ข่าวอินโฟเควสท์
01:15 "เจพีมอร์แกน เชส"เผยแผนลงทุน 2 หมื่นล้านดอลล์ จากอานิสงส์มาตรการปฏิรูปภาษี   เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เมื่อพิจารณาจา…
00:53 บอนด์ยิลด์สหรัฐปรับตัวลง หลังสหรัฐหลุดพ้นภาวะชัตดาวน์   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ หลังจากที่สหรัฐหลุดพ้นจากภาวะปิดหน่วย…
00:44 ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัววันนี้ จากอานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่า   อย่างไรก็ดี ช่วงบวกของราคาทองถูกจำกัด หลังจากที่สหรัฐหลุดพ้นจากภาวะปิดหน่วยงานรัฐบาล (ช…

เจพีมอร์แกนชี้ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาขายหุ้น แม้ราคาหุ้นพุ่งสูงในตลาด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 10 มกราคม 2561 21:31:14 น.

นายไมค์ เบลล์ นักวิเคราะห์จากเจพีมอร์แกน แอสเซท แมเนจเมนท์ กล่าวว่า นักลงทุนไม่ควรกังวลต่อราคาหุ้นในตลาดที่พุ่งสูงในขณะนี้ และเวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง

"แม้ว่าราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างมาก แต่มูลค่าหุ้นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2017 สำหรับตลาดยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น เนื่องจากผลประกอบการก็ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน" นายเบลล์กล่าว

"มีแต่เพียงตลาดเกิดใหม่ และตลาดสหรัฐเท่านั้นที่มูลค่าหุ้นได้ดีดตัวขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการ โดยราคาหุ้นสหรัฐเริ่มมีราคาแพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว" เขากล่าว

นายเบล์ยังระบุว่า การที่ตลาดแรงงานสหรัฐมีความแข็งแกร่ง, การใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในยุโรป, ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ปรับตัวดีขึ้น และข้อมูลที่บ่งชี้ว่าราคาหุ้นจะดีดตัวขึ้นในปีนี้ ได้ช่วยสนับสนุนมุมมองที่ว่าตลาดหุ้นยังคงมีโอกาสในการปรับตัวขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ เจพีมอร์แกน แอสเซท แมเนจเมนท์ คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3-4 ครั้งในปีนี้ โดยสูงกว่าที่ตลาดการเงินคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง

"เราเชื่อว่าตลาดหุ้นจะสามารถปรับตัวรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ แต่หากเงินเฟ้อยังคงดีดตัวขึ้น และทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 3-4 ครั้งในปีหน้า ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวในปี 2019 หรือปี 2020 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น เนื่องจากจะทำให้นักลงทุนวิตกว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย"

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง