ทำเนียบรัฐบาล--6 ต.ค.--บิสนิวส์
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในแผนงานและการดำเนินกิจกรรมในช่วงการเป็นประธานคณะกรรมการประจำอาเซียน สมัยที่ 33 ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2542 - กรกฎาคม 2543 และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสนับสนุน และให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน
ทั้งนี้ เป้าหมายที่ไทยมุ่งเน้นในช่วงการเป็นประธานคณะกรรมการประจำอาเซียน สมัยที่ 33 มีดังนี้
1. ความเป็นเอกภาพ (unity) ของอาเซียน เพื่อผลักดันให้อาเซียนมีความแข็งแกร่งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ลดความแตกต่างระหว่างประเทศสมาชิก และส่งเสริมการรวมตัวของอาเซียน โดยใช้โครงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ในลุ่มน้ำโขง โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาสังคมระยะยาวของอาเซียนเป็นกลไก
2. การพัฒนาโครงข่ายรองรับทางสังคม (social safety nets) ซึ่งรวมเรื่องการพัฒนาสังคม ทรัพยากรมนุษย์ และการให้ความสำคัญในการพัฒนาชุมชนและชนบท รวมถึงการพิจารณาเชื่อมโยงโครงข่ายรองรับทางสังคมกับการเป็นสังคมที่เอื้ออาทร (caringsociety) ของอาเซียน ตามวิสัยทัศน์อาเซียน ปี ค.ศ. 2020 ทั้งนี้ จะได้จัดให้มีการลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยสังคมที่เป็นปึกแผ่นและเอื้ออาทรในอาเซียน (Joint Declaration for a Socially Cohesive and Caring ASEAN) ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยที่ 33 ที่กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคม 2543 เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง และความมุ่งมั่นของอาเซียนในการพัฒนาคนละคุณภาพชีวิตของประชาชนอาเซียน ตลอดจนเป็นการสร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวระหว่างบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ชุดนายชวน หลีกภัย)--วันที่ 5 ตุลาคม 2542--
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในแผนงานและการดำเนินกิจกรรมในช่วงการเป็นประธานคณะกรรมการประจำอาเซียน สมัยที่ 33 ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2542 - กรกฎาคม 2543 และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสนับสนุน และให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน
ทั้งนี้ เป้าหมายที่ไทยมุ่งเน้นในช่วงการเป็นประธานคณะกรรมการประจำอาเซียน สมัยที่ 33 มีดังนี้
1. ความเป็นเอกภาพ (unity) ของอาเซียน เพื่อผลักดันให้อาเซียนมีความแข็งแกร่งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ลดความแตกต่างระหว่างประเทศสมาชิก และส่งเสริมการรวมตัวของอาเซียน โดยใช้โครงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ในลุ่มน้ำโขง โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาสังคมระยะยาวของอาเซียนเป็นกลไก
2. การพัฒนาโครงข่ายรองรับทางสังคม (social safety nets) ซึ่งรวมเรื่องการพัฒนาสังคม ทรัพยากรมนุษย์ และการให้ความสำคัญในการพัฒนาชุมชนและชนบท รวมถึงการพิจารณาเชื่อมโยงโครงข่ายรองรับทางสังคมกับการเป็นสังคมที่เอื้ออาทร (caringsociety) ของอาเซียน ตามวิสัยทัศน์อาเซียน ปี ค.ศ. 2020 ทั้งนี้ จะได้จัดให้มีการลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยสังคมที่เป็นปึกแผ่นและเอื้ออาทรในอาเซียน (Joint Declaration for a Socially Cohesive and Caring ASEAN) ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยที่ 33 ที่กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคม 2543 เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง และความมุ่งมั่นของอาเซียนในการพัฒนาคนละคุณภาพชีวิตของประชาชนอาเซียน ตลอดจนเป็นการสร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวระหว่างบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ชุดนายชวน หลีกภัย)--วันที่ 5 ตุลาคม 2542--