ข่าวอินโฟเควสท์
09:28 ANALYST PICKS: หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ วันที่ 17 ตุลาคม 2562   หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ (ANALYST PICKS) รวบรวมจากบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ประจำวัน…
09:26 จับตาหุ้นเด่นวันนี้   นสพ.รายงาน กพอ.อนุมัติขยับเวลา ส่งมอบพื้นที่ไฮสปีด 3 สนามบินเร็วขึ้นรฟท.ชี้กรณีเลวร้ายส่งมอบพื้นที่ไม่ได้ ใน 1 ปี 3 เดือน…
09:24 ออสเตรเลียเผยอัตราว่างงานเดือนก.ย.ลดลงแตะ 5.2%, จ้างงานเพิ่ม 14,700 ตำแหน่ง   สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า อัตราว่าง…
09:19 กระทรวงพาณิชย์จีนเผยยอดลงทุนต่างประเทศช่วงเดือนม.ค.-ก.ย.เพิ่มขึ้น 3.8%   กระทรวงพาณิชย์จีน (MOC) เปิดเผยว่า การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (ODI) นอ…
09:17 (เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์อิงขาลง เผชิญแรงกดดันยอดค้าปลีกสหรัฐฯหดตัว, ความตึงเครียดครั้งใหม่สหรัฐ-จีน   นายถ…

‘กรมเจรจาฯ’ ชี้ FTA พลิกวิกฤตส่งออกยางพาราไทย ดันตลาดฮ่องกง ออสเตรเลีย เติบโตสวนกระแสสงครามการค้า

ข่าวเศรษฐกิจ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ -- ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 14:11:21 น.

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ปลื้ม เอฟทีเอดันส่งออกยางพาราไทยครองแชมป์ในตลาดโลก เผย เอฟทีเออาเซียน-ฮ่องกง และ ไทย-ออสเตรเลีย เป็นกุญแจสำคัญให้ยางพาราไทยเติบโตแม้เกิดวิกฤตสงครามการค้า พร้อมเดินหน้าผลักดันเปิดตลาดต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันอุตสาหกรรมยางพาราไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ติดตามสถานการณ์การส่งออกยางพาราของไทย พบว่าปัจจุบันไทยครองแชมป์ประเทศผู้ส่งออกยางพาราอันดับหนึ่งของโลก โดยในปี 2561 ไทยส่งออกยางพาราสู่ตลาดโลกมูลค่ากว่า 4,602 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.82 ของการส่งออกสินค้าทั้งหมดของไทย มีจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับหนึ่งที่ไทยส่งออกยางพาราไปถึง 1,960 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ43 ของการส่งออกยางพาราทั้งหมด ซึ่งความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยลงนามแล้ว 13 ฉบับ กับ 18 ประเทศ มีส่วนสำคัญในการทลายกำแพงภาษีนำเข้ายางพาราในประเทศคู่ค้า สร้างแต้มต่อทางการค้าช่วยผลักดันการส่งออกสินค้ายางพาราไทยเติบโตขึ้น โดยปัจจุบัน 16 ประเทศคู่เอฟทีเอ คือ อาเซียน 9 ประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้ายางพาราทุกรายการให้ไทยแล้ว  มีเพียงจีนและอินเดีย ที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้ายางพาราจากไทยบางรายการเช่น อินเดีย เก็บภาษีนำเข้าน้ำยางธรรมชาติ ร้อยละ 70 ยางแผ่นรมควัน ร้อยละ 20 ขณะที่ จีน เก็บภาษียางพารา ร้อยละ 20 และเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการส่งออกปี 2561 กับปี 2535 ซึ่งเป็นปีก่อนที่ไทยจะมีความตกลงการค้าเสรีฉบับแรกกับอาเซียนพบว่าไทยส่งออกยางพาราไปตลาดโลกได้ 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 302 สอดคล้องกับสถิติปี 2561 ที่สินค้ายางพาราเป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกมากเป็นอันดับต้น

นางอรมน เพิ่มเติมว่า แม้ว่าปัจจุบันการส่งออกยางพาราของไทยประสบปัญหาจากการตอบโต้ทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจ ที่ส่งผลให้ความต้องการยางพาราเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น รถยนต์ ยางรถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์ ลดลง แต่เอฟทีเออาเซียน-ฮ่องกง และ ไทย-ออสเตรเลีย เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การส่งออกยางพาราของไทยในทั้ง 2 ตลาดในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค. – ก.ค.) ขยายตัว โดย ฮ่องกง ขยายตัวร้อยละ 57 ขณะที่ออสเตรเลีย ขยายตัวร้อยละ 22 ซึ่งกรมฯ คาดว่า ในระยะยาวเอฟทีเอทั้งในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะช่วยให้ไทยสามารถครองความเป็นผู้นำการส่งออกยางพาราได้

“เพื่อรักษาสถานะการเป็นอันดับหนึ่งในการส่งออกสินค้ายางพาราของไทยอย่างยั่งยืน กรมฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันให้ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดสินค้ายางพาราเพิ่มเติมให้ไทยภายใต้การเจรจาเอฟทีเอกับประเทศคู่ค้าต่างๆ เช่น จีน อินเดีย ตุรกี ศรีลังกา ปากีสถาน และสมาชิกอาร์เซ็ป เป็นต้น ขณะเดียวกันขอให้ผู้ประกอบการไทยมุ่งเน้นรักษามาตรฐานการผลิตควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดด้วย”นางอรมน กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ประเทศคู่เจรจาเอฟทีเอลดหรือยกเลิกให้ไทย สามารถตรวจสอบข้อมูลอัตราภาษีศุลกากร กฎระเบียบทางการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับประเทศคู่เอฟทีเอ หรือข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรีได้ที่เว็บไซต์กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ  http://ftacenter.dtn.go.th หรือศูนย์ FTA Center ชั้น 3 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หรือหมายเลข 0 2507 7555

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
กระทรวงพาณิชย์
12 กันยายน 2562
ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง