เทรชเชอรี่ ไวน์ เอสเตทส์ (Treasury Wine Estates) เจ้าของแบรนด์ Penfolds และผู้ผลิตไวน์รายใหญ่ของออสเตรเลีย เผยแผนปรับโครงสร้างธุรกิจในสหรัฐฯ ด้วยการพักการใช้พื้นที่ไร่องุ่น ปรับลดมูลค่าแบรนด์ และปรับลดมูลค่าสินค้าคงคลัง ส่งผลให้บริษัทต้องรับภาระค่าใช้จ่ายหลังหักภาษี 558.4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 394.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลจากการทบทวนกลยุทธ์ธุรกิจในภูมิภาคอเมริกาที่บริษัทเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิ.ย. หลังความต้องการไวน์ลดลงจนทำให้กลุ่มธุรกิจนี้มีกำลังการผลิตส่วนเกินและสินค้าคงคลังอยู่ในระดับสูง
หุ้น Treasury Wine Estates พุ่งขึ้นสูงสุด 7.9% แตะ 5.86 ดอลลาร์ออสเตรเลีย สูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค. 2568 หลังนักลงทุนขานรับแผนดังกล่าว และบริษัทระบุว่ากำไรสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. จะสูงกว่าประมาณการเดิม
สำหรับแผนปรับโครงสร้าง บริษัทฯ จะลดปริมาณการผลิตไวน์รุ่นปีเก็บเกี่ยวในเขต North Coast ตั้งแต่ปี 2569 รวมถึงพักการใช้พื้นที่ไร่องุ่นบางส่วน เพื่อลดปริมาณองุ่นเข้าสู่กระบวนการผลิต
บริษัทฯ ยังเตรียมปรับลดมูลค่าสินค้าคงคลัง โดยส่วนใหญ่เป็นไวน์จำนวนมากที่ยังไม่ได้บรรจุขวด ซึ่งบริษัทฯ มีแผนระบายผ่านตลาดไวน์แบบขายส่งและปรับประเภทสินค้าภายในบริษัท
บริษัทฯ จะปรับลดมูลค่าของแบรนด์ DAOU, Frank Family Vineyards และ Beaulieu Vineyard เป็นหลัก หลังทบทวนมูลค่าสินทรัพย์ ณ วันที่ 30 มิ.ย. โดยการปรับลดมูลค่าครั้งนี้เป็นส่วนเพิ่มเติมจากที่บริษัทฯ เคยบันทึกไว้แล้วในช่วงครึ่งแรกของปีงบการเงิน 2569
บริษัทฯ คาดว่ากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าใช้จ่ายจากการปลูกองุ่นและทำไวน์ (SGARA) และรายการพิเศษ สำหรับปีงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. จะอยู่ที่ 492.3 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 480-490 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
ทั้งนี้ บริษัทคงเป้าหมายกำไรดังกล่าวสำหรับปีงบการเงิน 2570 ไว้ไม่น้อยกว่าระดับของปีงบการเงิน 2569
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์