กระทรวงดิจิทัลฯ สรุปผลงานเด่นปี’60 เผยกรอบขับเคลื่อนงานปี’ 61 เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- อังคารที่ 26 ธันวาคม 2560 13:20:59 น.
กรุงเทพฯ--26 ธ.ค.--กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กระทรวงดิจิทัลฯ เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ปี 2561 รุกให้ความรู้ประชาชนสร้างประโยชน์จาก "เน็ตประชารัฐ" ผลักดันไทยเป็น ASEAN Digital Hub ในด้านเศรษฐกิจ เตรียมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับกลุ่มธุรกิจ SMEs และธุรกิจเกิดใหม่เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ด้านสังคมวางแผนพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ICT เดิมให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล ของแต่ละชุมชน พร้อมก้าวสู่การเป็น "ไทยแลนด์ 4.0" อย่างแท้จริง

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ปี 2560 กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ดำเนินงานสำคัญเกี่ยวกับการควบคุม กำกับดูแล และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) ตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ในการพัฒนา 6 ยุทธศาสตร์ คือ 1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุม ทั่วประเทศ 2) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 3) สร้างสังคมคุณภาพที่ทั่วถึงเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 4) ปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล 5) พัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และ 6) สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจนในแนวทางการพัฒนาของภาครัฐ ได้จัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ.2560-2564 ขึ้น เพื่อยกระดับภาครัฐของไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน และให้บริการโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง นอกจากนั้นยังได้ดำเนินงานสำคัญๆ อีกหลายด้าน

วางโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ สร้างความเท่าเทียม ส่งเสริม e-Commerce

ดำเนินโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กิจกรรมการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หรือ โครงการเน็ตประชารัฐ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสในการเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้มีการติดตั้งโครงข่ายแล้วเสร็จครบทั้ง 24,700 หมู่บ้าน พร้อมจุดให้บริการ Wi-Fi เพื่อประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหมู่บ้านละ 1 จุดแล้ว ซึ่งจะทำให้ประชาชนในชุมชนสามารถ ใช้ประโยชน์จากโครงการเน็ตประชารัฐในการส่งเสริมการประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและชุมชน รวมถึง ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ทั้ง การศึกษา การรับบริการทางการแพทย์ การเกษตร การท่องเที่ยว ฯลฯ

ภารกิจด้านการส่งเสริมการทำธุรกรรมออนไลน์ หรือ e-Commerce เพื่อเพิ่มมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ดำเนินการเพิ่มผู้ประกอบการ e-Commerce หน้าใหม่จากการทำงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อสนับสนุน SMEs ผลักดันมาตรการและแนวทางที่จะช่วยให้เกิดความสะดวก และสร้างโอกาสในการทำธุรกรรมทางออนไลน์มากขึ้นในโครงการ SMEs go Online เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 21,600 ราย เพื่อขายของผ่าน e-Marketplace ต่างๆ ในประเทศไทยและขายออนไลน์ได้

ตั้งคณะกรรมการระดับชาติขับเคลื่อนนโยบาย

ในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ได้มีการจัดตั้ง "คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ" (บอร์ดดีอี) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และมีคณะกรรมการเฉพาะด้านทำหน้าที่ช่วยเหลือบอร์ดดีอี เพื่อชี้นำทิศทางของการพัฒนาให้แก่หน่วยงานทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ รวมทั้งกำหนดนโยบายสนับสนุนด้านการสร้างแรงจูงใจ (Incentive) นวัตกรรม (Innovation) จัดหาตลาดให้แก่เอกชน เพื่อร่วมกันสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง และพัฒนาคนไทยที่มีความสามารถ

นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ได้เปิดศูนย์ รับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ (Online Complaint Center หรือ OCC) ซึ่งมีการลงนามใน MOU "การรับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์อย่างครบวงจร 1212 OCC" ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) รวมทั้งผลักดันการทำงานเชิงรุกของ "ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย" หรือ "ไทยเซิร์ต" (ThaiCERT) ซึ่งเป็นกลไกหลักของประเทศด้านความมั่นคงปลอดภัยของสังคมออนไลน์ โดยมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในประเทศและเครือข่ายเซิร์ต ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

เริ่มเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ สู่รัฐบาลดิจิทัล

ภารกิจสำคัญอีกเรื่อง คือ การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้เร่งวางเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (GIN) ให้ครอบคลุมไปยังหน่วยงานภาครัฐระดับกรมแล้วกว่าร้อยละ 99 และครอบคลุมจุดติดตั้งทั่วประเทศ 3,239 หน่วยงาน รวมทั้งดึงระบบงานด้านยุทธศาสตร์หลักภาครัฐมาใช้งานร่วมกันบนเครือข่าย GIN และการมีระบบคลาวด์ภาครัฐ (Government Cloud) ที่มีความมั่นคงปลอดภัยสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดหรือตรวจสอบได้ เพื่อผลักดันและอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาบริการดิจิทัลไปสู่กลุ่มผู้รับบริการต่างๆ อาทิ การให้บริการของรัฐสู่ประชาชนโดยตรง (G2C) ผ่านศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชน (GovChannel) การให้บริการระหว่างรัฐด้วยกันเอง (G2G) ผ่านระบบ G-Chat และ MailGoThai การให้บริการแก่ภาคธุรกิจ (G2B) ผ่านศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) เป็นต้น

ผลักดันอันดับโลกด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

การจัดอันดับของ UN e-Government Survey 2016 on "e-Government in Support of Sustainable Development" ที่ประเทศไทยก้าวขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 77 จากทั้งหมด 193 ประเทศ ถือว่ามีอันดับการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่ดีขึ้นถึง 25 อันดับ จากปี 2557 และเปลี่ยนผ่านจากประเทศในกลุ่ม Middle-EGDI เป็น High-EGDI Value ในอันดับที่ 4 ของประเทศกลุ่มอาเซียน (ASEAN) นอกจากนี้ผลการจัดอันดับการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda-IAC Internationale-Government Ranking Survey) ประเทศไทยก็ได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น 1 อันดับเป็นอันดับที่ 21 จาก 65 ประเทศ และยิ่งไปกว่านั้น ในส่วนผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันจาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้น 1 อันดับจาก 63 ประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเลื่อนขึ้นเป็นอันดับที่ 27 ในปี 2560

ปรับ-แก้ กฎหมาย รองรับเทคโนโลยีดิจิทัลขับเคลื่อนประเทศ

ด้านกฎหมาย กระทรวงดิจิทัลฯ ได้จัดทำและเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล จำนวน 10 ฉบับ ต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการโดยให้รับข้อสังเกตและความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยมีการรวมร่างกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกัน และแยกร่างกฎหมายบางฉบับ เป็นผลให้มีกฎหมายตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่ได้เสนอ ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 8 ฉบับ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย (1) กลุ่มกฎหมายส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งได้ประกาศใช้แล้ว ได้แก่ พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2559 และ พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 (2) กลุ่มกฎหมายที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ได้แก่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ.สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... และ (3) กลุ่มกฎหมายด้านความมั่นคง ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ....

เปิดตัวงานนิทรรศการระดับภูมิภาค

กระทรวงดิจิทัลฯ โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ดำเนินการจัดงาน "Digital Thailand Big Bang 2017 : Digital Transformation Thailand โลกเปิด เราปรับ ประเทศเปลี่ยน" เมื่อวันที่ 21-24 กันยายน 2560 ณ ชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นงานมหกรรมการแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมจัดนิทรรศการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีในงานดังกล่าว เพื่อต่อยอดสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจด้านดิจิทัลในไทย มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศตอบรับ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ Global Entrepreneurship Network (GEN) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำหน้าที่สร้างเครือข่ายของสตาร์ทอัพใน 165 ประเทศทั่วโลก และ โจนาธาน ออร์ทแมนส์ (Jonathan Ortmans) ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง GEN ได้มาร่วมงานด้วย นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันอื่นๆ เช่น การประกวดสิ่งประดิษฐ์ IoT การแข่งขันขับโดรนหรือการแข่งขันอากาศยานไร้คนขับ และการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัย เป็นต้น ชิงเงินรางวัลรวมเกือบ 800,000 บาท

ปี 2561 เดินหน้าต่อยอดงานสำคัญ เพิ่มความแข็งแกร่งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

โดยในปี 2561 กระทรวงดิจิทัลฯ ได้กำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ได้แก่ "โครงการเน็ตประชารัฐ" ภายหลังการดำเนินงานติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2560 ครอบคลุมทั้ง 24,700 หมู่บ้านทั่วประเทศ ประชาชนสามารถใช้บริการและสื่อสารผ่านบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมแล้ว ในปี 2561 จะเน้นสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยจัดทำโครงการ

สร้างการรับรู้ในการใช้ประโยชน์โครงข่ายและส่งเสริมการใช้งานแก่ประชาชน รวมทั้งโครงการสำรวจและประเมินผลการดำเนินโครงการเน็ตประชารัฐ

สำหรับแผนการสร้างการรับรู้และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ในระยะแรก (ตุลาคม 2560 – มีนาคม 2561) โดยร่วมมือกับกระทรวงต่างๆ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง รวมถึงหน่วยงานในสังกัด อาทิ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เป็นต้น ตลอดจนพันธมิตรภาคเอกชนต่างๆ ดำเนินงานสร้างการรับรู้และการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ต อย่างเท่าเทียมกัน สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับชุมชนในมิติต่างๆ ทั้งการนำระบบ e-Commerce สู่ชุมชน เกิดการสร้างงานนำไปสู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่น ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ส่งผลให้การรักษาพยาบาลทั่วถึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ระบบ e-Learning เพื่อสร้างการเรียนรู้และการรับข้อมูลข่าวสารจาก ทั่วทุกที่ให้กับชุมชน รวมถึงบริการภาครัฐ e-Government เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดเวลาในการทำธุรกรรมต่างๆ ของประชาชน ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่เติบโตอย่างยั่งยืนให้กับคนในชุมชนต่อไป

ในส่วนของ "โครงการเคเบิลใต้น้ำ" (ASEAN Digital Hub) กระทรวงฯ ให้ความสำคัญในเรื่องของการเพิ่ม Capacity และเรื่องการเชื่อมต่อกับโลกอย่างมียุทธศาสตร์ ทั้งกลุ่มประเทศ CLMV และ One belt One road เป็นต้น

ซึ่งจะช่วยให้ไทยมีโครงข่ายเชื่อมต่อโดยตรงกับศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตของโลก ทำให้มีเสถียรภาพ และมีความจุเพียงพอรองรับความต้องการของประเทศ ลดต้นทุนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างประเทศของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้กับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ค่าบริการอินเทอร์เน็ตสำหรับประชาชนถูกลง รวมทั้งยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ต หรือศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

ภารกิจด้านระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

กระทรวงฯ ได้ผลักดันการพัฒนาคลัสเตอร์ดิจิทัลตามนโยบายส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษ และ Super Cluster เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่จำเป็นต้องมีการส่งเสริมภายในพื้นที่คลัสเตอร์ดิจิทัล เพื่อให้เป็นฐานการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ตลอดจนหน่วยงานวิจัยและพัฒนาภายในประเทศและธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญระดับโลก รวมถึงการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นแหล่งรับจ้างผลิต (outsource) ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญของภูมิภาค โดยการขับเคลื่อนกิจกรรม Smart Thailand ผ่านวิธีการร่วมมือกับผู้นำอุตสาหกรรมโลก ผ่านโครงการที่สำคัญ คือ โครงการ Digital Park Thailand โดยกำหนดพื้นที่ดำเนินการที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยในระยะแรกจะเร่งดำเนินการสร้างส่วนที่เป็นกายภาพให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น สิ่งปลูกสร้างต่างๆ และพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนและสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงการสร้าง IoT Institute ในพื้นที่ดังกล่าวในระยะต่อไป

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังจะพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้กับชุมชน ยกระดับการประกอบอาชีพ พัฒนาธุรกิจชุมชนจากการค้าขายสินค้าชุมชนไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งขยายตลาดจาก "ตลาดชุมชน" สู่ "ตลาดเมือง"

ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนมีโอกาสเรียนรู้วิธีการค้าขายผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผ่านโครงการ Village e-Commerce โดยการใช้ประโยชน์ต่อยอดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในระดับหมู่บ้านเพื่อการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน โดยมอบหมายให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกิจกรรมการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคธุรกิจ SMEs และธุรกิจเกิดใหม่ โดยมีเป้าหมายส่งเสริมและสร้างศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจ SMEs และธุรกิจดิจิทัลเกิดใหม่ (TechStartup) ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อม (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ด้านสังคมดิจิทัล กระทรวงฯ จะพัฒนาเครือข่ายศูนย์ดิจิทัลชุมชน ด้วยการปรับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเดิมเป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน ที่มีบริการด้านดิจิทัลและข้อมูลข่าวสารเชิงเศรษฐกิจและสังคมแก่ชุมชน วิสาหกิจชุมชน เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารชุมชนเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนและการบริหารประเทศ มีการจัดกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิดร้านค้าออนไลน์ การปรับปรุงสินค้า/บริการ การสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัล เป็นต้น ควบคู่กับการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เอื้อต่อการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลาบนทุกอุปกรณ์ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันดิจิทัล และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต เป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยมีเป้าหมายนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมือง และการพัฒนาเศรษฐกิจในเชิงพื้นที่ เน้นให้เกิดการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนจากทั้งไทยและต่างชาติ โดย นำร่องในจังหวัดภูเก็ต ขอนแก่น และเชียงใหม่ เพื่อเป็นจังหวัดตัวอย่างของการพัฒนา Smart City สำหรับการดำเนินการในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

ด้าน Cyber Security และพัฒนากฎหมายดิจิทัลที่สำคัญ

ดำเนินการพัฒนากฎหมายฉบับหลักที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา รวมถึงการพิจารณาออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ และประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เอื้อต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ รวมทั้ง งานตามภารกิจด้าน Cyber Security เช่น การดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม และโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดทำระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบรวมศูนย์จากเครื่องพิสูจน์หลักฐานโทรศัพท์มือถือ การจัดหาระบบสืบค้น วิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การจัดหาระบบสืบค้นเสียงในคลิปวิดีโอ วิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การจัดหาระบบค้นหาเปรียบเทียบใบหน้าคนร้ายจากไฟล์วีดีโอ โครงการศูนย์ข้อมูล Big Data และวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สังคม และความมั่นคง ของชาติ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีงานที่เกี่ยวกับการส่งเสริมความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โครงการอำนวยความสะดวกทางการค้าด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Trade Facilitation) โครงการศูนย์กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Law Center) โครงการสนับสนุนการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย (Cybersecurity Missions) โครงการส่งเสริมความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

ด้าน Digital Transformation

ในปี 2561 จะมีการดำเนินงาน World Expo ของประเทศไทย โดยจะไปตั้งพาวิลเลียนที่ประเทศดูไบ ซึ่งในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2563 เป็นช่วงของการเตรียมงานและสถานที่ สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เป็นปีที่มีการจัดงานดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานเอเปคด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ และการจัดการประชุมสมัชชา (General Assembly : GA) สมัยที่ 14 และการประชุมคณะกรรมการจัดการ (Management Committee : MC) สมัยที่ 41 ขององค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT)

ผลักดันการทำงานสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล

ในส่วนของการบริการภาครัฐ กระทรวงฯ จะผลักดันการยกระดับคุณภาพงานบริการภาครัฐต่อเนื่อง โดยปรับกระบวนการดำเนินการภาครัฐ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาระบบสนับสนุนงานบริการประชาชน ตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 พร้อมบูรณาการข้อมูลและระบบงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนมาตรการและนโยบายของรัฐบาลผ่านอุปกรณ์สื่อสารแบบเคลื่อนที่ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการใช้บริการของรัฐ ได้แก่ การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการเริ่มต้นธุรกิจ และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการลดสำเนาเมื่อติดต่อหรือใช้บริการของรัฐ การผลักดันชุดกฎหมายที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ลดขั้นตอนและกระบวนการในการอนุญาต รับแจ้ง อนุมัติ ของหน่วยงานราชการ เพื่อลดอุปสรรค เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ โดยลดกระบวนการและการใช้เอกสารที่ซับซ้อน เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว และโปร่งใสในทุกขั้นตอน และผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการวางรากฐานในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเชิงสถาบัน ทั้งการจัดตั้งหน่วยงาน การมีกฎเกณฑ์ กติกา เพื่อสร้างความเชื่อในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำธุรกรรม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้มีการดำเนินการกิจกรรมการยกระดับคุณภาพงานบริการภาครัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัล อำนวยความสะดวกการบริการประชาชนและภาคธุรกิจ ลดขั้นตอนการดำเนินงานให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้

ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อผลักดันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ภายใต้แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และกรอบนโยบาย "ไทยแลนด์ 4.0" ของรัฐบาล เพื่อสร้างการเติบโตให้ประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง