ThyssenKrupp เปิดตัว MAX โซลูชั่นลิฟท์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี IoT จากไมโครซอฟท์ สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองให้ดีขึ้น

ข่าวต่างประเทศ Wednesday October 28, 2015 12:35 —ข่าวประชาสัมพันธ์พีอาร์นิวส์ไวร์

นิวยอร์ก--28 ต.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ - อ้างอิง: รับชมภาพประกอบได้จาก AP Images ( http://www.apimages.com ) และ http://www.presseportal.de/nr/113002/ ThyssenKrupp Elevator เปิดตัวโซลูชั่น MAX ซึ่งเป็นโซลูชั่นบริการที่สามารถคาดเดาได้ และสกัดสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังช่วยต่อยอดความสามารถด้านการติดตามผลจากระยะไกล ส่งผลให้ความพร้อมของลิฟท์ที่มีอยู่เดิมและลิฟท์ใหม่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด MAX ดึงศักยภาพที่ได้จากเทคโนโลยี Microsoft Azure Internet of Things (IoT) ซึ่งทำให้ลิฟท์สามารถ "สื่อสาร" ความต้องการที่แท้จริงให้เจ้าหน้าที่เทคนิคด้านบริการได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมระบบพิสูจน์ตัวตนแบบเรียลไทม์ การเปลี่ยนชิ้นส่วนประกอบ และการบำรุงรักษาระบบเชิงรุก (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151023/279986 ) ปัจจุบัน ทั่วโลกมีลิฟท์อยู่ 12 ล้านตัวที่ทำหน้าที่ขนส่งผู้ใช้งานรวม 1 พันล้านคนต่อวัน ลิฟท์จึงเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีการใช้งานมากที่สุด แถมยังปลอดภัยที่สุด อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลาการทำงาน 1 ปี ลิฟท์เหล่านี้ก็อาจจะใช้การไม่ได้อันเนื่องมาจากการทำงานขัดข้องคิดเป็นระยะเวลารวมกันกว่า 190 ล้านชั่วโมง MAX จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อปรับปรุงสถิติเหล่านี้ให้ดีขึ้น โดยพุ่งเป้าไปที่การลดระยะเวลาที่ไม่สามารถใช้งานได้ลงครึ่งหนึ่ง Andreas Schierenbeck ซีอีโอแห่ง ThyssenKrupp Elevator กล่าวว่า "ภารกิจของเราคือการทำในสิ่งที่ไม่มีใครในวงการทำมาก่อน นั่นคือการพลิกโฉมอุตสาหกรรมที่อยู่มานานนับศตวรรษซึ่งพึ่งพาเทคโนโลยีดั้งเดิมมาจนถึงบัดนี้ เมืองต่างๆ ย่อมต้องการนวัตกรรมที่รับมือความท้าทายอันเกิดจากการเข้ามาระลอกใหญ่ของเมือง ซึ่งเราก็ได้พบเห็นกันอยู่ในขณะนี้ เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับไมโครซอฟท์เพื่อนำพา ThyssenKrupp ไปสู่ยุคดิจิตอลอย่างแท้จริง และพลิกแนวทางในการให้บริการบำรุงรักษาแก่อุตสาหกรรมลิฟท์" ด้วย MAX ข้อมูลที่รวบรวมแบบเรียลไทม์จากลิฟท์ที่ออนไลน์อยู่ของ ThyssenKrupp จะถูกส่งไปยังแพลตฟอร์มคลาวด์ Azure ที่วางใจได้จากไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่อัลกอริธึมจะคำนวณอายุการใช้งานที่เหลือของระบบหลักๆในลิฟท์แต่ละตัว จากนั้นทีมงานช่างเทคนิคด้านบริการกว่า 20,000 คนของ ThyssenKrupp จะสามารถใช้ MAX เป็นตัวช่วยเพื่อการแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อชิ้นส่วนประกอบใดๆจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ สำหรับภายในอาคารที่มีการเชื่อมต่อ MAX ไว้ ผู้คนภายในอาคารนั้นๆจะใช้เวลาในการรอลิฟท์สั้นลง ส่งผลให้ความเครียดลดลง และมีช่วงเวลาคุณภาพยาวนานขึ้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.max.thyssenkrupp-elevator.com และ http://www.thyssenkrupp-elevator.com ติดต่อ Michael Ridder หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชนสัมพันธ์ ThyssenKrupp Elevator AG โทร. +49-201-844-563054 อีเมล: michael.ridder@thyssenkrupp.com แหล่งข่าว: ThyssenKrupp Elevator AG

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ