกร กล่าว
- ภัทรศักดิ์ สก. ปชน. แจงไม่ได้เสียบบัตรแทน แต่กดปุ่มผิดเครื่อง
ด้าน นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร สก. เขตยานนาวา พรรคปชน. ได้ชี้แจงถึงความผิดพลาดจากประเด็นข่าวที่ว่า สก.พรรคปชน. เสียบบัตรแทนกันในการประชุมสภา กทม. ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในการประชุมสภา กทม. มีประเด็นผิดสังเกตเกิดขึ้นตอนลงคะแนนโหวต ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นคือ ตอนที่ประธานในที่ประชุม (รองประธานสภาคนที่ 2) เปิดให้กดปุ่มโหวตลงมติ (ในวาระแก้ข้อไขบังคับการประชุมสภา) ตนรีบเดินกลับเข้ามาในห้องประชุมเพื่อให้โหวตทันเวลา แต่ด้วยความเร่งรีบ ทำให้ตนเกิดความสับสน และเผลอไปกดปุ่มโหวตผิดเครื่อง
โดยสาเหตุที่ทำให้สับสนจนกดผิดเครื่อง เป็นเพราะว่าตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เครื่องลงคะแนนของนายไซราม ประกายกิจ สก.เขตสาทร พรรคปชน. มีปัญหาใช้งานไม่ได้ ทำให้สัปดาห์นี้นายไซราม ขยับมานั่งติดชิดกับตน จากปกติต้องนั่งเว้นห่างกันหนึ่งที่นั่ง และบัตรก็เสียบทิ้งไว้ พอตนรีบโหวตก็เลยพลาดไปกดเครื่องของนายไซราม (ในขณะที่นายไซราม ออกไปคุยโทรศัพท์ แล้วกำลังกลับเข้ามาในที่ประชุม)
ทั้งนี้ เมื่อรู้ว่ากดผิด จึงได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาว่าเผลอไปกดเครื่องของนายไซราม เพราะเครื่องอยู่ติดกัน บัตรมีปัญหา โดยยืนยันว่า ไม่มีการเสียบบัตรแทนกัน เพราะบัตรของนายไซรามเสียบค้างไว้อยู่แล้ว ตนจึงเผลอไปกดผิด และไม่มีเหตุให้ต้องไปกดแทนกัน เพราะ สก. ไซรามอยู่แค่หน้าห้อง และกำลังเดินเข้ามา หลังจากนั้น รองประธานสภาคนที่ 2 ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้สั่งให้มีการตรวจสอบ และให้ลงคะแนนใหม่
นายภัทรศักดิ์ ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ 100% ว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความสับสน เพราะต้องมานั่งโต๊ะชิดกัน บวกกับความรีบร้อน แต่ไม่ได้มีเจตนาจะกดโหวตแทนเพื่อนสมาชิกสภาฯ แต่อย่างใด และขอโทษที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยย้ำว่าในอนาคตจะระมัดระวังในการลงมติอย่างรอบคอบ เพื่อมิให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์