น้ำมัน WTI ร่วง 2.24 ดอลลาร์ หลังดัชนี PMI จีนหดตัว,สต็อกน้ำมันดิบพุ่ง

ข่าวต่างประเทศ Thursday June 20, 2013 19:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 เพราะได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า ภาคการผลิตของจีนยังคงหดตัวลง และหลังจากเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่าเฟดอาจเริ่มลดขนาดการซื้อพันธบัตรในปลายปีนี้ นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากสต็อกน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างผิดคาดของสหรัฐ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เดือนก.ค.ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิก ร่วงลง 2.24 ดอลลาร์ แตะที่ 96 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ตามเวลาไทยในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงหลังจากเบอร์นันเก้ ประธานเฟดได้ออกมาส่งสัญญาณในด้านลบต่อตลาดว่า เฟดจะเริ่มชะลอโครงการซื้อพันธบัตร หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในปลายปีนี้ หากเศรษฐกิจฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้ พร้อมกับกล่าวว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจยังคงออกมาสอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ เฟดก็จะยังคงลดขนาดวงเงินซื้อพันธบัตรไปจนถึงช่วงครึ่งแรกของปีหน้า และจะสิ้นสุดโครงการซื้อพันธบัตรประมาณกลางปีหน้า

สัญญาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันมากขึ้นหลังจากเอชเอสบีซี โฮลดิงส์เผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือนมิ.ย.ลดลงแตะ 48.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน และต่ำกว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายในเดือนพ.ค.ที่ 49.2

ดัชนีที่ต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคการผลิตทั่วประเทศของจีนหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า

นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังคงได้รับปัจจัยลบจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะซบเซาของอุปสงค์พลังงานในสหรัฐ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 14 มิ.ย.เพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรล แตะ 394.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งคาดการณ์ว่าจะลดลง 650,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินปรับตัวสูงขึ้น 200,000 บาร์เรล แตะ 221.7 ล้านบาร์เรล จากที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 350,000 บาร์เรล


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ